กรณียํ" อธิบายว่า กิจแม้ ๑๖ อย่างในสัจจะทั้ง ๔ ที่พระขีณาสพทำให้สำเร็จ แล้ว ด้วยสามารถปริญญากิจ ปหานกิจ สัจฉิกิริยากิจ และภาวนากิจ ด้วย มรรคทั้ง ๔. จริงอยู่ กัลยาณปุถุชนเป็นต้น กำลังทำกิจนั้นอยู่ แต่พระขีณาสพ ทำกิจนั้นสำเร็จแล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อพระขีณาสพพิจารณากรณียกิจของตน ท่านย่อมทราบชัดว่า "กตํ กรณียํ" แปลว่า กรณียกิจเรากระทำเสร็จแล้ว. ข้อว่า "นาปรํ อิตฺถตฺตาย" ความว่า พระขีณาสพ ย่อมทราบชัดว่า "บัดนี้ กิจด้วยการเจริญมรรคอื่นอีก ย่อมไม่มี จะด้วยการเจริญกิจในที่นี้ หรือด้วย การเจริญกิจ ๑๖ อย่าง หรือด้วยการสิ้นกิเลสก็ตาม.
[๑๓๖] ๑. สราคบุคคล บุคคลผู้มีราคะ เป็นไฉน ?
บุคคลใด ละราคะยังไม่ได้ บุคคลนี้ เรียกว่า ผู้มีราคะ
๒. สโทสบุคคล บุคคลผู้มีโทสะ เป็นไฉน ?
บุคคลใด ละโทสะยังไม่ได้ บุคคลนี้ เรียกว่า ผู้มีโทสะ
๓. สโมหบุคคล บุคคลผู้มีโมหะ เป็นไฉน ?
บุคคลใด ละโมหะยังไม่ได้ บุคคลนี้ เรียกว่า ผู้มีโมหะ
๔. สมานบุคคล บุคคลผู้มีมานะ เป็นไฉน ?
บุคคลใด ละมานะยังได้ได้ บุคคลนี้ เรียกว่า ผู้มีนานะ.