ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
ฉบับหลวง · เล่ม 11 · หน้า 249 · ข้อ 362
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้ชัดว่า ราคะอันเราละได้แล้ว ถอนรากขึ้นเสียได้แล้ว กระทำให้เป็นดุจต้นตาลอันไม่มีที่ตั้งแล้วทำให้เป็นของไม่มีแล้ว มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา โทสะอันเราละได้แล้วถอนรากขึ้นเสียได้แล้ว กระทำให้ เป็นดุจต้นตาลอันไม่มีที่ตั้งแล้ว ทำให้เป็นของไม่มีแล้ว มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา โมหะอันเราละได้แล้ว ถอนรากขึ้นเสียได้แล้ว กระทำให้เป็นดุจต้นตาลอันไม่มีที่ตั้งแล้ว ทำให้ เป็นของไม่มีแล้วมีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา ผู้มีอายุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่า เป็นผู้มีปัญญาพ้นวิเศษดีแล้ว ฯ

[๓๖๒] อเสกขธรรม ๑๐ อย่าง

๑. ความเห็นชอบที่เป็นของพระอเสขะ

๒. ความดำริชอบที่เป็นของพระอเสขะ

๓. เจรจาชอบที่เป็นของพระอเสขะ

๔. การงานชอบที่เป็นของพระอเสขะ

๕. การเลี้ยงชีวิตชอบที่เป็นของพระอเสขะ

๖. ความเพียรชอบที่เป็นของพระอเสขะ

๗. ความระลึกชอบที่เป็นของพระอเสขะ

๘. ความตั้งใจชอบที่เป็นของพระอเสขะ

๙. ความรู้ชอบที่เป็นของพระอเสขะ

๑๐. ความหลุดพ้นชอบที่เป็นของพระอเสขะ ฯ

ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ธรรมมีประเภทละ ๑๐ๆ เหล่านี้แล อันพระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ตรัสไว้ชอบแล้ว พวกเราทั้งหมด ด้วยกันพึงสังคายนา ไม่พึงแก่งแย่งกัน การที่พรหมจรรย์นี้ยั่งยืนตั้งอยู่นานนั้น พึงเป็นไปเพื่อ ประโยชน์แก่ชนมาก เพื่อความสุขแก่ชนมากเพื่ออนุเคราะห์แก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ จบ หมวด ๑๐ ____________