มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๘ · หน้า ๓๓๔ · ข้อ 291
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

นี้ท่านประสงค์เอาเทพในคำว่า เทวตา นั้น. อภิกกันตศัพท์ ในคำว่า อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา ปรากฏในอรรถทั้งหลายมี สิ้นไป งาม สวย และความ

ยินดียิ่งยวดเป็นต้น. ในอรรถเหล่านั้น อภิกกันตศัพท์ปรากฎในอรรถว่าสิ้นไป

ได้ในคำเป็นต้นอย่างนี้ว่า ราตรีสิ้นไปแล้ว ปฐมยามล่วงไปแล้ว ภิกษุสงฆ์นั่ง คอยนานแล้ว ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดทรงแสดงปาฎิโมกข์แก่ภิกษุทั้งหลาย เถิด พระเจ้าข้า. ปรากฏในอรรถว่า งาม ได้ในคำเป็นต้นอย่างนี้ว่า ผู้นี้งาม กว่า ประณีตกว่า บุคคล ๔ จำพวกเหล่านี้. ปรากฏในอรรถว่า สวย ได้ในคำ เป็นต้นอย่างนี้ว่า

ใครรุ่งเรืองด้วยฤทธิ์ ยศ มีวรรณ

สวยงาม ทำทิศทั้งปวงให้สว่างมาไหว้เท้า

ทั้ง ๒ ของเรา. ปรากฏในอรรถว่า ยินดีอย่างยิ่งยวด ได้ในคำเป็นต้นอย่างนี้ว่า พระโคดมผู้เจริญ

น่ายินดีจริงๆ. แต่ในที่นี้อภิกกันตศัพท์ปรากฎในอรรถว่า สิ้นไป. เพราะเหตุ

นั้น บทว่า อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา ท่านจึงอธิบายว่า เมื่อราตรีสิ้นไปเเล้ว. ในข้อนั้นพึงทราบว่า เทพบุตรนี้มาในระหว่างมัชฌิมยาน.

อภิกกันตศัพท์ ในบทว่า อภิกฺกนฺตวณฺณา นี้ปรากฎในอรรถว่า สวย ส่วนวัณณศัพท์ปรากฏในอรรถมีอาทิว่า ผิว น่าชมเชย พวกตระกูล เหตุ ทรวด ทรง ประมาณและรูปายตนะ. ในอรรถเหล่านั้น อภิกกัตนศัพท์ปรากฎในอรรถ ว่า ผิว ได้ในคำเป็นต้นอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์มีวรรณ

ดังทองคำ. ปรากฏในอรรถว่า น่าชมเชย ได้ในคำเป็นต้นอย่างนี้ว่า ดูก่อน

คฤหบดี ในกาลไหนวรรณะของพระสมณโคดมอันท่านควรชมเชย. ปรากฏใน อรรถว่า พวกตระกูล ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ตระกูล ๔

เหล่านี้. ปรากฏในอรรถว่า เหตุ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้

เพราะเหตุอะไรหนอ ท่านจึงกล่าวว่าขะโมยกลิ่น. ปรากฎในอรรถว่า ทรวด ทรง ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า นิรมิตทรวดทรงพญาช้างใหญ่. ปรากฏในอรรถ