ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๔ · หน้า ๑๖๓ · ข้อ 446
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็ให้บุตรธิดาซึ่งเติบโตเป็นหนุ่มสาวอยู่ครองเรือน จัดแบ่งทรัพย์ทั้งหมดมอบ ให้บุตรทั้งหลาย ไม่ขยักทรัพย์อะไร ๆ ไว้สำหรับตัวเลย บุตรและภริยาของบุตร บำรุงนางได้ ๒-๓ วันก็ดูหมิ่น นางคิดว่า ประโยชน์อะไรที่เราจะอยู่ในเรือน ที่บุตรพวกนี้ของเราดูหมิ่นแล้ว จึงเข้าไปหาภิกษุณีขอบวช ภิกษุณีทั้งหลาย ก็ให้นางบวช นางได้อุปสมบทแล้วคิดว่า เราบวชเมื่อแก่ พึงไม่ประมาท เมื่อทำวัตรปฏิบัติแก่ภิกษุณีทั้งหลาย คิดว่า เราจักทำสมณธรรมตลอดคืนยังรุ่ง ก็เอามือข้างหนึ่งจับเสาต้นหนึ่งใต้ปราสาท ไม่ละเสานั้นทำสมณธรรม แม้ เมื่อเดิน คิดว่า ศีรษะของเราไม่พึงชนที่ต้นไม้เป็นต้นแห่งใดแห่งหนึ่งในที่มืด แล้วเอามือข้างหนึ่งจับต้นไม้ ไม่ละต้นไม้นั้น ทำสมณธรรม. นับตั้งแต่นั้นมา นางก็ได้ปรากฏชื่อเสียง เพราะเป็นผู้ปรารภความเพียร. พระศาสดาทรงเห็นว่า นางมีญาณแก่กล้า ประทับในพระคันธกุฎีแผ่พระรัศมีไป แสดงพระองค์ ประหนึ่งว่าประทับนั่งต่อหน้า ได้ตรัสพระคาถาว่า

ผู้เห็นธรรมสูงสุด มีชีวิตเป็นอยู่วันเดียว ยัง

ประเสริฐกว่าผู้ไม่เห็นธรรมสูงสุด มีชีวิตเป็นอยู่ตั้ง

ร้อยปี.

จบพระคาถา นางก็บรรลุพระอรหัต ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ใน อปทานว่า๑

พระชินพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ถึงฝั่ง

แห่งสรรพธรรม ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติในแสนกัป

นับแต่กัปนี้ไป.

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวเศรษฐี มีสุข

แต่งตัวน่ารัก เข้าเฝ้าพระมุนีผู้ประเสริฐ ฟังพระ-

มธุรวาจา.

๑. ขุ ๓๓/ข้อ ๑๖๖ ภัททกาปิลานีเถรีอปทาน