ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๑ · หน้า ๓๐๘ · ข้อ 16
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อำมาตย์. ชื่ออารวปัจฉานที พระเจ้าข้า.

พระราชา. พ่อทั้งหลาย แม่น้ำนี้ประมาณเท่าไร ?

อำมาตย์. โดยลึก คาวุตหนึ่ง, โดยกว้าง ๒ คาวุต พระเจ้าข้า.

พระราชา. ก็ในแม่น้ำนี้ เรือหรือแพมีไหม ?

อำมาตย์. ไม่มี พระเจ้าข้า.

พระราชาตรัสว่า " เมื่อเราทั้งหลายมัวหายานมีเรือเป็นต้น, ชาติ ย่อมนำไปสู่ชรา, ชราย่อมนำไปสู่มรณะ, เราไม่มีความสงสัย ออกบวช

อุทิศพระรัตนตรัย. ด้วยอานุภาพแห่งพระรัตนตรัยนั้น น้ำนี้ อย่าได้

เป็นเหมือนน้ำเลย" ดังนี้แล้ว ทรงระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ระลึกถึง พุทธานุสสติว่า " แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า" เป็นต้น พร้อมทั้งบริวารเสด็จไปบน

หลังน้ำด้วยม้าพันหนึ่ง. ม้าสินธพทั้งหลายก็วิ่งไป ดุจวิ่งไปบนหลังแผ่น

หิน. ปลายกีบก็ไม่เปียก.๑

พระราชาเสด็จข้ามแม่น้ำแล้ว เสด็จไปข้างหน้า ทอดพระเนตร เห็นแม่น้ำอื่นอีก จึงตรัสถามว่า "แม่น้ำนี้ชื่ออะไร ?"

อำมาตย์. ชื่อนีลวาหนานที พระเจ้าข้า.

พระราชา. แม่น้ำนี้ประมาณเท่าไร ?"

อำมาตย์. ทั้งส่วนลึก ทั้งส่วนกว้าง ประมาณกึ่งโยชน์พระเจ้าข้า.

คำที่เหลือก็เช่นกับคำก่อนนั้นแล.

ก็พระราชา ทอดพระเนตรเห็นแม่น้ำนั้นแล้ว ทรงระลึกถึงธรรมา- นุสสติว่า "พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว" เป็นต้นเสด็จไป

๑. ถ้าบาลีเป็น อคฺคาเนว เตมึสุ ก็แปลว่า ปลายกีบเท่านั้น เปียกน้ำ.