ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๑๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะ นอกนั้น เป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควร ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะ นอกนั้น เป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควร ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม.
กรรม ๔
[๑๓๔๗] กรรม ๔ คือ ๑. อปโลกนกรรม ๒. ญัตติกรรม ๓. ญัตติทุติยกรรม
๔. ญัตติจตุตถกรรม.
ถามว่า กรรม ๔ นี้ ย่อมวิบัติ โดยอาการเท่าไร? ตอบว่า กรรม ๔ นี้ ย่อมวิบัติ โดยอาการ ๕ คือ:
๑. โดยวัตถุ
๒. โดยญัตติ
๓. โดยอนุสาวนา
๔. โดยสีมา
๕. โดยบริษัท
วัตถุวิบัติ
[๑๓๔๘] ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ อย่างไร?
ตอบว่า สงฆ์ให้บัณเฑาะก์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนไถยสังวาสอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้เข้ารีดเดียรถีย์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้ดิรัจฉานอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่ามารดาอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าบิดาอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าพระอรหันต์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ประทุษร้ายภิกษุณีอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