ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ฉบับ มมร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๗๑ · ๑๐๐๖ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๓๙๙ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๖ สีหาสนทายกเถราปทาน อดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว ท่านเสียใจที่ไม่ทันได้เฝ้าพระพุทธเจ้าขณะทรงพระชนม์ จึงสร้างอาสนะสีหะประดับแก้วพร้อมตั่งรองพระบาทและเรือนยอดถวายไว้ที่พระเจดีย์ ด้วยความเลื่อมใสคล้ายพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ผลบุญทำให้ได้เกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตอันโอฬาร วนเวียนเสวยสมบัติเทวดาและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนออกบวชบรรลุพระอรหัตในที่สุด แสดงว่าบูชาพระพุทธเจ้าที่ปรินิพพานแล้วด้วยใจเลื่อมใสจริงก็ได้อานิสงส์ยิ่งใหญ่
- หน้า ๖–๑๐ เอกถัมภิกเถราปทาน อดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ หมู่อุบาสกกำลังสร้างศาลาถวายพระศาสดาแต่ขาดเสาต้นหนึ่ง ท่านซึ่งพบพวกเขาในป่าอาสาหาเสามาถวายเอง แล้วยกเสาต้นนั้นถวายด้วยความปีติยินดี ผลบุญเล็กๆ จากน้ำใจเสียสละนี้ส่งให้ได้เกิดในวิมานสูงตระหง่าน ๗ ชั้น และได้เป็นพระราชานามยโสธรและอุเทนหลายครั้ง ก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตตผลในที่สุด สะท้อนว่าแม้บุญเพียงถวายเสาต้นเดียวด้วยใจบริสุทธิ์ก็ให้ผลไพศาล
- หน้า ๑๑–๑๗ นันทเถราปทาน เรื่องราวของพระนันทะ (อนุชาต่างมารดาของพระพุทธเจ้า) ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเคยถวายผ้าเนื้อดี ได้รับพยากรณ์ว่าจะเกิดเป็นน้องชายพระพุทธเจ้าในอนาคต ชาติสุดท้ายประสูติเป็นเจ้าชายนันทะ ถูกพระพุทธเจ้าใช้อุบายพาไปบวชในวันอภิเษกสมรส แม้ตอนแรกใจยังโหยหาคู่หมั้นและนางฟ้า แต่พระศาสดาทรงปลอบและสอนจนท่านบำเพ็ญเพียรบรรลุอรหัต ได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านการสำรวมอินทรีย์ เรื่องนี้สอนเรื่องการเอาชนะกามราคะด้วยสติและปัญญา
- หน้า ๑๘–๒๗ จุลลปันถกเถราปทาน พระจุลลปันถกะในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเคยถวายฉัตรดอกไม้แด่พระองค์ ชาติสุดท้ายเกิดเป็นน้องชายพระมหาปันถกะ แต่มีปัญญาทึบจนจำคาถาไม่ได้แม้แต่บทเดียวตลอด ๔ เดือน ถูกพี่ชายขับไล่จากสงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงสงสารประทานผ้าขาวให้บริกรรมจนท่านเห็นความเปลี่ยนแปลงของผ้าที่ค่อยๆ เศร้าหมอง เกิดปัญญาเห็นไตรลักษณ์และบรรลุอรหัตพร้อมฤทธิ์เนรมิตกายนับพัน ได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านการเนรมิตกายใจ เรื่องนี้ให้กำลังใจผู้ที่คิดว่าตนเองปัญญาน้อยว่าไม่สายเกินบรรลุธรรม
- หน้า ๒๘–๓๒ ปิลินทวัจฉเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเคยบูชาพระสถูปและถวายสังฆภัตแด่พระขีณาสพจำนวนมาก ชาติสุดท้ายเกิดเป็นพราหมณ์ บวชเป็นปริพาชกได้วิชาเหาะเหินและรู้ใจผู้อื่น แต่เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติ วิชาเหล่านั้นเสื่อมไป จึงบวชในพระศาสนาและบรรลุอรหัต เหล่าเทวดาที่เคยเป็นศิษย์ในอดีตชาติต่างเลื่อมใสเข้าเฝ้าท่านเป็นนิตย์ ทำให้ได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านเป็นที่รักของเทวดา สะท้อนอานิสงส์ของความกตัญญูที่ส่งต่อข้ามภพชาติ
- หน้า ๓๓–๓๘ ราหุลเถราปทาน พระราหุลโอรสของพระพุทธเจ้า ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเคยปูลาดพื้นปราสาท ๗ ชั้นถวายเป็นพุทธบูชา ได้รับพยากรณ์ว่าจะเป็นโอรสของพระพุทธเจ้าโคดมในอนาคต ชาติสุดท้ายประสูติเป็นเจ้าชายราหุล บวชตั้งแต่เยาว์วัย ตั้งใจศึกษาและปฏิบัติธรรมจนบรรลุอรหัต ได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านความใฝ่ศึกษา เรื่องนี้แสดงถึงคุณสมบัติพิเศษสองประการคือความเป็นโอรสพระพุทธเจ้าและความเพียรพยายามส่วนตัวที่ทำให้ท่านบรรลุธรรมได้
- หน้า ๓๙–๔๓ อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเคยถวายฉัตรประดับดอกกรรณิการ์และภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าพร้อมพระสาวก ๘ รูป ชาติสุดท้ายเกิดเป็นน้องชายพระสารีบุตร บวชแล้วให้ผู้อื่นบวชตามโดยตนยังไม่มีพรรษาพอ ถูกพระพุทธเจ้าตำหนิ ท่านสำนึกและตั้งใจบำเพ็ญเพียรจนบรรลุอรหัต ได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านการเป็นที่เลื่อมใสของผู้พบเห็น เพราะภายหลังท่านสมาทานธุดงค์เคร่งครัดและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตาม
- หน้า ๔๓–๕๓ รัฐปาลเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเคยถวายช้างมงคลและสร้างวัดถวายสงฆ์จำนวนมาก ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลเศรษฐีมั่งคั่ง แต่เมื่อฟังธรรมแล้วเกิดศรัทธาอยากบวช ถึงกับอดอาหาร ๗ วันจนมารดาบิดายอมอนุญาต บวชแล้วบรรลุอรหัตอย่างรวดเร็ว ภายหลังกลับไปโปรดพระราชาด้วยธรรมเทศนาว่าด้วยความไม่เที่ยงของโลกและอันตรายของกามคุณ ได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านผู้บวชด้วยศรัทธาแท้จริง เรื่องนี้เป็นแบบอย่างของความเด็ดเดี่ยวในการแสวงหาทางพ้นทุกข์
- หน้า ๕๔–๕๙ โสปากเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเคยถวายผลไม้และภัตตาหารแก่สงฆ์ ชาติสุดท้ายเกิดในท้องหญิงยากไร้ที่สลบดุจตายขณะครรภ์แก่ ถูกนำไปทิ้งป่าช้าทั้งที่ยังไม่คลอด แต่เทวดาช่วยให้ทารกรอดและเลี้ยงดูจนโต ได้ชื่อว่าโสปากะเพราะเติบโตในป่าช้า พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดจนบวชและบรรลุอรหัตตั้งแต่อายุเพียง ๗ ปี ท่านยังสอนการเจริญเมตตาภาวนาแก่ภิกษุอื่นด้วย เรื่องนี้แสดงว่าแม้เกิดในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดก็ยังมีโอกาสบรรลุธรรมได้หากมีบุญบารมีเก่า
- หน้า ๖๐–๖๖ สุมังคลเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปิยทัสสีเคยนิมนต์พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ด้วยใจเท่านั้นแล้วได้ถวายภัตตาหารจริง ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลยากจน ทำไร่ไถนาเลี้ยงชีพ เห็นสมณะได้รับการเคารพจึงขอบวช แต่เบื่อหน่ายอยากสึก ระหว่างทางกลับบ้านเห็นชาวนาตรากตรำลำบากจนเกิดความสังเวช จึงเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต เรื่องนี้แสดงว่าความสังเวชจากการเห็นทุกข์ของผู้อื่นสามารถจุดประกายให้เกิดปัญญาได้ไม่ว่าที่ใด (หน้า ๖๖ ปิดท้ายด้วยบัญชีสรุปรายชื่ออปทานทั้ง ๑๐ เรื่องในวรรคที่ ๒)
- หน้า ๖๗–๘๓ สุภูติเถราปทาน พระสุภูติในอดีตชาติเป็นดาบสชื่อโกสิยะ บำเพ็ญตบะในป่าหิมพานต์ ข่มใจตนเองไม่ให้ตกเป็นทาสกิเลสด้วยการว่ากล่าวตักเตือนตนเองเสมอ ต่อมาพบพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จจงกรมกลางอากาศ เกิดศรัทธาจัดอาสนะดอกไม้ถวายให้ประทับนั่งเข้านิโรธสมาบัติ ๗ วัน ได้รับพยากรณ์ว่าจะเป็นเลิศด้านผู้อยู่อย่างไม่มีกิเลสและเป็นทักขิไณยบุคคล ชาติสุดท้ายเป็นน้องชายอนาถบิณฑิกเศรษฐี บวชและเจริญเมตตาฌานก่อนบิณฑบาตทุกครั้งเพื่อให้ทานของผู้ถวายมีผลมาก จนได้รับยกย่องตามพยากรณ์
