ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๕๗ · ข้อ 9 10 11 12 13 14
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

{๑๐๐} [๙] หินคงถูกฝังไว้ในพระหทัยอันมีลักษณะ

อ่อนละมุนละไมของพระนางเป็นแน่

เพราะหม่อมฉันมาจากชนบทบ้านนอก

ยังมิได้ประสบความแช่มชื่นจากพระนางเลย

[๑๐] เมื่อใด พระราชบุตรีหน้านิ่ว

ทอดพระเนตรหม่อมฉัน

เมื่อนั้นหม่อมฉันก็ยังคงเป็นคนครัวภายในเมืองของพระเจ้ามัททะ

[๑๑] เมื่อใด พระราชบุตรีทรงแย้มสรวลทอดพระเนตรหม่อมฉัน

เมื่อนั้น หม่อมฉันไม่ใช่คนครัว

เมื่อนั้น หม่อมฉันเป็นพระเจ้ากุสะ

(พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

{๑๐๑} [๑๒] ก็ถ้าว่า คำทำนายของโหรทั้งหลายจักเป็นความจริงว่า

พระองค์ไม่ใช่พระสวามีของหม่อนฉันแน่นอน

ขอชนทั้งหลายจงสับหม่อมฉันให้เป็น ๗ ท่อนเถิด

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

{๑๐๒} [๑๓] ก็ถ้าว่า คำทำนายของพวกโหรอื่น

หรือของหม่อนฉันจักเป็นความจริงไซร้

คนอื่นนอกจากพระเจ้ากุสะผู้มีพระสุรเสียงดังราชสีห์

ไม่ใช่พระสวามีของพระนางแน่นอน

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ทรงหยอกล้อหญิงค่อม พระพี่เลี้ยงพระนางประภาวดีว่า)

{๑๐๓} [๑๔] แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว

จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า

ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง