อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๗ · หน้า ๔๑๑ · ข้อ 109
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ที่หยุดอยู่ในโอกาส ๖๐ โยชน์ บนแผ่นหิน ชื่อว่า ติยัคคฬะ เรียกว่า

ติยัคคฬโปกรณี. ในที่ที่เซาะฝั่งเข้าไปสู่แผ่นหิน ๖๐ โยชน์ เรียกว่า

พหลคงคา. ในที่ที่ไหลไป ๖๐ โยชน์ ทางอุโมงค์เรียกว่า อุมมังคคงคา.

ก็ในที่ที่สายน้ำกระทบติรัจฉานบรรพต ชื่อวิชฌะแล้วไหลไปเป็น สายน้ำ ๕ สาย ก็ถือว่าเป็นแม่น้ำทั้ง ๕ คือ คงคา ยมุนา อจีรวดี สรภู สหี. พึงทราบว่า แม่น้ำใหญ่ ๕ สาย เหล่านี้ ย่อมไหลมาแต่ ป่าหิมวันต์ ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า สวนฺติโย ได้แก่ แม่น้ำชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น แม่น้ำใหญ่หรือแม่น้ำน้อย ซึ่งกำลังไหลไปอยู่. บทว่า อปฺเปนฺติ แปลว่า ไหลไปรวม คือไหลลง. บทว่า ธารา ได้แก่ สายน้ำฝน. บทว่า ปูรตฺตํ แปลว่า ภาวะที่น้ำเต็ม. ความจริง มหาสมุทรมี ธรรมดานี้ :- ใคร ๆ ไม่อาจกล่าวว่า เวลานี้ฝนตกน้อย พวกเรา จะพากันเอาแหและลอบเป็นต้น ไปจับปลาและเต่า หรือว่า เวลานี้ ฝนตกมาก เราจักได้ (อาศัย) สถานที่หลังหิน. ตั้งแต่ปฐมกัปมา น้ำเพียงนิ้วมือหนึ่งจากน้ำที่ขังจรดคอดของขุนเขาสิเนรุ จะไม่ ยุบลงข้างล่างไม่ดันขึ้นข้างบน.

บทว่า เอกรโส แปลว่า มีรสไม่เจือปน. บทว่า มุตฺตา ความว่า แก้วมุกดามีหลายชนิดต่างโดยชนิดเล็ก ใหญ่ กลม

และยาวเป็นต้น. บทว่า มณี ความว่า มณีหลายชนิดต่างโดยสี

มีสีแดงและสีเขียวเป็นต้น. บทว่า เวฬุริโย ความว่า แก้วไพฑูรย์

มีหลายชนิดต่างโดยสีมีสีดังสีไม้ไผ่และสีดอกซึกเป็นต้น. บทว่า

สงฺโข ความว่า สังข์มีหลายชนิดต่างโดยสังข์ทักษิณวรรต สังข์-