- หน้า ๘๔–๙๑ อุปวาณเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระปรินิพพาน เทวดา นาค ครุฑ และสัตว์ทิพย์ต่างช่วยกันสร้างพระสถูปสูงตระการ ท่านซึ่งยากจนไม่มีสิ่งใดบูชา จึงใช้ผ้าห่มของตนผูกไม้ไผ่ทำเป็นธงชูขึ้นบูชาด้วยใจเลื่อมใสอย่างยิ่ง ผลบุญเล็กน้อยจากธงผืนเดียวนี้ส่งให้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดินับครั้งไม่ถ้วน ชาติสุดท้ายบวชและบรรลุอรหัต มีความชำนาญพิเศษในการถวายน้ำร้อนและเภสัชบรรเทาอาพาธแด่พระพุทธเจ้า สอนให้เห็นว่าแม้ผู้ยากไร้ก็สร้างบุญยิ่งใหญ่ได้ด้วยสิ่งเล็กน้อยที่มีใจศรัทธา
- หน้า ๙๒–๙๖ ตีณิสรณาคมนิยเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ท่านต้องดูแลมารดาบิดาผู้ตาบอดจึงไม่มีโอกาสบวช แต่คิดได้ว่าการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะก็ช่วยพ้นทุคติได้ จึงไปรับไตรสรณคมน์จากพระอัครสาวก และรักษาไว้ตลอดชีวิตนับแสนปี ผลบุญนี้ทำให้ได้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดินับครั้งไม่ถ้วน ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลพราหมณ์ ได้ฟังธรรมและรับสรณะอีกครั้งจนบรรลุอรหัตตั้งแต่อายุ ๗ ปี เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าเพียงถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งด้วยใจจริงก็มีอานิสงส์มหาศาล แม้ไม่มีโอกาสบวช
- หน้า ๙๗–๑๐๐ ปัญจสีลสมาทานิยเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าอโนมทัสสี ท่านเป็นคนยากจนรับจ้างทำงานเลี้ยงชีพ ไม่มีทรัพย์จะทำทานและไม่มีโอกาสบวช จึงคิดหาทางออกด้วยการสมาทานศีล ๕ ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์แทน และรักษาไว้ตลอดชีวิตนับแสนปี ผลบุญทำให้ได้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดิมากมาย ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลพราหมณ์มั่งคั่ง ฟังมารดาบิดาสมาทานศีลแล้วระลึกถึงศีลเก่าจนบรรลุอรหัตตั้งแต่อายุ ๕ ปี เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าคนยากจนก็สร้างบุญใหญ่ได้ด้วยการรักษาศีลให้บริสุทธิ์แม้ไม่มีทรัพย์ถวายทาน
- หน้า ๑๐๑–๑๐๓ อันนสังสาวกเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ท่านเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาตกลางตลาดด้วยพระวรกายงามสง่า เกิดความปีติเลื่อมใสอย่างยิ่ง จึงกราบทูลนิมนต์และถวายภัตตาหาร พระพุทธเจ้าทรงอนุโมทนาให้ ด้วยจิตเลื่อมใสเพียงครั้งเดียวนี้ ท่านได้เสวยสุขในสวรรค์ยาวนานตลอดกัปหนึ่ง ก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตในกาลต่อมา เรื่องสั้นๆ นี้แสดงให้เห็นพลังของศรัทธาที่เกิดจากความปีติในพระพุทธคุณเพียงชั่วขณะแต่ให้ผลบุญยาวนาน
- หน้า ๑๐๔–๑๐๕ ธูปทายกเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ท่านมีจิตเลื่อมใสนำธูปหอมที่ทำจากไม้จันทน์ กฤษณา และกระลำพัก ไปบูชาไว้ในพระคันธกุฎีของพระพุทธเจ้า ด้วยกลิ่นหอมแห่งธูปที่ถวายด้วยใจศรัทธา ท่านได้ผลบุญเป็นที่รักของคนทั้งปวงทุกภพที่เกิด ทั้งในหมู่เทวดาและมนุษย์ ก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตในชาติสุดท้าย เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าแม้การบูชาด้วยของหอมเพียงเล็กน้อยก็ให้ผลบุญที่งดงามสมกับเจตนา
- หน้า ๑๐๖–๑๐๘ ปุลินปูชกเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ท่านมีจิตเลื่อมใสนำทรายเก่าที่บริเวณโพธิมณฑลออกทิ้งแล้วเกลี่ยทรายขาวสะอาดใหม่ถวายเป็นพุทธบูชา งานเล็กน้อยแต่ทำด้วยใจประณีตนี้ส่งผลให้ท่านได้เสวยทิพยสมบัติในวิมานทอง และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามมหาปุลินะผู้ทรงเดชานุภาพ ก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตในชาติสุดท้าย เรื่องนี้สอนว่าการดูแลรักษาความสะอาดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยใจเคารพก็เป็นบุญใหญ่ได้เช่นกัน
- หน้า ๑๐๙–๑๑๒ อุตติยเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ท่านเกิดเป็นจระเข้อาศัยอยู่ในแม่น้ำจันทภาคา เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงท่าน้ำประสงค์จะข้ามฟาก ท่านเกิดจิตเลื่อมใสทูลขอถวายหลังให้ทรงประทับข้ามฟากด้วยความปีติยินดี พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าจะได้บรรลุธรรมในอนาคต ผลบุญนี้ทำให้ท่านได้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์บวชเป็นปริพาชกแล้วเข้าสู่พระศาสนาจนบรรลุอรหัต เรื่องนี้แสดงว่าแม้สัตว์เดรัจฉานก็สร้างบุญจากใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าได้
- หน้า ๑๑๓–๑๑๕ เอกัญชลิกเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ท่านเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาตกลางตลาด เกิดจิตเลื่อมใสจึงยกมือประนมอัญชลีไหว้ด้วยความนอบน้อมเพียงครั้งเดียว การแสดงความเคารพเพียงเล็กน้อยแต่จริงใจนี้ส่งผลให้ท่านไม่ตกไปสู่ทุคติเลยตลอดหลายกัป ท่องเที่ยวเสวยสมบัติทั้งในหมู่เทวดาและมนุษย์ ก่อนมาบวชและบรรลุอรหัตในชาติสุดท้าย เรื่องนี้แสดงถึงอานุภาพของการแสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้าด้วยใจบริสุทธิ์แม้เพียงประนมมือ
- หน้า ๑๑๖–๑๑๘ โขมทายกเถราปทาน ในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ท่านเป็นพ่อค้าในนครพันธุมดี เมื่อพบพระพุทธเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในถนน เกิดจิตเลื่อมใสจึงถวายผ้าโขมะเนื้อดีผืนหนึ่งแด่พระองค์ ด้วยผลบุญจากผ้าผืนนั้น ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ และเสวยสมบัติเทวดาสลับกันไปมานับไม่ถ้วน ก่อนมาบวชในชาติสุดท้ายและบรรลุอรหัตอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ปิดท้ายวรรคด้วยตัวอย่างบุญจากทานวัตถุอันเรียบง่ายที่ให้ผลไพศาล
- หน้า ๑๑๙–๑๒๘ กุณฑธานเถราปทาน เรื่องมีสองช่วง สมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระท่านถวายเครือกล้วยใหญ่หลังพระองค์ออกจากนิโรธสมาบัติ ได้รับพยากรณ์ว่าจะเลิศด้านผู้จับสลากก่อน แต่สมัยพระกัสสปพุทธเจ้า ท่านเป็นภุมมเทวดาแกล้งแปลงกายเป็นหญิงทำลายมิตรภาพพระสองรูปเพื่อทดลองใจ บาปนี้ทำให้ชาติสุดท้ายมีเงาหญิงติดตามตัวจนถูกล้อว่า "กุณฑธานะ" อดกลั้นไม่ได้จนเผลอด่าผู้อื่น แต่ด้วยพระราชาอุปถัมภ์และความเพียร ท่านบรรลุอรหัตสมพยากรณ์ สอนว่าวิบากกรรมเล็กน้อยส่งผลยาวนาน แต่ปัญญาและความเพียรเอาชนะได้
- หน้า ๑๒๙–๑๓๒ สาคตเถราปทาน อดีตชาติเป็นพราหมณ์ชื่อโสภิตะ พบพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จออกจากอาราม เกิดความเลื่อมใสจึงกล่าวสรรเสริญพระคุณด้วยใจจริง ได้รับพยากรณ์ว่าจะได้เป็นสาวกชื่อสาคตะ ผลบุญทำให้เสวยสุขในเทวโลกนานนับแสนกัป ชาติสุดท้ายบวชแล้วชำนาญในเตโชธาตุ (สมาบัติเกี่ยวกับไฟ) บรรลุพระอรหัตต์และได้รับตำแหน่งเอตทัคคะ แสดงให้เห็นว่าคำสรรเสริญที่ออกจากใจศรัทธาแท้ก็เป็นบุญได้
- หน้า ๑๓๓–๑๓๗ มหากัจจายนเถราปทาน อดีตชาติถวายทองฉาบพระเจดีย์และกั้นฉัตรแก้วแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า ตั้งปณิธานขอเป็นผู้เลิศด้านอธิบายธรรมย่อให้พิสดาร ชาติสุดท้ายเกิดเป็นกาญจนมาณพ บุตรปุโรหิตเมืองอุชเชนี ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าเพียงครั้งเดียวก็บรรลุพระอรหัตต์พร้อมเพื่อนอีก ๗ คน ต่อมาไปโปรดพระเจ้าจัณฑปัชโชตจนทรงเลื่อมใสและสถาปนาพระศาสนาในแคว้นอวันตี ท่านได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านขยายความธรรมที่ตรัสย่อให้แจ่มแจ้ง เป็นต้นแบบพระธรรมกถึกผู้เก่งการอธิบาย
