ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๙ · หน้า ๒๑๑ · ข้อ 6
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ภูเขาหิน ทึบแท่งเดียว ย่อมไม่ไหวด้วยลม ฉัน

ใด รูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ และธรรมทั้งสิ้น ทั้ง

ส่วนอิฏฐารมณ์ ทั้งส่วนอนิฏฐารมณ์ ย่อมทำจิตของ

ท่านผู้คงที่ให้หวั่นไหวไม่ได้ ฉันนั้น ด้วยว่าจิต

ของท่านที่มั่นคง หลุดพ้นแล้ว ย่อมเห็นความเสื่อม

อยู่เนือง ๆ.

จิตของพระขีณาสพเท่านั้น ชื่อว่า อโสกะ ไม่เศร้าโศก. จริงอยู่ จิตของพระขีณาสพนั้น ชื่อว่า อโสกะ เพราะไม่มีความเศร้าโศก ที่ท่าน กล่าวโดยนัยเป็นต้นว่า ความโศก ความเศร้า ความเป็นผู้เศร้าโศก ความ แห้งใจ ความแห้งผากภายใน ความที่ใจถูกความเศร้าโศกแผดเผา. อาจารย์ บางพวกกล่าวถึงพระนิพพานคำนั้น เชื่อมความไม่ได้กับบทต้น ๆ. จิตของพระ ขีณาสพเท่านั้น ชื่อว่า อโสกะ ฉันใด ก็ชื่อว่า วิรชะ เขมะ ฉันนั้น จริง อยู่ จิตของพระขีณาสพนั้น ชื่อว่า วิรชะ เพราะปราศจากละอองกิเลสมีราคะ โทสะ โมหะ เป็นต้น และชื่อว่า เขมะ เพราะปลอดจากโยคะทั้ง ๔. เพราะ ว่า จิตทั้ง ๓ อย่างนั้น โดยที่ท่านถือเอาแล้วในขณะจิตเป็นไปในอารมณ์นั้น ๆ โดยอาการนั้น ๆ พึงทราบว่าเป็นมงคล เพราะนำมาซึ่งความเป็นผู้สูงสุดเหนือ โลกมีความเป็นผู้มีขันธ์อันไม่เป็นไปแล้ว [ไม่เกิดอีก] และเพราะนำมาซึ่ง ความเป็นอาหุไนยบุคคลเป็นต้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสมงคลแห่งคาถานี้ไว้ ๔ มงคล คือ จิตที่ไม่ หวั่นไหวด้วยโลกธรรมแปด ๑ จิตไม่เศร้าโศก ๑ จิตปราศจากละอองกิเลส ๑ จิตเกษม ๑ ด้วยประการฉะนี้. ก็ความที่มงคลเหล่านั้นเป็นมงคล ก็ได้ชี้แจงไว้ ในมงคลนั้น ๆ แล้วทั้งนั้นแล.

จบพรรณนาความแห่งคาถานี้ว่า ผุฏฺสฺส โลกธมฺเมหิ

หัวข้อ (สรุปโดย AI) คาถาที่สิบ: จิตไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรมแปด
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า