ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๐ · หน้า ๔๘๐ · ข้อ 3
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เสมอกับพระเจ้าแผ่นดิน คือพระราชาผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน. ครั้นแสดง ความเป็นใหญ่แห่งปัญญาของตนอย่างนี้แล้ว แต่นั้น ได้ระลึกถึงบุพ- กรรมด้วยบุพเพนิวาสานุสสติญาณ จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อโนมทสฺสิสฺส

ดังนี้. ในคำนั้น มีอธิบายว่า ความเป็นใหญ่แห่งปัญญาของเรานี้ เป็น

ผลแห่งการสรรเสริญญาณอันเรากระทำแล้วแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนาม ว่า อโนมทัสสี.

ก็ จักก ศัพท์ ในคำว่า ปวตฺติตํ ธมฺมจกฺกํ นี้ ย่อมเป็นไปใน อรรถว่า พาหนะ เช่นในประโยคมีอาทิว่า จตุจกฺกยานํ ยานมีล้อ ๔ ล้อ.

เป็นไปในอรรถว่า เทศนา เช่นในประโยคว่า ปวตฺติเต จ ปน ภควตา ธมฺมจกฺเก ก็แหละ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศจักรคือ ธรรม.

เป็นไปในอรรถว่า บุญกิริยาวัตถุ คือทานมัย เช่นในประโยค มีอาทิว่า จงยังจักรคือทานให้เป็นไปแก่สัตว์ทั้งปวง.

เป็นไปในอรรถว่า อิริยาบถ เช่นในประโยคมีอาทิว่า ย่อมยัง จักรคืออิริยาบถให้เป็นไปตลอดวันและคืน.

เป็นไปในอรรถว่า จักรกรด เช่นในประโยคมีอาทิว่า จักรย่อม หมุนอยู่บนกระหม่อมของคนผู้ถูกความอยากครอบงำ.

เป็นไปในอรรถว่า จักรรัตนะ เช่นในประโยคมีอาทิว่า พระเจ้า จักรพรรดิทรงเป็นไปด้วยอานุภาพแห่งจักร.

ก็ในที่นี้ จักก ศัพท์นี้ย่อมเป็นไปใน เทศนา. เชื่อมความว่า เรา ประกาศตาม คือประกาศไปตามได้โดยชอบ คือโดยไม่ผิดแผก ได้แก่ แสดง คือกระทำการแสดงพระธรรมจักร กล่าวคือพระไตรปิฎก อัน พระศากยบุตร คือพระโคดมสัมพุทธเจ้าผู้คงที่ คือผู้ประกอบด้วยตาทิคุณ