- หน้า ๑๓๘–๑๔๘ กาฬุทายีเถราปทาน อดีตชาติปรารถนาตำแหน่งผู้เลิศด้านทำให้ตระกูลเลื่อมใส ชาติสุดท้ายเกิดวันเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะ เป็นเพื่อนเล่นมาแต่เด็ก เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วประทับที่ราชคฤห์ พระเจ้าสุทโธทนะทรงส่งท่านไปทูลเชิญเสด็จกลับกบิลพัสดุ์ ท่านบวชและบรรลุอรหัตต์ก่อน รอถึงฤดูฝนจึงกล่าวคำประพันธ์ไพเราะทูลเชิญเสด็จ จนพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดพระประยูรญาติสำเร็จ ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านทำให้ตระกูลเลื่อมใส เป็นเรื่องมิตรภาพและกตัญญูที่นำพระศาสนาสู่บ้านเกิดพระพุทธเจ้า
- หน้า ๑๔๙–๑๕๓ โมฆราชเถราปทาน อดีตชาติถวายบังคมและน้ำผึ้งบริสุทธิ์แด่พระอัตถทัสสีพุทธเจ้าด้วยความเลื่อมใส ปรารถนาตำแหน่งผู้เลิศด้านทรงจีวรเศร้าหมอง (ใช้ของเรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อ) ชาติสุดท้ายเป็นศิษย์พราหมณ์พาวรี ถูกส่งไปทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้าพร้อมอชิตดาบสและคณะ ได้บรรลุพระอรหัตต์เมื่อฟังคำตอบปัญหาของตน ท่านครองผ้าบังสุกุลเศร้าหมองสามลักษณะ จึงได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านความสมถะเรื่องจีวร เป็นแบบอย่างของความพอเพียง
- หน้า ๑๕๔–๑๕๕ อธิมุตตกเถราปทาน เมื่อพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว ท่านสร้างมณฑปด้วยลำอ้อยนิมนต์ภิกษุสงฆ์มาฉันด้วยศรัทธาอันแรงกล้า แม้เป็นทานที่ทำในยามพระศาสนาไร้พระศาสดาแล้ว แต่ก็ยังเปี่ยมด้วยความเคารพในสงฆ์ ผลบุญทำให้ครอบงำเหนือสัตว์ทั้งปวงในทุกภพที่เกิด ไม่เคยตกอบายเลยตลอดกัปอันยาวนาน ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์
- หน้า ๑๕๖–๑๕๘ ลสุณทายกเถราปทาน อดีตชาติเป็นดาบสอาศัยอยู่ใกล้เขาหิมวันต์ ปลูกกระเทียมเลี้ยงชีพ วันหนึ่งหาบกระเทียมเป็นอันมากมาถวายเป็นเภสัชแก่สงฆ์มีพระวิปัสสีพุทธเจ้าเป็นประธานด้วยใจร่าเริงยินดี แม้เป็นของธรรมดาติดดินแต่ถวายด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยม ทำให้ไม่เคยตกอบายเลยนับกัป ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์ เป็นตัวอย่างว่าบุญไม่ได้วัดที่มูลค่าของแต่วัดที่ใจผู้ให้
- หน้า ๑๕๙–๑๖๑ อายาตทายกเถราปทาน เมื่อพระสิขีพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว ท่านว่าจ้างช่างไม้สร้างศาลาโรงฉันถวายภิกษุสงฆ์ด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญอัศจรรย์คือพ้นภัยจากยาพิษและอาวุธทุกชนิด ไม่มีใครดูหมิ่นได้ เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๓๐ ครั้ง แม้ปรารถนาฝนก็ตกตามใจ ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์ แสดงถึงอานิสงส์ของทานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของสงฆ์
- หน้า ๑๖๒–๑๖๔ ธัมมจักกิกเถราปทาน ท่านสร้างธรรมจักรอันสำเร็จด้วยรัตนะ ตั้งบูชาไว้หน้าธรรมาสน์ในธรรมสภาแห่งพระพุทธเจ้าสิทธัตถะด้วยศรัทธาและทรัพย์ของตน ผลบุญทำให้มีบริวารและยศบารมีรุ่งเรืองในทุกภพที่เกิด ได้เป็นทั้งกษัตริย์และจักรพรรดิผู้มีอำนาจ ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์อย่างรวดเร็ว
- หน้า ๑๖๕–๑๖๗ กัปปรุกขิยเถราปทาน ท่านสร้างต้นกัลปพฤกษ์ทองคำประดับรัตนะ ๗ ประการ คล้องผ้าอันวิจิตรตั้งบูชาไว้หน้าเจดีย์พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ผลบุญประหลาดคือทุกภพที่เกิดจะมีต้นกัลปพฤกษ์งอกขึ้นใกล้ประตูบ้าน ให้ผ้านุ่งห่มแก่ตนเองและบริวารได้ตลอดโดยไม่ขาดแคลน เกิดเป็นจักรพรรดิหลายครั้ง ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์ หัวข้อนี้ปิดท้ายกุณฑธานวรรคที่ ๔
- หน้า ๑๖๘–๑๗๒ อุปาลิเถราปทาน (ภาคิเนยยะ) เปิดวรรคใหม่ อุปาลิวรรคที่ ๕ ท่านเป็นฤๅษีในหิมวันต์ พบพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จมาเพื่อความสงัด จึงกล่าวสรรเสริญพระคุณด้วยอุปมาไพเราะหลายอย่าง ปรารถนาตำแหน่งผู้เลิศด้านพระวินัย ชาติสุดท้ายเกิดเป็นหลานของพระอุบาลีเถระผู้ทรงวินัยในกรุงกบิลพัสดุ์ บวชเรียนกรรมฐานกับลุงของตนเอง ด้วยญาณที่แก่กล้าจึงบรรลุพระอรหัตต์อย่างรวดเร็ว ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านความเฉียบแหลมในปัญหาพระวินัย เรียกกันว่า ภาคิเนยยอุบาลี เพื่อแยกจากพระอุบาลีเถระผู้เป็นลุง
- หน้า ๑๗๓–๑๗๘ โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน (โสณโกฬิวิสะ) อดีตชาติถวายที่จงกรมฉาบปูนขาวลาดดอกไม้หลากสี พร้อมทำเพดานลอยฟ้าถวายพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า ผลบุญให้วิมานทิพย์และเกิดเป็นจักรพรรดินามยโสธระถึง ๗๗ ครั้ง เนื้อเรื่องยังโยงถึงตำนานกำเนิดวงศ์ศากยะและโกลิยะที่แตกแยกกันในอดีต ชาติสุดท้ายท่านเกิดในตระกูลโกลิยะ ได้ชื่อว่าโกฏิกัณณะเพราะประดับตุ้มหูมีค่าถึงหนึ่งโกฏิ บวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์
- หน้า ๑๗๙–๑๘๒ ภัททิยกาฬิโคธาปุตตเถราปทาน ท่านเห็นชาวเมืองพากันทำบุญ จึงนิมนต์พระปทุมุตตรพุทธเจ้าพร้อมภิกษุแสนรูปมาฉันที่เรือน จัดอาสนะทองลาดเครื่องลาดวิเศษมีขนยาวถวายด้วยความโสมนัสใจ ผลบุญทำให้เกิดเป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายร้อยครั้ง ชาติสุดท้ายเป็นโอรสของพระนางกาฬิโคธาเทวี ได้นามว่าภัททิยะ บวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์ ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะ
- หน้า ๑๘๓–๑๘๕ สันนิฏฐาปกเถราปทาน ท่านเป็นดาบสอยู่กระท่อมกลางป่าเขา พอใจทั้งในยามมีลาภและเสื่อมลาภ เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จมา ท่านลาดหญ้าเป็นอาสนะและถวายผลแฟงกับน้ำดื่มด้วยใจผ่องใส แม้เป็นของป่าเรียบง่ายแต่ถวายด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายเลยนับแสนกัป ชาติสุดท้ายบรรลุพระอรหัตต์ทันทีในขณะที่มีดโกนกำลังปลงผมบวช จึงได้นามว่าผู้ตั้งมั่นด้วยดีในทางสงบ
- หน้า ๑๘๖–๑๘๘ ปัญจหัตถิเถราปทาน ท่านถวายดอกอุบล ๕ กำมือบูชาพระสุเมธพุทธเจ้าขณะเสด็จผ่านถนน ดอกไม้เหล่านั้นลอยขึ้นเป็นเพดานกั้นแดดถวายพระองค์ ดุจศิษย์ผู้เอาใจใส่กั้นร่มให้อาจารย์ที่เคารพรัก ผลบุญทำให้เกิดเป็นกษัตริย์และจักรพรรดินามหัตถิยะหลายครั้ง ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์
- หน้า ๑๘๙–๑๙๑ ปทุมัจฉทนิยเถราปทาน เมื่อพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน ท่านถือดอกปทุมบานดีไปบูชาที่เชิงตะกอนพระศพซึ่งสูงเทียมฟ้า พร้อมทำเป็นร่มดอกบัวลอยกั้นอยู่กลางอากาศเหนือจิตกาธารด้วยความอาลัยเลื่อมใส ผลบุญทำให้เกิดเป็นจักรพรรดินามปทุม ชาติสุดท้ายบวชแล้ว ที่พักอาศัยของท่านมักมีดอกปทุมปกคลุมอยู่เสมอ จึงได้นามตามนั้น และบรรลุพระอรหัตต์
- หน้า ๑๙๒–๑๙๓ สยนทายกเถราปทาน (๗) ท่านถวายที่นอนอย่างดีลาดด้วยผ้าแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ พระองค์ทรงรับแล้วประทับ ก่อนเสด็จลุกเหาะขึ้นสู่อากาศเป็นปาฏิหาริย์ให้เห็น ผลบุญทำให้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามวรุณเทพ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์
