หรือแม้สมาธิ ได้แก่ความตั้งมั่น ความดำรงอยู่ ความตั้งลง ความไม่ แล่นไป ความไม่ฟุ้งซ่านแห่งจิต ความเป็นผู้มีใจอันอะไร ๆ ไม่ให้เเล่น ไปได้ ความสงบ สมาธินทรีย์ สมาธิพละ สัมมาสมาธิ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า คือปาติโมกข์หรือแม้สมาธิ เพราะเหตุนั้น พระพุทธนิมิตจึง ตรัสถามว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระจักษุแจ่มแจ้ง ได้ทรง
แสดงสักขิธรรม เครื่องกำจัดอันตราย ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ ขอพระองค์จงตรัสบอกปฏิปทา คือปาติโมกข์
หรือแม้สมาธิ.
[๗๓๒] ภิกษุไม่พึงเป็นผู้โลเลด้วยจักษุทั้งหลาย พึงป้องกันหู
จากคามกถา ไม่พึงติดใจในรส ไม่พึงยึดถือสังขาร
อะไร ๆ ว่าของเราในโลก.
ว่าด้วยผู้โลเลด้วยจักษุ
[๗๓๓] คำว่า ภิกษุไม่พึงเป็นผู้โลเลด้วยจักษุทั้งหลาย ความว่า ภิกษุเป็นผู้โลเลด้วยจักษุอย่างไร ? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ โลเลด้วยจักษุ ประกอบด้วยความเป็นผู้โลเลด้วยจักษุคิดว่า รูปที่ยังไม่ เคยดูเราควรดู รูปที่เคยดูเราควรผ่านไป ดังนี้ เป็นผู้ประกอบเนือง ๆ ซึ่งความเที่ยวไปนาน ซึ่งความเที่ยวไปไม่แน่นอน สู่อารามแต่อาราม สู่สวนแต่สวน สู่บ้านแต่บ้าน สู่นิคมแต่นิคม สู่นครแต่นคร สู่แว่นแคว้น