ปริวาร
ฉบับหลวง · เล่ม ๘ · หน้า ๑๒๒ · ข้อ 470 471
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร?

ต. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ...

ถ. ใครนำมา?

ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา.

รายนามพระเถระผู้ทรงพระวินัย

พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี พระทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะ รวมเป็น ห้าทั้งพระโมคคัลลีบุตร นำพระวินัยมาในทวีปชื่อว่าชมพูมีสิริ. แต่นั้น พระเถระ ผู้ประเสริฐ มีปัญญามากเหล่านี้ คือ พระมหินทะ ๑ พระอิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑ พระสัมพละ ๑ ... พระเถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ รู้พระวินัย ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฏกไว้ในเกาะตามพปัณณิ.

----------------

คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๒

[๔๗๐] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาราชิก เพราะปัจจัยคือถือเอาทรัพย์อันเจ้าของมิได้ให้ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครราชคฤห์.

ถ. ทรงปรารภใคร?

ต. ทรงปรารภพระธนิยะ กุมภการบุตร.

ถ. เพราะเรื่องอะไร?

ต. เพราะเรื่องที่พระธนิยะ กุมภการบุตร ถือเอาไม้ของหลวงซึ่งไม่ได้รับพระราชทาน.

มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วย สมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางที เกิดแต่กาย วาจา และจิต.

คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๓

[๔๗๑] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาราชิก เพราะปัจจัยคือแกล้งพรากกายมนุษย์จากชีวิต ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี.

ถ. ทรงปรารภใคร?