- หน้า ๑๙๔–๑๙๖ จังกมทายกเถราปทาน ท่านสร้างที่จงกรมก่ออิฐฉาบปูนขาวยาวถึง ๑๐๐ ศอกถวายพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าเพื่อเป็นสถานที่เจริญภาวนา พระองค์ทรงรับแล้วทรงกำทรายพยากรณ์อนาคตของท่านว่าจะได้เป็นสาวกในศาสนาพระโคดม ผลบุญทำให้เสวยทิพยสมบัติและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์
- หน้า ๑๙๗–๒๐๓ สุภัททเถราปทาน เรื่องพระสุภัททะ สาวกองค์สุดท้ายที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้เอง อดีตชาติถวายร่มไม้จันทน์บรรจุกฤษณาและมะลิซ้อนบูชาพระปทุมุตตรพุทธเจ้าใกล้ปรินิพพาน แต่ภายหลังเคยกล่าววาจาไม่ดีต่อพระอัครสาวก จึงได้รับผลกรรมตามมา ชาติสุดท้ายเป็นปริพาชกชรา เข้าเฝ้าทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้าขณะบรรทมรอปรินิพพานที่ป่าสาลวัน ทรงเมตตาโปรดให้บวชเป็นภิกษุองค์สุดท้าย บรรลุพระอรหัตต์วันเดียวกับที่บวช อุปสมบท และพระพุทธเจ้าปรินิพพาน นับเป็นเรื่องซาบซึ้งที่สุดเรื่องหนึ่งในพุทธประวัติ
- หน้า ๒๐๔–๒๐๘ จุนทเถราปทาน ท่านถวายดอกไม้ประดับสวยงามบูชาพระพุทธเจ้าสิทธัตถะด้วยศรัทธา ชาติสุดท้ายเกิดเป็นน้องชายแท้ๆ ของพระสารีบุตรเถระ (บุตรนางรูปสารี) บวชตามพี่ชายและบรรลุพระอรหัตต์ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร เมื่อพระสารีบุตรเถระปรินิพพานก่อนพระพุทธเจ้า ท่านเป็นผู้อัญเชิญพระธาตุของพี่ชายไปถวายแด่พระบรมศาสดาด้วยมือทั้งสอง เป็นภาพแห่งความผูกพันฉันพี่น้องในธรรม หัวข้อนี้ปิดท้ายอุปาลิวรรคที่ ๕
- หน้า ๒๐๙–๒๑๑ วิธูปนทายกเถราปทาน เปิดวรรคใหม่ วีชนีวรรคที่ ๖ ท่านถวายพัดวีชนีเล่มหนึ่งแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส ประนมมือถวายบังคมแล้วจึงจากไป ผลบุญทำให้ไม่เคยตกอบายเลยตลอดแสนกัป เกิดเป็นจักรพรรดินามพิชชมานะหลายครั้ง ชาติสุดท้ายบวชตั้งแต่อายุเพียง ๗ ขวบและบรรลุพระอรหัตต์ในวัยเยาว์ด้วยจิตที่แน่วแน่มั่นคง
- หน้า ๒๑๒–๒๑๕ สตรังสิยเถราปทาน ท่านเป็นฤๅษีผู้จบไตรเพทอาศัยใกล้ภูเขา เห็นพระปทุมุตตรพุทธเจ้าประทับนั่งบนยอดเขาสูงดังกองไฟรุ่งโรจน์ จึงประคองอัญชลีเหนือศีรษะกล่าวสรรเสริญด้วยใจเลื่อมใส ผลบุญทำให้เสวยสุขในเทวโลกและเป็นจักรพรรดินามสตรังสีหลายครั้ง ชาติสุดท้ายบวชตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ บรรลุพระอรหัตต์อย่างรวดเร็วด้วยญาณแก่กล้า มีรัศมีแผ่ซ่านจากกาย จึงได้นามว่าสตรังสี
- หน้า ๒๑๖–๒๑๗ สยนทายกเถราปทาน (๓) ท่านให้สร้างเตียงบรรทมอย่างวิจิตรด้วยงาช้าง ทอง เงิน แก้วมุกดาและแก้วมณี ลาดผ้าเนื้อดีจากต่างแดน ถวายแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้าเพื่อทรงบรรทม ผลบุญเปรียบดั่งพืชที่หว่านในนาดีย่อมให้ผลงาม ทำให้เกิดเป็นพระเจ้ามหาวีระและจักรพรรดิหลายครั้ง แม้ในเทวโลกยังได้เสวยสุขจากการนอนเหาะกลางอากาศ ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์
- หน้า ๒๑๘–๒๒๐ คันโธทกทายกเถราปทาน ในพิธีฉลองสรงน้ำต้นพระศรีมหาโพธิ์ของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ท่านถือหม้อน้ำหอมวิจิตรไปรดต้นโพธิ์ด้วยศรัทธา แต่ขณะนั้นฝนตกหนักฟ้าคะนอง ท่านถูกอสนีบาต (ฟ้าผ่า) เสียชีวิตกะทันหันในที่นั้นเอง แต่ด้วยจิตสุดท้ายที่อุทานสรรเสริญพระพุทธ พระธรรมด้วยศรัทธาบริสุทธิ์ ท่านจึงไปเกิดในเทวโลกทันที ไม่มีความเจ็บป่วยหรือทุกข์โศกใดๆ เลย เป็นตัวอย่างพลังของจิตศรัทธาที่มั่นคงแม้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ชาติสุดท้ายบวชแล้วบรรลุพระอรหัตต์
- หน้า ๒๒๑–๒๒๓ โอปวุยหเถราปทาน ถวายม้าสินธพอาชาไนยตัวเลิศบูชาพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ภายหลังคิดได้ว่าช้างม้าไม่เหมาะแก่สมณะ จึงตีราคาม้าถวายเป็นจีวรและเภสัชแทน ด้วยบุญนี้ได้เป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ครอบครองแผ่นดินมีสมุทรสี่เป็นขอบเขตถึง 28 ครั้ง ก่อนบวชบรรลุอรหัตต์ในภพสุดท้าย
- หน้า ๒๒๔–๒๒๖ สปริวาราสนเถราปทาน ถวายบิณฑบาตและตกแต่งอาสนะที่นั่งฉันด้วยดอกมะลิดอกมัลลิกาแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า พระองค์ทรงแสดงอานิสงส์บิณฑบาตเปรียบดั่งพืชเล็กน้อยที่ปลูกในนาดีย่อมให้ผลมาก ท่านสำรวมในศีลและอินทรีย์ เจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๒๗–๒๒๙ ปัญจทีปกเถราปทาน จุดประทีปแวดล้อมต้นพระศรีมหาโพธิ์บูชาพระปทุมุตตรพุทธเจ้าด้วยศรัทธาแรงกล้า ผลบุญทำให้เกิดในภพต่างๆ มีเทวดาถือคบไฟส่องสว่างให้เสมอ และมีนัยน์ตาทิพย์มองทะลุกำแพงบ้านและภูเขาได้ไกลถึงร้อยโยชน์โดยรอบ ก่อนบรรลุอรหัตต์ในภพสุดท้าย
- หน้า ๒๓๐–๒๓๒ ธชทายกเถราปทาน ยกธงผ้าขึ้นปักบูชาที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า อีกทั้งเก็บกวาดใบโพธิ์ที่ร่วงหล่นและกราบไหว้ต้นโพธิ์ดุจกราบต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าที่ยังทรงพระชนม์อยู่ ด้วยบุญนี้ได้เกิดในตระกูลสูงเป็นที่เคารพนับถือทุกภพชาติ ก่อนบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๓๓–๒๓๕ ปทุมเถราปทาน ขณะฟังพระปทุมุตตรพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม ได้ยืนถือดอกบัวพร้อมธงแล้วโยนขึ้นบูชาบนอากาศด้วยจิตโสมนัส ดอกบัวลอยคว่ำหันขั้วขึ้นเหนือพระเศียรเป็นอัศจรรย์ ได้รับพยากรณ์เสวยสมบัติทิพย์ยาวนาน ในภพสุดท้ายมีอายุเพียง 5 ขวบก็บรรพชาและบรรลุพระอรหัต
- หน้า ๒๓๖–๒๔๐ อสนโพธิยเถราปทาน เมื่ออายุเพียง 7 ขวบ ได้ปลูกต้นโพธิ์(ต้นประดู่)ถวายพระติสสพุทธเจ้า และบำรุงรดน้ำดูแลอยู่ 5 ปีจนต้นโพธิ์ออกดอกงาม จึงนำความไปกราบทูล พระองค์ทรงพยากรณ์ว่าจะไม่รู้จักทุคติเลย ได้เป็นจักรพรรดิหลายครั้งในหลายกัป และในภพสุดท้ายบวชบรรลุอรหัตต์ขณะปลงผม
- หน้า ๒๔๑–๒๔๓ สกจิตตนิยเถราปทาน เกิดไม่ทันพระวิปัสสีพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ จึงบวชเป็นฤๅษีอยู่ป่าหิมวันต์ ก่อเจดีย์ทรายด้วยไม้ไผ่ในป่าสงัด โปรยดอกไม้บูชาและกราบไหว้ดุจต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าที่ยังทรงพระชนม์อยู่ แสดงถึงศรัทธาอันลึกซึ้งแม้ไม่เคยเห็นพระองค์จริง ก่อนบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๔๔–๒๔๖ อาโปปุปผิยเถราปทาน ขณะพระสิขีพุทธเจ้าเสด็จออกจากวิหารขึ้นสู่ที่จงกรมทรงแสดงสัจจะ 4 ได้ถือดอกไม้หลายชนิดโยนขึ้นบูชาเหนือพระเศียรกลางอากาศด้วยความเลื่อมใสในพระสุรเสียง ด้วยบุญนี้ไม่ตกอบายและได้เป็นจักรพรรดิ ก่อนบวชบรรลุอรหัตต์ในภพสุดท้าย
- หน้า ๒๔๗–๒๔๙ ปัจจาคมนิยเถราปทาน ในอดีตชาติเกิดเป็นนกจักรพรากกินสาหร่ายเป็นภักษาริมแม่น้ำสินธุ เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จผ่านทางอากาศ จึงใช้จะงอยปากคาบดอกสาหร่ายชูขึ้นบูชาด้วยใจเลื่อมใส แม้เป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานแต่ศรัทธานี้ทำให้ไม่ตกทุคติเลย และภายหลังได้เป็นจักรพรรดิก่อนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๕๐–๒๕๓ ปรัปปสาทกเถราปทาน เป็นพราหมณ์ชื่อโสนะผู้แตกฉานไตรเพท เห็นพระสิทธัตถพุทธเจ้าทรงงามด้วยมหาปุริสลักษณะ จึงกล่าวคาถาสรรเสริญ 4 คาถา เปรียบพระฌานดั่งภูเขาหิมวันต์ พระศีลดั่งแผ่นดิน พระญาณดั่งอากาศไร้ขอบเขต ด้วยการยกย่องพระพุทธคุณนี้ไม่ตกทุคติถึง 94 กัป ก่อนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๕๔–๒๕๖ ภิสทายกเถราปทาน ในอดีตชาติเกิดเป็นช้างอยู่ป่าหิมวันต์ พบพระเวสสภูพุทธเจ้าเสด็จเข้าป่าเพื่อความสงัด จึงถวายเหง้ามันและรากบัวด้วยศรัทธา พระองค์ทรงลูบคลำทานนั้นด้วยพระหัตถ์ ท่านกล่าวว่าไม่เคยรู้สึกสุขใดเสมอเหมือนขณะนั้นเลย ด้วยบุญนี้ได้เป็นจักรพรรดิหลายครั้งก่อนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๕๗–๒๕๙ สุจินติตเถราปทาน เป็นพรานป่าฆ่าสัตว์เลี้ยงชีพ พบพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาตกลางภูเขา จึงเลือกเนื้อฟานส่วนดีที่สุดที่ตนล่ามาถวายพระองค์ด้วยจิตเลื่อมใส เกิดปีติโสมนัสจนถึงแก่กรรมในป่านั้นเอง แม้เคยทำอาชีพบาปแต่บุญจากการถวายทานครั้งนี้ทำให้ได้เสวยสุขในเทวโลกนาน
