ด้วยคูรอบด้าน เพราะอรรถว่า เป็นที่ต้านทานภัยรอบด้าน เป็นดังปทุม เพราะอรรถว่า ไม่ถูกมลทินคือความตระหนี่เป็นต้นฉาบทา เป็นดังไฟ เพราะอรรถว่า เผามลทินคือความตระหนี่เป็นต้นเหล่านั้น เป็นดังอสรพิษ เพราะอรรถว่า ยินดีได้ยาก เป็นดังราชสีห์ เพราะอรรถว่า ไม่สะดุ้งกลัว เป็นดังช้าง เพราะอรรถว่า ทรงพลัง เป็นดังโคอุสภะขาว เพราะอรรถว่า อันชาวโลกสมมติกันว่าเป็นมงคลยิ่ง เป็นดังพญาม้าวลาหก เพราะ อรรถว่า ส่งไปให้ถึงภูมิอันปลอดภัย จริงอยู่ ทานย่อมให้สิริราชสมบัติ ในโลก ให้จักรพรรดิสมบัติ สักกสมบัติ มารสมบัติ พรหมสมบัติ สาวก- บารมีญาณ ปัจเจกโพธิญาณ และให้สัมมาสัมโพธิญาณ. ก็เพราะเหตุที่ บุคคลผู้ให้ทาน สามารถเพื่อจะสมาทานศีล ฉะนั้น พระองค์จึงทรงแสดง สีลกถาไว้ในลำดับแห่งทานกถา.
บทว่า สีลกถํ ได้แก่ กถาที่เกี่ยวเนื่องด้วยคุณแห่งศีลมีอาทิอย่างนี้ ว่า ขึ้นชื่อว่า ศีลนี้ เป็นที่พึ่ง เป็นที่พำนัก เป็นที่ยึดหน่วง เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นคติ เป็นที่ไปในเบื้องหน้า ของสัตว์ทั้งหลาย จริงอยู่ ที่พึ่ง ที่พำนัก ที่ยึดหน่วง ที่ต้านทาน ที่เร้น ที่ไป ที่ไปในเบื้องหน้า ของ สมบัติในโลกนี้และโลกหน้า เช่นกับศีล ย่อมไม่มี เครื่องประดับเช่นกับศีล ดอกไม้ เช่นกับดอกไม้คือศีล กลิ่น เช่นกับกลิ่นของศีล ย่อมไม่มี จริงอยู่ ชาวโลกพร้อมทั้งเทวดาแลดูผู้ประดับด้วยเครื่องประดับคือศีล ผู้ทัดทรง ดอกไม้คือศีล ลูบไล้ด้วยของหอมคือศีล ย่อมไม่ถึงความอิ่ม เพื่อจะทรง แสดงว่า บุคคลได้สวรรค์นี้ ก็เพราะอาศัยศีลนี้ ดังนี้แล้ว จึงทรงแสดง สัคคกถาไว้ในลำดับแห่งศีล