[๓๘๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนประทีปน้ำมัน อาศัย น้ำมันและไส้จึงติดอยู่ได้ เพราะสิ้นน้ำมันและไส้ ประทีปนั้นไม่มีเชื้อพึง ดับไป ฉันใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุเมื่อเสวย เวทนามีกายเป็นที่สุด ย่อมรู้ชัดว่าเราเสวยเวทนามีกายเป็นที่สุด เมื่อเสวย เวทนามีชีวิตเป็นที่สุด ย่อมรู้ชัดว่า เราเสวยเวทนามีชีวิตเป็นที่สุด ย่อมรู้ ชัดว่า เมื่อตายไป เวทนาทั้งปวง อันไม่น่าเพลิดเพลิน จักเป็นความเย็น ในโลกนี้ทีเดียว.
จบ ทุติยเคลัญญสูตรที่ ๘
อรรถกถาทุติยเคลัญญสูตรที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในทุติยเคลัญญสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้.
เมื่อพระองค์ตรัสว่า อิมเมว ผสฺสํ ปฏิจฺจ ดังนี้ พระองค์ตรัส
โดยอัธยาศัยสำหรับผู้รู้ทั้งหลาย. แต่ว่าโดยความหมายนั้นไม่มีเหตุอันต่าง ๆ
กัน. ที่แท้ กายเท่านั้น ตรัสว่า ผัสสะ ในที่นี้.
จบ อรรถกถาทุติยเคลัญญสูตรที่ ๘
๙. อนิจจสูตร๑
ว่าด้วยเวทนา ๓ เป็นของไม่เที่ยง
[๓๘๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเวทนา ๓ เหล่านี้ไม่เที่ยง อันปัจจัย ปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไป เสื่อมไป คลายไป ดับไปเป็น
๑. สูตรที่ ๙ อรรถว่าง่ายทั้งนั้น