- หน้า ๒๖๐–๒๖๒ วัตถทายกเถราปทาน ในอดีตชาติเกิดเป็นพญาครุฑ เห็นพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าเสด็จไปเขาคันธมาทน์ จึงแปลงร่างเป็นมาณพน้อยถวายผ้าทิพย์แด่พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงรับแล้วประทับยืนกลางอากาศตรัสอนุโมทนา ด้วยบุญนี้ท่านมีผ้าและเครื่องประดับสมบูรณ์ทุกภพชาติ ก่อนบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๖๓–๒๖๕ อัมพทายกเถราปทาน ในอดีตชาติเกิดเป็นพญาวานรอยู่หิมวันต์ พบพระอโนมทัสสีพุทธเจ้าเสด็จมาแผ่เมตตา จึงเก็บมะม่วงสุกพร้อมน้ำผึ้งไปถวาย พระองค์ทรงรับเสวยขณะที่ท่านเฝ้าดูอยู่ ด้วยบุญนี้เสวยสุขในเทวโลกนาน 57 กัป และภายหลังบวชบรรลุอรหัตต์ในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า
- หน้า ๒๖๖–๒๖๘ สุมนเถราปทาน เป็นนายมาลาการ(ช่างดอกไม้)ชื่อสุมนะ พบพระสิขีพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี จึงประคองดอกมะลิที่บานดีด้วยมือทั้งสองบูชาพระองค์ ด้วยศรัทธาในอาชีพเรียบง่ายนี้ทำให้ไม่ตกทุคติตลอด 31 กัป ได้เป็นจักรพรรดิผู้มียศ ก่อนบวชบรรลุอรหัตต์ในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า
- หน้า ๒๖๙–๒๗๒ ปุปผจังโกฏิยเถราปทาน บรรจุดอกอังกาบสีดั่งทองคำเต็มผอบถวายบูชาพระสิขีพุทธเจ้าผู้ประทับท่ามกลางหมู่สงฆ์ พร้อมตั้งความปรารถนาขอเป็นผู้มีวรรณะดังทองคำเป็นที่บูชาทุกภพชาติและบรรลุนิพพานในที่สุด ด้วยบุญนี้ท่านมีผิวพรรณงามดังทองในทุกภพก่อนบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๗๓–๒๗๕ นาคสมาลเถราปทาน เกิดไม่ทันพระสิขีพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้วจึงช่วยจัดแจงพระบรมสารีริกธาตุใส่เจดีย์ที่หนทางใหญ่กลางเมือง แล้วนำดอกแคฝอยไปบูชาด้วยความเลื่อมใส ด้วยบุญนี้เสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกยาวนาน ก่อนบวชบรรลุอรหัตต์ในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า
- หน้า ๒๗๖–๒๗๘ ปทสัญญกเถราปทาน เห็นรอยพระบาทที่พระติสสพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เพื่ออนุเคราะห์สัตว์ เกิดขนพองสยองเกล้าด้วยความเลื่อมใส จึงกระทำการนอบน้อมกราบไหว้และบูชารอยพระบาทนั้นเป็นอันมาก แม้เพียงความเลื่อมใสในสัญลักษณ์แทนพระองค์ก็ทำให้ไม่ตกทุคติ และได้เป็นจักรพรรดิก่อนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๗๙–๒๘๐ สุสัญญกเถราปทาน เห็นผ้าบังสุกุลจีวรของพระติสสพุทธเจ้าคล้องอยู่บนปลายไม้ คิดว่านี่คือธงแห่งพระอรหันต์ จึงประนมอัญชลีกราบไหว้และบูชาด้วยความเคารพ แม้พระพุทธเจ้าไม่ประทับอยู่ตรงนั้น แต่สัญลักษณ์แทนพระองค์ก็ทำให้เกิดกุศลจิตอันยิ่งใหญ่ ท่านได้เสวยสมบัติทิพย์ก่อนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๘๑–๒๘๒ ภิสาลุวทายกเถราปทาน อาศัยอยู่ในป่าหิมวันต์กินเหง้าไม้และผลไม้เป็นอาหาร พบพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จมาด้วยอำนาจวิเวก จึงถวายเหง้าบัวและน้ำสำหรับล้างพระหัตถ์ด้วยศรัทธา พระองค์ทรงรับเสวยเพื่ออนุเคราะห์ ด้วยบุญนี้ได้เป็นจักรพรรดิก่อนบวชบรรลุอรหัตต์ในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า
- หน้า ๒๘๓–๒๘๔ เอกสัญญกเถราปทาน เห็นพระอัครสาวกชื่อขัณฑะของพระวิปัสสีพุทธเจ้ากำลังออกบิณฑบาต จึงตักถวายภิกษาเพียงทัพพีเดียวด้วยจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัย แม้เป็นทานเพียงเล็กน้อยแต่ตั้งอยู่บนศรัทธาที่บริสุทธิ์ ทำให้ไม่ตกทุคติและได้เป็นจักรพรรดิก่อนบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๘๕–๒๘๗ ติณสันถารทายกเถราปทาน บวชเป็นดาบสอาศัยอยู่ริมสระบัวใหญ่ใกล้หิมวันต์ เห็นพระติสสพุทธเจ้าเสด็จลงจากอากาศมาโปรด จึงรีบเกี่ยวหญ้ามาปูลาดถวายเป็นอาสนะให้ประทับนั่ง แล้วนั่งกระโหย่งเพ่งดูพระพักตร์ด้วยความเลื่อมใสไม่กะพริบตา ด้วยบุญนี้ได้เกิดในสวรรค์ชั้นนิมมานรดีก่อนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๘๘–๒๘๙ สูจิทายกเถราปทาน ถวายเข็มเย็บผ้า 5 เล่มแด่พระสุเมธพุทธเจ้าเพื่อใช้ทำจีวร ด้วยผลบุญแห่งการถวายอุปกรณ์เล็กน้อยแต่มีประโยชน์ต่อสงฆ์นี้ ทำให้ท่านมีปัญญาเฉียบแหลมรวดเร็วในทุกภพชาติ และในภพสุดท้ายบรรลุพระอรหัตตั้งแต่ขณะปลงผมบวช
- หน้า ๒๙๐–๒๙๑ ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน เป็นบุตรเศรษฐีสุขุมาลชาติ เห็นพระติสสพุทธเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในละแวกตลาด จึงเอาดอกแคฝอยที่ห่อพกมาบูชาด้วยความร่าเริงโสมนัส ด้วยศรัทธาอันเกิดขึ้นทันทีเมื่อพบพระพุทธเจ้าโดยบังเอิญ ทำให้ไม่ตกทุคติและได้เป็นจักรพรรดิก่อนบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๒๙๒–๒๙๔ ฐิตัญชลิยเถราปทาน เป็นพรานเนื้อในป่า พบพระพุทธเจ้าโดยบังเอิญจึงประนมอัญชลีถวายบังคม ต่อมาขณะนั่งพักบนใบไม้ที่ปูลาด ถูกอสนีบาต(ฟ้าผ่า)ตกลงมา ในวินาทีใกล้ตายท่านยังระลึกถึงพระพุทธเจ้าและประนมมือไหว้อีกครั้ง แม้ชีวิตจบลงกะทันหันแต่จิตสุดท้ายที่เปี่ยมศรัทธาทำให้ไม่ตกทุคติ
- หน้า ๒๙๕–๒๙๙ ตีณิปทุมยเถราปทาน เป็นช่างดอกไม้ในเมืองหังสวดี ถือดอกบัว 3 ดอกตั้งใจจะนำไปถวายพระราชาเพื่อแลกทรัพย์ แต่คิดได้ว่าการบูชาพระพุทธเจ้าจะได้ทรัพย์อันไม่ตายคือนิพพาน จึงโยนดอกบัวบูชาพระปทุมุตตรพุทธเจ้าแทน ดอกบัวลอยคว่ำกั้นเหนือพระเศียรเป็นอัศจรรย์ มหาชนแตกตื่นซัดผ้าบูชา ได้รับพยากรณ์วิมานใหญ่โตในสวรรค์ก่อนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๐๐–๓๐๓ ติมิรปุปผิยเถราปทาน บวชเป็นดาบสอยู่ริมแม่น้ำจันทภาคา พบพระสิทธัตถพุทธเจ้าประทับนั่งผ่องใส จึงพิจารณาว่าพระองค์ทรงข้ามพ้นสงสารแล้วจักทรงช่วยสัตว์ให้ข้ามพ้นด้วย จึงโปรยดอกดีหมีบูชาเหนือพระเศียรแล้วทำประทักษิณ ระหว่างเดินทางกลับถูกเนื้อร้ายไล่จนพลัดตกเหวถึงแก่ชีวิต แต่ด้วยบุญบูชาครั้งนั้นทำให้ไม่ตกทุคติและได้เป็นจักรพรรดิก่อนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๐๔–๓๐๖ คตสัญญกเถราปทาน เณรน้อยอายุ 7 ขวบ สมัยพระพุทธเจ้าติสสะ ถวายบังคมแล้วโยนดอกกรรณิการ์ 7 ดอกขึ้นบูชากลางอากาศด้วยจิตเลื่อมใสในหนทางที่พระพุทธเจ้าเสด็จผ่าน ผลบุญทำให้ไม่ตกอบาย ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในชาติสุดท้าย
