กรุงราชคฤห์มีนามว่า โสมา เธอรู้ความแล้วได้ศรัทธาเป็นอุบาสิกาในคราว พระศาสดาเสด็จเข้าพระราชนิเวศน์ เวลาต่อมา เกิดควานสังเวช บวชในหมู่ ภิกษุณี ทำกิจเบื้องต้นแล้ว เจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า๑
ในพระนครอรุณวดีมีกษัตริย์พระนามว่า อรุณ-
ราช ข้าพเจ้าเป็นมเหสีของท้าวเธอ ข้าพเจ้าร้อยพวง
มาลัยอยู่ ฯลฯ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธ-
เจ้าแล้ว.
เรื่องทั้งหมด เหมือนอปทานของพระอภยาเถรี.
พระโสมาเถรีนั้น ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว อยู่ในกรุงสาวัตถีด้วย วิมุตติสุข วันหนึ่งเข้าสู่ป่าอันธวันเพื่อต้องการพักผ่อนกลางวัน นั่งอยู่ที่โคน ต้นไม้แห่งหนึ่ง ครั้งนั้น มารประสงค์จะตัดพระเถรีนั้นจากวิเวก หายตัวเข้า ไปยืนอยู่ในอากาศ กล่าวคาถานี้ว่า.
ฐานะคือพระอรหัต อันฤาษีทั้งหลายพึงบรรลุ
บุคคลเหล่าอื่นให้เจริญได้ยาก ท่านเป็นหญิงมีปัญญา
เพียง ๒ นิ้ว ไม่สามารถจะบรรลุฐานะนั้นได้.
คาถานั้นมีความว่า ฐานะนั้นคือฐานะอันประเสริฐอย่างยิ่ง กล่าวคือ พระอรหัต ผู้มีปัญญามากมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ที่ได้นามว่า ฤาษี เพราะ อรรถว่าแสวงหาคุณธรรมมีศีลขันธ์เป็นต้นพึงบรรลุ แต่คนเหล่าอื่นให้เจริญได้ ยาก คือให้สำเร็จได้โดยยาก ผู้หญิงมีปัญญาแค่ ๒ นิ้ว คือมีปัญญาทราม ไม่ สามารถจะบรรลุฐานะนั้นได้ ธรรมดาหญิงทั้งหลาย ตั้งแต่อายุได้ ๗-๘ ขวบ ก็หุงข้าวอยู่ตลอดกาล เอาข้าวสารใส่ในน้ำเดือด ย่อมไม่รู้ว่าข้าวสุกแล้วด้วย
๑. ขุ. ๓๓/ข้อ ๑๔๘ สัตตอุปปลมาลิกาเถรีอปทาน.