" พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ประกอบเภสัชแก่มนุษย์ผู้หนึ่งภายในพระนคร, ข้าพระองค์จักไปยังสำนักของมนุษย์นั้นแล้ว จัก ( กลับ) มาเฝ้า นี้จงตั้ง อยู่โดยนิยามที่ข้าพระองค์พันไว้นั่นแหละจนกว่าข้าพระองค์จะกลับมาเฝ้า."
เขาไปทำกิจที่ควรทำแก่บุรุษนั้นแล้ว กลับมาในเวลาปิดประตู
จึงไม่ทันประตู. ทีนั้น เขาได้มีความวิตกอย่างนี้ว่า "แย่จริง เราทำ
กรรมหนักเสียแล้ว ที่เราถวายเภสัชอย่างชะงัด พันแผลที่พระบาทของ พระตถาคตเจ้า ดุจคนสามัญ;๑ เวลานี้เป็นเวลาแก้แผลนั้น, เมื่อแผลนั้น อันเรายังไม่แก้, ความเร่าร้อนในพระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าจักเกิด ตลอดคืนยังรุ่ง."
แผลของพระศาสดาหายสนิท
ขณะนั้น พระศาสดาตรัสเรียกพระอานนทเถระมาเฝ้า รับสั่งว่า " อานนท์ หมอชีวกมาในเวลาเย็นไม่ทันประตู, ก็เขาคิดว่า 'เวลานี้ เป็นเวลาแก้แผล,' เธอจงแก้แผลนั้น." พระเถระแก้แล้ว. แผลหายสนิท ดุจสะเก็ดไม้หลุดออกจากต้นไม้.
พระอรหันต์ไม่มีความเร่าร้อนใจ
หมอชีวกมายังสำนักพระศาสดาโดยเร็ว ภายในอรุณนั่นแล ทูลถาม ว่า "พระเจ้าข้า ความเร่าร้อนเกิดขึ้นในพระสรีระของพระองค์หรือไม่ ?" พระศาสดาตรัสว่า "ชีวก ความเร่าร้อนทั้งปวงของตถาคตสงบราบคาบ แล้ว ที่ควงโพธิพฤกษ์นั่นแล" ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดง ธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-
๑. อญฺตรสฺส แปลว่า คนใดคนหนึ่ง.