- หน้า ๓๐๗–๓๐๙ นิปันนัญชลิกเถราปทาน ภิกษุอาพาธหนักนอนอยู่โคนไม้ในป่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาเยี่ยมด้วยความกรุณา ท่านลุกไม่ไหวจึงได้แต่ประนมมือเหนือศีรษะถวายความเคารพก่อนสิ้นใจ เพียงเจตนาบูชาครั้งสุดท้ายนี้ทำให้ไม่ตกอบาย ได้เสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกก่อนจะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๑๐–๓๑๒ อโธปุปผิยเถราปทาน ฤๅษีผู้บำเพ็ญฌานในป่าหิมพานต์พบพระอัครสาวกอภิภูเถระของพระพุทธเจ้าสิขี จึงเก็บดอกไม้ 7 ดอกขึ้นไปโปรยบูชาบนยอดเขา ต่อมาถูกงูเหลือมรัดจนสิ้นชีวิตแต่ฌานไม่เสื่อม จึงไปเกิดในพรหมโลก แล้วท่องเที่ยวเสวยสุขก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๑๓–๓๑๕ รังสิสัญญกเถราปทาน ดาบสในป่าหิมพานต์เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จเข้าป่า มีพระรัศมีงามดุจพญารังผลิดอก จึงนั่งกระโหย่งประนมมือถวายบังคมด้วยความเลื่อมใสในพระรัศมี เพียงความเลื่อมใสนี้ก็ทำให้ไม่ตกอบายตลอด 91 กัป ก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๑๖–๓๑๗ รังสิสัญญิกเถราปทาน (ทุติยรังสิสัญญกเถราปทาน) ดาบสอีกท่านหนึ่งในป่าหิมพานต์เห็นพระพุทธเจ้าผุสสะเสด็จมาพร้อมพระรัศมีซ่านออกจากพระวรกาย จึงประนมอัญชลีด้วยจิตเลื่อมใสในพระรัศมีเช่นเดียวกับเรื่องก่อน ผลบุญนี้ทำให้ท่องเที่ยวเสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๑๘–๓๑๙ ผลทายกเถราปทาน ดาบสในป่าหิมพานต์นุ่งหนังสัตว์หยาบ พบพระพุทธเจ้าผุสสะ จึงถือผลไม้ไปถวายด้วยใจผ่องใส ผลบุญแห่งการถวายผลไม้เพียงเล็กน้อยนี้ส่งผลให้ได้เสวยสมบัติทิพย์ต่อเนื่องหลายภพ ก่อนจะมาเกิดเป็นมนุษย์ บวชและบรรลุอรหัตต์ในที่สุด
- หน้า ๓๒๐–๓๒๑ สัททสัญญกเถราปทาน ดาบสนอนบนเครื่องลาดใบไม้ในป่าหิมพานต์ ได้ยินเสียงพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าผุสสะแล้วเกิดจิตเลื่อมใสในพระสุรเสียง แม้ไม่ได้ทำบุญกิริยาอื่นใด เพียงความเลื่อมใสในเสียงธรรมนี้ก็เป็นเหตุให้ไม่ตกอบาย ก่อนจะมาบวชบรรลุอรหัตต์ในภพสุดท้าย
- หน้า ๓๒๒–๓๒๔ โพธิสิญจกเถราปทาน ภิกษุรูปหนึ่งร่วมงานฉลองต้นพระศรีมหาโพธิ์ของพระพุทธเจ้าวิปัสสี ถือดอกไม้เข้าบูชาแล้วรดน้ำที่โคนต้นโพธิ์ พลางตั้งจิตอธิษฐานว่าพระพุทธเจ้าทรงพ้นแล้วจะทรงช่วยสัตว์ให้พ้นด้วย ผลบุญนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๒๕–๓๒๗ ปทุมปุปผิยเถราปทาน ชายผู้เข้าไปกินเหง้าบัวในสระพบพระพุทธเจ้าผุสสะเสด็จผ่าน จึงเก็บดอกบัวโยนขึ้นบูชากลางอากาศ แล้วสำนึกในกรรมชั่วที่เคยทำ จึงออกบวชสำรวมกายวาจาใจ ผลบุญแห่งพุทธบูชาทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบรรลุอรหัตต์ ปิดท้ายวรรคที่ 9
- หน้า ๓๒๘–๓๓๑ สุธาปิณฑิยเถราปทาน สมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะยังทรงพระชนม์อยู่ ชายผู้นี้ไม่มีโอกาสทำบุญ ต่อมาเมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว มหาชนช่วยกันก่อพระเจดีย์บรรจุพระธาตุ เขาจึงร่วมใส่ปูนขาวก่อเจดีย์ อรรถกถาอธิบายว่าบุญบูชาปูชนียบุคคลแม้ปรินิพพานแล้วก็มีผลมากเทียบเท่าบูชาขณะทรงพระชนม์อยู่ ผลบุญนี้ทำให้บรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๓๒–๓๓๓ สุปีฐิยเถราปทาน ชายผู้ถวายตั่ง (ที่นั่ง) อันสวยงามแด่พระพุทธเจ้าติสสะด้วยจิตโสมนัส ผลบุญนี้ทำให้ได้เกิดเป็นพระราชาผู้มั่งคั่งด้วยที่นอนและโภคทรัพย์ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง 3 ครั้งในภพต่างๆ ก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตต์ในชาติสุดท้าย
- หน้า ๓๓๔–๓๓๕ อัฑฒเจลกเถราปทาน ชายยากจนผู้สมควรได้รับความเมตตา ถวายผ้าเพียงครึ่งท่อนแด่พระพุทธเจ้าติสสะ แม้เป็นของเล็กน้อยแต่ถวายด้วยใจเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ได้เสวยสุขในสวรรค์ตลอดกัปหนึ่ง แล้วได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะมาบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๓๖–๓๓๗ สูจิทายกเถราปทาน ช่างทองในเมืองพันธุมะถวายเข็มแด่พระพุทธเจ้าวิปัสสี ผลบุญนี้ทำให้ท่านมีปัญญาแหลมคมดุจเข็มหรือเพชร สามารถพิจารณาเห็นภพทั้งอดีตอนาคตปัจจุบันได้ด้วยญาณ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๓๘–๓๓๙ คันธมาลิยเถราปทาน เศรษฐีผู้มั่งคั่งสร้างสถูปไม้หอมประดับดอกมะลิถวายบูชาแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ พร้อมถวายบังคมด้วยความเคารพ ผลบุญแห่งการบูชาด้วยของหอมนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตต์ในภพสุดท้าย
- หน้า ๓๔๐–๓๔๒ ติปุปผิยเถราปทาน นายพรานเนื้อในป่าใหญ่สมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี พบต้นแคฝอยอันเป็นต้นโพธิ์ของพระองค์ จึงเก็บใบเก่าทิ้งแล้วบูชาด้วยดอกไม้ 3 ดอก กราบไหว้ต้นโพธิ์ดุจถวายบังคมพระพุทธเจ้าเอง แม้เป็นนายพรานผู้ทำบาปมามาก แต่บุญบูชาต้นโพธิ์นี้ก็ทำให้ไม่ตกอบาย ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก่อนจะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๔๓–๓๔๕ มธุปิณฑิกเถราปทาน นายพรานในป่าใหญ่พบพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จออกจากสมาธิ จึงถวายน้ำผึ้งด้วยใจเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ในภพต่อมามีน้ำผึ้งไหลลงสู่อาหารของท่านเองโดยไม่ต้องขวนขวาย และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๔๖–๓๔๗ เสนาสนทายกเถราปทาน ชายผู้ถวายเครื่องลาดใบไม้และดอกโกสุมแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ พร้อมทำเขตกั้นรอบที่ประทับ ผลบุญแห่งการจัดที่ประทับถวายนี้ทำให้ในภพต่อมาท่านได้นอนบนที่นอนวิจิตรมีดอกไม้โปรยปรายอยู่เสมอ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก่อนจะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๔๘–๓๔๙ เวยยาวัจจกเถราปทาน ชายผู้อาสารับใช้ทุกอย่างในงานประชุมใหญ่ของพระพุทธเจ้าวิปัสสี แม้ไม่มีสิ่งของถวายเป็นทาน แต่ได้ถวายบังคมด้วยจิตผ่องใสและช่วยงานด้วยความขยันขันแข็ง ผลบุญแห่งการเป็นไวยาวัจกรนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก่อนจะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๕๐–๓๕๒ พุทธุปัฏฐากเถราปทาน ชายในตระกูลช่างเป่าสังข์ ถวายการเป่าสังข์บูชาแด่พระพุทธเจ้าวิปัสสีเป็นประจำ ผลบุญแห่งการบำรุงด้วยเสียงดนตรีนี้ทำให้ในภพต่อมาท่านมีวงดนตรีทิพย์แวดล้อมเสมอ และมีเสียงไพเราะจนได้ชื่อว่ามธุรัสสระ ก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์ ปิดท้ายวรรคที่ 10
- หน้า ๓๕๓–๓๕๕ ภิกขทายกเถราปทาน ผู้มีทรัพย์มากเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จออกบิณฑบาต จึงถวายอาหารด้วยจิตเลื่อมใส แม้เป็นเพียงทัพพีเดียว แต่ผลบุญนี้ทำให้ได้เสวยสมบัติในเทวโลกและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตต์ในชาติสุดท้าย เริ่มวรรคที่ 11
- หน้า ๓๕๖–๓๕๘ ญาณสัญญิกเถราปทาน ชายผู้เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จดำเนินไปตามถนน เกิดความเลื่อมใสในพระญาณของพระองค์ จึงประนมมือถวายบังคมด้วยใจโสมนัส เพียงความเลื่อมใสในพระปัญญาคุณนี้ก็ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๕๙–๓๖๐ อุปปลหัตถิยเถราปทาน ช่างดอกไม้ในนครติวรา เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จผ่าน จึงถวายดอกอุบลกำมือหนึ่งด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญเพียงเล็กน้อยนี้ทำให้ท่านได้เกิดเป็นพระราชาถึง 500 ครั้งในภพต่างๆ ก่อนจะมาบวชและบรรลุอรหัตต์ในภพสุดท้าย
