เป็นอะไรแก่พระองค์ ?"
พระศาสดา. เป็นเลิศแห่งหญิงผู้อุปัฏฐายิกา.
หญิง. พระเจ้าข้า นางกระทำกรรมอะไร จึงเป็นเลิศแห่งหญิงผู้
อุปัฏฐายิกา ?
พระศาสดา. เธอตั้งความปรารถนาไว้ตลอดแสนกัป.
หญิง. บัดนี้ หม่อมฉันปรารถนาแล้วอาจจะได้ไหม พระเจ้าข้า ?
พระศาสดา. จ้ะ อาจ.
หญิงนั้นกราบทูลว่า " พระเจ้าข้า ถ้ากระนั้น ขอพระองค์ กับภิกษุแสนรูป โปรดรับภิกษาของหม่อมฉันตลอด ๗ วันเถิด.
พระศาสดาทรงรับแล้ว. หญิงนั้น ถวายทานครบ ๗ วัน ในวันที่สุด
ได้ถวายผ้าสาฎกเพื่อทำจีวรแล้ว ถวายบังคมพระศาสดา หมอบลงแทบ บาทมูล ตั้งความปรารถนาว่า " พระเจ้าข้า ด้วยผลแห่งทานนี้ หม่อม ฉันปรารถนาความเป็นใหญ่ในเทวโลกเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งก็หาไม่. หม่อมฉันพึงได้พร ๘ ประการ ในสำนักแห่งพระพุทธเจ้าผู้เช่นพระองค์ แล้ว ตั้งอยู่ในฐานะดังมารดา เป็นยอดของอุบาสิกาผู้สามารถเพื่อบำรุง ด้วยปัจจัย ๔. " พระศาสดา ทรงดำริว่า " ความปรารถนาของหญิงนี้ จัก สำเร็จหรือหนอ ?" ทรงคำนึงถึงอนาคตกาล ตรวจดูตลอดแสนกัปแล้ว จึงตรัสว่า ในที่สุดแห่งแสนกัป พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม จักทรง อุบัติขึ้น, ในกาลนั้น เธอจักเป็นอุบาสิกาชื่อว่าวิสาขา ได้พร ๘ ประการ ในสำนักของพระองค์แล้ว ตั้งอยู่ในฐานะดังมารดา จักเป็นเลิศแห่ง หญิงผู้เป็นอุปัฏฐายิกา ผู้บำรุงด้วยปัจจัย ๔." สมบัตินั้นได้เป็นประหนึ่ง ว่า อันนางจะพึงได้ในวันพรุ่งนี้ทีเดียว.