บรรดาสมุฏฐานนิยม สัมเภท และนิทานนั้น สมุฏฐานนิยมและ สัมเภท ในปุริมนัยก่อน ย่อมปรากฏในคำว่า ย่อมเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือกายกับจิต เป็นอาทิ. ส่วนนอกจากนี้ ชื่อนิทาน ย่อมปรากฏในเบื้องหน้า อย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติแล้ว ในกรุงเวสาลี ในกรุงราชคฤห์ ในกรุงสาวัตถี ในเมืองอาฬวี ในกรุงโกสัมพี ในแคว้นสักกะทั้งหลาย และใน
แคว้นภัคคะทั้งหลาย. บัณฑิตพึงทราบว่า คำนี้จักปรากฏในละครซึ่งมาข้างหน้า
เนื้อความแห่งคาถาว่า วิภงฺเค ทฺวีสุ เป็นต้น พึงทราบดังต่อไปนี้:-
ในวันอุโบสถ ภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย ย่อมสวดสิกขาบทใด อัน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้ในวิภังค์ทั้ง ๒, ข้าพเจ้าจักกล่าวสมุฏฐานตาม สมควรแก่สิกขาบทนั้น; ท่านทั้งหลายจงฟังคำนั้นของข้าพเจ้า.
บทว่า สญฺจริตฺตานุภาสญฺจ ได้แก่ สัญจริตตสิกขาบทและสมนุ- ภาสนสิกขาบท.
สองบทว่า อติเรกกญฺจ จีวรํ ได้แก่ อติเรกจีวรสิกขาบท อธิบายว่า กฐินสิกขาบท.
สองบทว่า โลมานิ ปทโสธมฺโม ได้แก่ เอฬกโลมสิกขาบททั้งหลาย และปทโสธัมมสิกขาบท.
บทว่า ภูตสํวิธาเนน จ ได้แก่ ภูตาโรจนสิกขาบท และการ ชักชวนเดินทางไกล.
บทว่า เถยฺยเทสนโจรญฺจ ได้แก่ เถยยสัตถสิกขาบท การแสดง ธรรมแก่คนไม่เป็นไข้มีร่มในมือ และโจรีวุฏฐาปนสิกขาบท.
สองบทว่า อนนุญฺาตาย เตรส มีความว่า สมุฏฐานเหล่านี้ รวมกับการบวชสตรีที่มารดาบิดาหรือสามีไม่อนุญาต จึงเป็นสมุฏฐาน ๑๓.