ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๑ · หน้า ๒๑๖ · ข้อ 15
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สองบทว่า ปาปํ น ปจฺจติ ความว่า คนพาล ย่อมสำคัญ บาปนั้นอย่างนั้น ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผลในทิฏฐธรรม หรือใน สัมปรายภพ.

บทว่า ยทา จ ความว่า ก็ในกาลใด เมื่อคนพาลนั้น ถูกทำ กรรมกรณ์ต่าง ๆ ในทิฏฐธรรม หรือเสวยทุกข์ใหญ่ในอบายมีนรก เป็นต้นในสัมปรายภพ บาปนั้นชื่อว่าย่อมให้ผล; ในกาลนั้น คนพาลนั้น ย่อมเข้าถึง คือประสพ ได้แก่กลับได้ทุกข์.

ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดา- ปัตติผลเป็นต้น.

พระขีณาสพไม่ยินดีกามสุข

โดยสมัยอื่น มหาชนสนทนากันในธรรมสภาว่า "แม้พระขีณาสพ ทั้งหลาย ชะรอยจะยังยินดีกามสุข ยังเสพกาม, ทำไมจักไม่ซ่องเสพ; เพราะพระขีณาสพเหล่านั้น ไม่ใช่ไม้ผุ, ไม่ใช่จอมปลวก. มีเนื้อและ สรีระยังสดเหมือนกัน; เพราะฉะนั้น แม้พระขีณาสพเหล่านั้น ยังยินดี กามสุข, ยังเสพกาม."

พระศาสดา เสด็จมา ตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวก เธอนั่งสนทนาด้วยเรื่องอะไรกัน ?" เมื่อพวกภิกษุ กราบทูลว่า " ด้วย เรื่องชื่อนี้" จึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย พระขีณาสพทั้งหลาย ไม่ยินดี กามสุข ไม่เสพกาม, เหมือนอย่างว่า หยาดน้ำตกลงบนใบบัว ย่อม ไม่ติด ไม่ตั้งอยู่. ย่อมกลิ้งตกไปทีเดียว; และเหมือนเมล็ดพันธุ์ผักกาด ไม่ติด ไม่ตั้งอยู่ ที่ปลายเหล็กแหลม, ย่อมกลิ้งตกไปแน่แท้ ฉันใด;