ทิฏฐธรรม เธอได้ยินว่า นัยว่าภิกษุชื่ออย่างนี้ รู้ยิ่งด้วยตนเองแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว เข้าถึงแล้ว ซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย สำเร็จอิริยาบถ อยู่ในทิฏฐธรรมดังนี้ เธอย่อมไม่เกิด ความคิดขึ้นว่า แม้เราก็รู้ยิ่งด้วยตนเอง จักทำให้แจ้ง จักเข้าถึง ซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายแล้ว สำเร็จอิริยาบถอยู่ในทิฏฐธรรม ในกาลไหนๆ โดยแท้ดังนี้ ข้อนั้น เพราะเหตุไร เพราะว่า ความหวังในความหลุดพ้นใด ของพระขีณาสพนั้น ผู้ซึ่งเมื่อยังไม่หลุดพ้นในกาลก่อน ความหวัง นั้นได้สงบระงับแล้วบุคคลนี้เรียกว่า ผู้มีความหวังไปปราศแล้ว
บรรดาบุคคลเหล่านั้น บุคคลซึ่งเปรียบด้วยคนไข้ ๓ จำพวก เป็นไฉน
[๘๕] คนไข้ ๓ จำพวก
คนไข้บางคนในโลกนี้ ได้โภชนะเป็นที่สบาย หรือไม่ได้โภชนะเป็นที่สบาย ได้เภสัช เป็นที่สบาย หรือไม่ได้เภสัชเป็นที่สบาย ได้อุปัฏฐากสมควรหรือไม่ได้อุปัฏฐากสมควร ก็ย่อม ไม่หายจากอาพาธนั้นเลย
ส่วนคนไข้บางคนในโลกนี้ ได้โภชนะเป็นที่สบาย หรือไม่ได้โภชนะเป็นที่สบาย ได้ เภสัชที่สบาย หรือไม่ได้เภสัชที่สบาย ได้อุปัฏฐากสมควร หรือไม่ได้อุปัฏฐากสมควร ก็ย่อม หายจากอาพาธนั้น
ส่วนคนไข้บางคนในโลกนี้ ได้โภชนะเป็นที่สบาย ก็หายจากอาพาธนั้นไม่ได้ก็ไม่หาย จากอาพาธนั้น ได้เภสัชเป็นที่สบาย ก็หายจากอาพาธนั้น ไม่ได้ก็ไม่หายจากอาพาธนั้น ได้ อุปัฏฐากสมควร ก็หายจากอาพาธนั้น ไม่ได้ก็ไม่หายจากอาพาธนั้น
ในคนไข้ ๓ จำพวกนั้น คนไข้นี้ใด ได้โภชนะเป็นที่สบาย ก็หายจากอาพาธนั้น ไม่ได้ ก็ไม่หายจากอาพาธนั้น ได้เภสัชเป็นที่สบาย ก็หายจากอาพาธนั้นไม่ได้ก็ไม่หายจากอาพาธนั้น
ได้อุปัฏฐากสมควร ก็หายจากอาพาธนั้น ไม่ได้ก็ไม่หายจากอาพาธนั้น สมเด็จพระผู้มีพระภาค ทรงอาศัยคนไข้จำพวกนี้ จึงได้ทรงอนุญาตคิลานภัต อนุญาตคิลานเภสัช อนุญาตคิลานอุปัฏฐาก ไว้ ก็แหละเพราะอาศัยคนไข้จำพวกนี้ คนไข้แม้เหล่าอื่น อันภิกษุทั้งหลายก็ควรบำรุง
[๘๖] บุคคลเปรียบด้วยคนไข้ ๓ จำพวก มีปรากฏอยู่ในโลก ก็ฉันนั้นเหมือนกัน