- หน้า ๓๖๑–๓๖๒ ปทปูชกเถราปทาน ชายผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ โปรยดอกมะลิ 7 ดอกลงใกล้พระบาทด้วยความยินดี ผลบุญแห่งการบูชาพระบาทด้วยดอกไม้นี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนจะมาบวชบรรลุอรหัตต์ในชาติปัจจุบัน
- หน้า ๓๖๓–๓๖๔ มุฏฐิปุปผิยเถราปทาน นายมาลาการชื่อสุทัสสนะ เห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ จึงถือดอกมะลิไปบูชาด้วยใจโสมนัส ผลบุญนี้ทำให้ไม่ตกอบายตลอดแสนกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๖๕–๓๖๗ อุทกปูชกเถราปทาน ชายเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จในอากาศ จึงกอบน้ำด้วยมือทั้งสองโยนขึ้นบูชา พระพุทธเจ้าทรงรับไว้ด้วยพระกรุณา แล้วตรัสพยากรณ์ว่าจะไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป ผลบุญนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๖๘–๓๗๐ นฬมาลิยเถราปทาน ดาบสในป่าหิมพานต์ทำพัดจากดอกอ้อถวายพระพุทธเจ้าปทุมุตตระซึ่งประทับนั่งบนเครื่องลาดหญ้า พระองค์ตรัสอุปมาว่ากายพระองค์ดับร้อนแล้วฉันใด ขอให้จิตของผู้ถวายพัดหลุดพ้นจากไฟกิเลส 3 กองฉันนั้น ผลบุญนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๗๑–๓๗๒ อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน ดาบสในป่าหิมพานต์ถวายอาสนะทองแด่พระพุทธเจ้าอัตถทัสสี พร้อมถือดอกไม้ทำประทักษิณรอบพระองค์ก่อนจะกลับที่พัก ผลบุญแห่งการถวายที่ประทับนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มั่งคั่งด้วยแก้ว 7 ประการก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๗๓–๓๗๕ พิฬาลิทายกเถราปทาน ดาบสในป่าหิมพานต์ผู้เลี้ยงชีพด้วยหัวมันป่าต่างๆ เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมา จึงถวายมันมือเสือใส่บาตรด้วยความยินดี พระองค์ทรงรับเสวยเพื่ออนุเคราะห์แล้วตรัสพยากรณ์ว่าจะไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป ผลบุญนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก่อนจะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๗๖–๓๗๘ เรณุปูชกเถราปทาน ชายผู้เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จพร้อมหมู่สาวก จึงถือดอกกระถินพิมานไปบูชา ผลบุญแห่งพุทธบูชานี้ทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มั่งคั่งก่อนจะมาบวชบรรลุอรหัตต์ในชาติสุดท้าย ปิดท้ายวรรคที่ 11
- หน้า ๓๗๙–๓๘๒ มหาปริวารเถราปทาน หัวหน้ายักษ์ผู้มีบริวารนับแสนบนเกาะเล็กๆ เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จมายังวิหารบนเกาะ จึงถือผ้าทิพย์บูชาพร้อมนำบริวารทั้งหมดถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ผลบุญและการถึงสรณะนี้ทำให้ท่องเที่ยวเสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกก่อนจะมาบวชบรรลุอรหัตต์ เริ่มวรรคที่ 12
- หน้า ๓๘๓–๓๘๕ สุมังคลเถราปทาน รุกขเทวดาประจำสระน้ำ เห็นพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีเสด็จมาสรงน้ำแล้วประทับยืนงามดุจรูปทองคำ จึงนำเพลงและดนตรีทิพย์มาบรรเลงถวายด้วยความปีติ ผลบุญแห่งการบูชาด้วยดนตรีนี้ทำให้ได้เสวยสมบัติทิพย์และมนุษย์มากมายก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๘๖–๓๘๙ สรณคมนิยเถราปทาน จอมยักษ์สองฝ่ายกำลังทำสงครามกัน พระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาแสดงธรรมโปรดจนเทวดาทั้งสองฝ่ายวางอาวุธ ถวายบังคมและถึงพระองค์เป็นสรณะ ท่านผู้นี้เป็นผู้แรกที่ถึงสรณะในเหตุการณ์นั้น ผลบุญนี้ทำให้ไม่ตกทุคติตลอดแสนกัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก่อนจะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๙๐–๓๙๒ เอกาสนิยเถราปทาน ท้าวเทวราชชื่อวรุณะ บำรุงพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีขณะทรงพระชนม์ และเมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว ได้นำดนตรีไปประโคมบูชาที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์เสมือนบูชาต่อพระพักตร์ ผลบุญนี้ทำให้เสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๙๓–๓๙๕ สุวรรณปุปผิยเถราปทาน เทพบุตรฟังธรรมของพระพุทธเจ้าวิปัสสีแล้วเกิดศรัทธา จึงโปรยดอกไม้ทองบูชาจนกลายเป็นเพดานทองคำปกคลุมทั่วบริษัท รัศมีทองกับพระรัศมีรวมเป็นแสงสว่างไพบูลย์ ผลบุญนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๙๖–๓๙๘ จิตกปูชกเถราปทาน รุกขเทวดาประจำต้นเกด เมื่อพระพุทธเจ้าสิขีปรินิพพานแล้ว จึงนำของหอมและดนตรีไปบูชาที่เชิงตะกอนถวายพระเพลิง ด้วยความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแม้ปรินิพพานแล้ว ผลบุญนี้ทำให้เสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๓๙๙–๔๐๑ พุทธสัญญกเถราปทาน เทพบุตรตกใจเมื่อภพของตนสั่นไหวในขณะที่พระพุทธเจ้าวิปัสสีทรงปลงพระชนมายุสังขาร จนท้าวเวสวัณต้องมาปลอบใจ ความเลื่อมใสและความสังเวชในพุทธานุภาพครั้งนั้นเป็นบุญให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๔๐๒–๔๐๔ มัคคสัญญกเถราปทาน เทพบุตรประจำป่าหิมพานต์ เมื่อเห็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระหลงทางในป่า จึงลงมาชี้ทางและถวายอาหารช่วยเหลือ ผลบุญแห่งการช่วยเหลือพระสาวกนี้ทำให้ท่านมีสัญญาแม่นยำไม่หลงทางในทุกภพ และบรรลุอรหัตต์ตั้งแต่อายุเพียง 7 ปี
- หน้า ๔๐๕–๔๐๘ ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน ยักษ์ผู้เศร้าโศกเสียใจที่พระพุทธเจ้าอัตถทัสสีปรินิพพานไปโดยตนไม่เคยได้เข้าเฝ้า พระสาวกชื่อสาคระจึงแนะนำให้สร้างสถูปบูชาพระธาตุ โดยชี้ว่าบุญบูชาพระธาตุมีผลเท่าบูชาขณะทรงพระชนม์อยู่ เขาบำรุงสถูปนั้น 5 ปี ผลบุญนี้ทำให้บรรลุอรหัตต์
- หน้า ๔๐๙–๔๑๑ ชาติปูชกเถราปทาน ชายผู้ได้ยินหมอดูทำนายว่าพระวิปัสสีโพธิสัตว์แรกประสูติจะได้เป็นพระพุทธเจ้าผู้เลิศ จึงจัดพิธีบูชาวันประสูติของพระองค์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ด้วยความปีติ ผลบุญแห่งศรัทธาแต่แรกเริ่มนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์ ปิดท้ายวรรคที่ 12
- หน้า ๔๑๒–๔๑๔ เสเรยยกเถราปทาน พราหมณ์ผู้จบไตรเพท เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเที่ยวในป่าดุจราชสีห์ จึงหยิบดอกหงอนไก่โยนขึ้นบูชา พระองค์ทรงอธิษฐานให้ดอกไม้กลายเป็นเพดานบังร่มอยู่ 7 วัน ความอัศจรรย์นี้ทำให้พราหมณ์เลื่อมใสยิ่งขึ้น ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายตลอดแสนกัปก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์ เริ่มวรรคที่ 13
