ก็คนเหล่าใดจองเวรไว้ว่า คนโน้นด่าเรา ตีเรา ชนะเรา
ได้ลักสิ่งของของเราไป เวรของคนเหล่านั้นย่อมไม่สงบ
ส่วนคนเหล่าใดไม่จองเวรไว้ว่า คนโน้นด่าเรา ตีเรา ชนะเรา
ได้ลักสิ่งของของเราไป เวรของคนเหล่านั้นย่อมสงบ
แต่ไหนแต่ไรมา เวรทั้งหลายในโลกนี้ย่อมไม่ระงับ
เพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับ เพราะไม่จองเวร ธรรมนี้
เป็นของเก่า
ก็คนเหล่าอื่นไม่รู้สึกว่า พวกเรากำลังยับเยิน ณ ท่าม
กลางสงฆ์นี้ ส่วนคนเหล่าใดในท่ามกลางสงฆ์นั้น รู้สึก
เพราะความรู้สึกของคนเหล่านั้น ความหมายมั่นย่อมระงับ
คนเหล่าใดบั่นกระดูก ผลาญชีวิต ลักทรัพย์ คือ โค
และม้า คนเหล่านั้นถึงช่วงชิงแว่นแคว้นกัน ก็ยังคบหา
สมาคมกันได้ เหตุไฉนพวกเธอจึงคบหาสมาคมกันไม่ได้เล่า
ถ้าบุคคลพึงได้สหายมีปัญญา เที่ยวไปด้วยกัน เป็น-
นักปราชญ์คอยช่วยเหลือกัน เขาครอบงำอันตรายทั้งปวง
เสียได้ พึงพอใจ มีสติเที่ยวไปกับสหายนั้น ถ้าไม่ได้
สหายมีปัญญา เที่ยวไปด้วยกัน เป็นนักปราชญ์คอยช่วย
เหลือกัน พึงเที่ยวไปคนเดียว ดุจพระราชาทรงสละแว่น-
แคว้น คือราชอาณาจักร และดุจช้างมาตังคะ ละฝูงเที่ยวไป
ในป่า ฉะนั้น การเที่ยวไปคนเดียวดีกว่า เพราะคุณเครื่อง
เป็นสหายไม่มีในคนพาล พึงเที่ยวไปคนเดียว และไม่พึง
ทำบาป ดุจช้างมาตังคะ มีความขวนขวายน้อย เที่ยวไป
ในป่าแต่ลำพัง ฉะนั้น.
เสด็จพาลกโลณการกคาม
[๒๔๘] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคกำลังประทับอยู่ท่ามกลางสงฆ์ตรัสพระคาถาเหล่านี้ แล้วเสด็จพระพุทธดำเนินไปทางบ้านพาลกโลณการกคาม ก็สมัยนั้นท่านพระภคุพักอยู่ที่บ้าน