ปริวาร
ฉบับหลวง · เล่ม ๘ · หน้า ๒๔๖ · ข้อ 870
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๑. ภิกษุสำคัญว่าควรจัดการสร้างกุฎี ไม่ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินประมาณ มีผู้

จับจองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในประโยค.

๒. เมื่อยังมิได้วางก้อนดินอีกก้อนหนึ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย.

๓. เมื่อวางดินก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.

๔. ภิกษุสำคัญว่าควรขอโภชนะอันประณีตเพื่อประโยชน์ตนมาฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

๕. ภิกษุสำคัญว่าควร ไม่ห้ามภิกษุณีผู้สั่งเสียอยู่แล้วฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ.

ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๓ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ เหล่านี้. ถามว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗? ตอบว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางทีเป็นศีลวิบัติ บางที

เป็นอาจารวิบัติ. สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๕ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติสังฆา

ทิเสส บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ บางทีด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต. จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔. ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาต กรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑.

[๘๗๐] ถามว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๔ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๔ ภิกษุต้องอาบัติ ๖ คือ

๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรม ต้องอาบัติปาราชิก.

๒. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควรสร้างกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง มิได้ให้สงฆ์แสดงที่ เกิน

ประมาณ มีผู้จับจองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในประโยค.

๓. เมื่อยังไม่วางดินอีกก้อนหนึ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย.

๔. เมื่อวางดินก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.

๕. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควรฉันโภชนะในเวลาวิกาล ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

๖. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควรรับของของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี จากมือภิกษุณีมิใช่ญาติ