ปริวาร
ฉบับ มจร. · เล่ม ๘ · หน้า ๖๙๕ · ข้อ 479
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

{๑๓๐๑} ข้าพเจ้าไม่กล่าวถึงอวัยวะเหนือบริเวณรากขวัญขึ้นไป

เว้นอวัยวะบริเวณใต้สะดือลงมา ภิกษุพึงเป็นปาราชิก

เพราะเมถุนธรรมเป็นปัจจัยได้อย่างไร

ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว

{๑๓๐๒} ภิกษุสร้างกุฎีด้วยการขอเอาเอง ไม่ได้ให้สงฆ์แสดงพื้นที่

เกินขนาด ซึ่งเป็นพื้นที่มีอันตราย

เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ไม่ต้องอาบัติ

ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว

{๑๓๐๓} ภิกษุสร้างกุฎีด้วยการขอเอาเอง ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ ได้ขนาด

เป็นพื้นที่ไม่มีอันตราย เป็นพื้นที่ไม่มีบริเวณโดยรอบ ต้องอาบัติ

ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว

{๑๓๐๔} ภิกษุไม่พยายามอะไรทางกาย และไม่พูดกับผู้อื่นทางวาจา

แต่ต้องอาบัติหนักซึ่งเป็นมูลแห่งการตัดขาด

ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว

{๑๓๐๕} สัตบุรุษไม่ทำความชั่วอะไรทางกาย ทางวาจา

และแม้ทางใจ ถูกสงฆ์นาสนะแล้ว ชื่อว่าถูกนาสนะด้วยดี

เพราะเหตุไร ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว

{๑๓๐๖} ภิกษุไม่เจรจากับมนุษย์ไร ๆ ด้วยวาจา

และไม่กล่าวถ้อยคำกับผู้อื่น

ต้องอาบัติทางวาจา ไม่ต้องอาบัติทางกาย

ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว

{๑๓๐๗} สิกขาบททั้งหลาย อันพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ

พรรณาไว้แล้ว สังฆาทิเสส ๔ สิกขาบท

ภิกษุณีต้องทั้งหมด ด้วยความพยายามครั้งเดียวกัน

ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว

{๑๓๐๘} ภิกษุณี ๒ รูป อุปสมบทแต่สงฆ์ฝ่ายเดียว

ภิกษุรับจีวรจากมือของภิกษุณี ๒ รูป ต้องอาบัติต่างกัน