มหาวรรค ภาค ๒
ฉบับหลวง · เล่ม ๕ · หน้า ๒๖๓ · ข้อ 248
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็คนเหล่าใดจองเวรไว้ว่า คนโน้นด่าเรา ตีเรา ชนะเรา

ได้ลักสิ่งของของเราไป เวรของคนเหล่านั้นย่อมไม่สงบ

ส่วนคนเหล่าใดไม่จองเวรไว้ว่า คนโน้นด่าเรา ตีเรา ชนะเรา

ได้ลักสิ่งของของเราไป เวรของคนเหล่านั้นย่อมสงบ

แต่ไหนแต่ไรมา เวรทั้งหลายในโลกนี้ย่อมไม่ระงับ

เพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับ เพราะไม่จองเวร ธรรมนี้

เป็นของเก่า

ก็คนเหล่าอื่นไม่รู้สึกว่า พวกเรากำลังยับเยิน ณ ท่าม

กลางสงฆ์นี้ ส่วนคนเหล่าใดในท่ามกลางสงฆ์นั้น รู้สึก

เพราะความรู้สึกของคนเหล่านั้น ความหมายมั่นย่อมระงับ

คนเหล่าใดบั่นกระดูก ผลาญชีวิต ลักทรัพย์ คือ โค

และม้า คนเหล่านั้นถึงช่วงชิงแว่นแคว้นกัน ก็ยังคบหา

สมาคมกันได้ เหตุไฉนพวกเธอจึงคบหาสมาคมกันไม่ได้เล่า

ถ้าบุคคลพึงได้สหายมีปัญญา เที่ยวไปด้วยกัน เป็น-

นักปราชญ์คอยช่วยเหลือกัน เขาครอบงำอันตรายทั้งปวง

เสียได้ พึงพอใจ มีสติเที่ยวไปกับสหายนั้น ถ้าไม่ได้

สหายมีปัญญา เที่ยวไปด้วยกัน เป็นนักปราชญ์คอยช่วย

เหลือกัน พึงเที่ยวไปคนเดียว ดุจพระราชาทรงสละแว่น-

แคว้น คือราชอาณาจักร และดุจช้างมาตังคะ ละฝูงเที่ยวไป

ในป่า ฉะนั้น การเที่ยวไปคนเดียวดีกว่า เพราะคุณเครื่อง

เป็นสหายไม่มีในคนพาล พึงเที่ยวไปคนเดียว และไม่พึง

ทำบาป ดุจช้างมาตังคะ มีความขวนขวายน้อย เที่ยวไป

ในป่าแต่ลำพัง ฉะนั้น.

เสด็จพาลกโลณการกคาม

[๒๔๘] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคกำลังประทับอยู่ท่ามกลางสงฆ์ตรัสพระคาถาเหล่านี้ แล้วเสด็จพระพุทธดำเนินไปทางบ้านพาลกโลณการกคาม ก็สมัยนั้นท่านพระภคุพักอยู่ที่บ้าน