ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๐ · หน้า ๖๐๓ · ข้อ 8
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า ตเถว ตวํ มหาวีร เชื่อมความว่า ข้าแต่พระวีรบุรุษผู้สูงสุด พระราชานั้นทรงสมบูรณ์ด้วยองค์มีองค์แห่งเสนาบดีเป็นต้น ปิดกั้นประตู พระนครทรงอาศัยอยู่ ฉันใด พระองค์ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นพระธรรม- ราชา คือเป็นพระราชาโดยธรรม โดยเสมอ ของชาวโลก พร้อมทั้งเทวโลก คือของชาวโลกผู้เป็นไปกับทั้งเทวดาทั้งหลาย ดุจกษัตริย์กำจัดอมิตรได้ คือกำจัดข้าศึกได้แล้ว มหาชนเรียกว่า คือกล่าวว่า พระธรรมราชา เพราะทรงเป็นพระราชาโดยทรงบำเพ็ญธรรมคือบารมี ๑๐ ทัศให้บริบูรณ์.

บทว่า ติตฺถิเย นีหริตฺวาน ความว่า เพราะความเป็นพระธรรม- ราชา จึงทรงนำออก คือนำไปโดยไม่เหลือซึ่งพวกเดียรถีย์ทั้งสิ้นซึ่งเป็น ปฏิปักษ์ กระทำให้หมดพยศ และแม้มารพร้อมทั้งเสนา คือแม้วสวัตดี-

มารพร้อมทั้งเสนาก็ทรงนำออกหมด. บทว่า ตมนฺธการํ วิธมิตฺวา ความว่า

ขจัด คือกำจัดความมืดคือโมหะ กล่าวคือความมืด. อธิบายว่า ทรงให้ สร้าง คือทรงนิรมิต ได้แก่ทรงประดิษฐานธรรมนคร คือนครกล่าวคือ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ หรือกล่าวคือธรรม คือขันธ์ อายตนะ ธาตุ ปฏิจจสมุปบาท พละ โพชฌงค์ และสมันตปัฏฐานอันมีนัยลึกซึ้ง.

บทว่า สีลํ ปาการกํ ตตฺถ ได้แก่ ในธรรมนครที่ให้ประดิษฐาน ไว้นั้น มีปาริสุทธิศีลเป็นกำแพง. บทว่า าณํ เต ทฺวารโกฏฺกํ ความว่า ญาณของพระองค์ มีพระสัพพัญญุตญาณ อาสยานุสยญาณ อนาคตังสญาณ และอตีตังสญาณเป็นต้นนั่นแหละ เป็นซุ้มประตู. บทว่า สทฺธา เต เอสิกา วีร ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงบากบั่นไม่ย่อหย่อน ผู้เจริญ ศรัทธาคือความเชื่อของพระองค์ อันมีพระสัพพัญญุตญาณเป็น