- หน้า ๔๑๕–๔๑๘ ปุปผถูปิยเถราปทาน พราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์สอนศิษย์ 5,000 คนในป่าหิมพานต์ ทราบข่าวพระพุทธเจ้าอุบัติจึงตั้งใจจะไปเฝ้า แต่ล้มป่วยกลางทาง ก่อนสิ้นใจได้ฟังศิษย์บรรยายพระคุณของพระพุทธเจ้า จึงให้ศิษย์นำดอกไม้มาก่อสถูปบูชาแทนการได้เข้าเฝ้าจริง ผลบุญนี้ทำให้ไปเกิดในพรหมโลกก่อนจะมาบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๔๑๙–๔๒๒ ปายาสทายกเถราปทาน เศรษฐีตั้งใจจะบวงสรวงบูชายัญด้วยข้าวปายาสในถาดทองคำนับพันใบ แต่เมื่อพบพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จจงกรมกลางอากาศพร้อมพระรัศมี ก็เลื่อมใสเปลี่ยนใจถวายข้าวปายาสทั้งหมดแด่พระองค์และภิกษุสงฆ์แทน ผลบุญแห่งทานนี้ทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก่อนจะบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๔๒๓–๔๒๕ คันโธทกิยเถราปทานที่ ๔ (๑๒๔) เศรษฐีนั่งอยู่ในปราสาท เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จผ่านตามถนนยามเย็น เกิดศรัทธาเข้าไปถวายบังคมและประพรมน้ำหอมบูชาพระองค์ ด้วยบุญนี้ท่องเที่ยวในสุคติ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์ ไม่ยินดีทางฆราวาสจึงบวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๒๖–๔๓๐ สัมมุขาถวิกเถราปทานที่ ๕ (๑๒๕) พราหมณ์หนุ่มผู้รู้ตำราทำนายลักษณะ เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติ ได้ทำนายและกล่าวคำชมเชยสรรเสริญเหตุอัศจรรย์ต่างๆ ที่เกิดพร้อมการประสูติของพระพุทธเจ้าอย่างพิสดาร ด้วยบุญแห่งการชมเชยนี้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งนับสิบชาติ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ได้ชื่อตามกุศลกรรมที่ทำไว้
- หน้า ๔๓๑–๔๓๔ กุสุมาสนิยเถราปทานที่ ๖ (๑๒๖) พราหมณ์ผู้จบไตรเพทในนครธัญญวดี ตั้งใจจะบูชายัญด้วยดอกบัว ๕ กำในสมาคมบิดามารดา แต่พบพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาก่อน จึงปูอาสนะและถวายดอกบัวรวมทั้งอาหารที่เตรียมไว้แด่พระองค์แทน ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๓๕–๔๓๘ ผลทายกเถราปทานที่ ๗ (๑๒๗) ฤๅษีผู้เคยเป็นอาจารย์พราหมณ์มาก่อน สร้างอาศรมใกล้หิมวันต์ พบพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาต เกิดศรัทธาถวายเมล็ดบัวพร้อมน้ำผึ้ง พระพุทธเจ้าทรงรับเสวยต่อหน้าแล้วประทับยืนในอากาศแสดงอานิสงส์ทาน ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติแสนกัป ภายหลังบวชตั้งแต่อายุ ๗ ขวบสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๓๙–๔๔๑ ญาณสัญญกเถราปทานที่ ๘ (๑๒๘) ดาบสผู้บำเพ็ญตบะใกล้ภูเขาหิมวันต์ เห็นกองทรายขาวสะอาดงดงาม จึงระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าและพระญาณอันบริสุทธิ์เปรียบดังกองทรายนั้น เกิดความเลื่อมใสในพระญาณ ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๔๒–๔๔๓ คันธปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๑๒๙) กุลบุตรพบพระวิปัสสีพุทธเจ้าพร้อมหมู่สงฆ์เสด็จผ่านมา เกิดศรัทธาบูชาด้วยดอกไม้และข้าวตอกที่ทางเสด็จ พร้อมถวายบังคมด้วยใจโสมนัส ด้วยบุญนี้ท่องเที่ยวในสุคติภพ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๔๔–๔๔๗ ปทุมปูชกเถราปทานที่ ๑๐ (๑๓๐) ฤๅษีผู้สร้างอาศรมใกล้ภูเขาโคตมะพร้อมศิษย์จำนวนมาก เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จมาโปรด จึงให้ศิษย์นำดอกบัวมาบูชา และสอนศิษย์ให้ไม่ประมาทก่อนสิ้นชีวิต ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติแสนกัป ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๔๘–๔๕๐ โสภิตเถราปทานที่ ๑ (๑๓๑) กุลบุตรฟังพระปทุมุตตรพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม เกิดศรัทธาประนมมือกล่าวสรรเสริญเปรียบพระพุทธญาณดังมหาสมุทรและภูเขาสิเนรุที่ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่น พระพุทธเจ้าทรงหยุดเทศน์แล้วพยากรณ์ว่าจะได้เป็นสาวกชื่อโสภิตะในอนาคต ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชตั้งแต่อายุ ๗ ขวบสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๕๑–๔๕๓ สุทัสสนเถราปทานที่ ๒ (๑๓๒) ชายผู้เดินหาดอกการะเกดริมฝั่งแม่น้ำกว้าง พบพระสิขีพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นั่น จึงเด็ดดอกการะเกดพร้อมขั้วบูชา และกล่าวว่าขอบูชาพระญาณอันเป็นเหตุแห่งอานุภาพของพระองค์ ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๕๔–๔๕๖ จันทนปูชกเถราปทานที่ ๓ (๑๓๓) กินนรผู้กินดอกไม้เป็นอาหารอาศัยอยู่ริมแม่น้ำจันทภาคา พบพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าเสด็จเหาะลงมาประทับนั่ง เกิดศรัทธาถวายแก่นจันทน์หอมบูชา ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติหลายพันกัป ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๕๗–๔๕๙ ปุปผฉทนิยเถราปทานที่ ๔ (๑๓๔) พราหมณ์ผู้บูชายัญวาชเปยยะ เห็นพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จจงกรมในอากาศแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ จึงให้ศิษย์ช่วยกันโยนดอกไม้ขึ้นบูชา ดอกไม้กลายเป็นหลังคาคลุมทั่วพระนครอยู่ ๗ วันด้วยพุทธานุภาพ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๖๐–๔๖๒ รโหสัญญิกเถราปทานที่ ๕ (๑๓๕) ฤๅษีผู้เป็นอาจารย์ศิษย์ ๓,๐๐๐ คนใกล้ภูเขาวสภะ เสียใจที่ไม่มีพระพุทธเจ้าเป็นครูของตน จึงแยกไปนั่งในที่สงัดนึกถึงพระพุทธเจ้าในใจ เกิดปีติจนสิ้นชีวิต ณ ที่นั้น ไปเกิดในพรหมโลก ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชตั้งแต่อายุ ๗ ขวบสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๖๓–๔๖๕ จัมปกปุปผิยเถราปทานที่ ๖ (๑๓๖) ฤๅษีเห็นพระเวสสภูพุทธเจ้าประทับส่องแสงงามดังดาวประกายพรึกระหว่างภูเขา จึงถือดอกจำปาที่ศิษย์นำมาบูชาพระญาณของพระองค์ ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๖๖–๔๖๘ อัตถสันทัสสกเถราปทานที่ ๗ (๑๓๗) ฤๅษีผู้สร้างบรรณศาลาในหิมวันตประเทศ พบพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จมาโปรด เกิดศรัทธากราบไหว้ครบองค์ ๕ และกล่าวคำสรรเสริญพระคุณอย่างวิจิตรว่าใครเห็นแล้วย่อมเลื่อมใส ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติแสนกัป ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๖๙–๔๗๑ เอกรังสนิยเถราปทานที่ ๘ (๑๓๘) ชายชื่อนารทะหรือเกสวะ ผู้แสวงหาบุญ ได้ไปฟังพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าแสดงธรรมปลอบโยนสรรพสัตว์ เกิดศรัทธาประนมมือถวายบังคมด้วยใจเลื่อมใส ด้วยบุญนี้ท่องเที่ยวในสุคติ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๗๒–๔๗๔ สาลทายกเถราปทานที่ ๙ (๑๓๙) ราชสีห์พญาเนื้อผู้แสวงหาแหล่งน้ำบนภูเขา พบพระพุทธเจ้าเสด็จมา เกิดความคิดว่าพระองค์จะช่วยยังมหาชนให้พ้นทุกข์ได้ จึงหักกิ่งไม้เก็บดอกรังพร้อมนำน้ำมาถวายบูชา ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๗๕–๔๗๗ ผลทายกเถราปทาน (ปิยาลผลทายก) ที่ ๑๐ (๑๔๐) พรานล่าสัตว์ผู้อาศัยอยู่ใกล้พระสิขีพุทธเจ้า เห็นพระองค์ทุกเช้าเย็นแต่ไม่มีของถวาย จึงเก็บผลไม้หวานถวายด้วยใจเลื่อมใส เกิดปีติจนสิ้นชีวิต ณ ที่นั้น ไปเกิดในเทวโลก ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์ ละเพศฆราวาสบวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๗๘–๔๘๐ อธิฉัตติยเถราปทานที่ ๑ (๑๔๑) ชายผู้เสียใจที่ไม่ได้เข้าเฝ้าพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าขณะทรงพระชนม์ เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว จึงให้ช่างทำฉัตรซ้อนกันหลายชั้นและทำเพดานดอกไม้บูชาสถูปบรรจุพระบรมธาตุ ด้วยบุญนี้ได้เสวยเทวสมบัตินับพันกัป ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๘๑–๔๘๓ ถัมภาโรปกเถราปทานที่ ๒ (๑๔๒) ชายผู้มีศรัทธา เมื่อพระธัมมทัสสีพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ได้ปักเสายกธงบูชาที่เจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ พร้อมสร้างบันไดให้ประชาชนขึ้นบูชาและร้อยดอกมะลิบูชา ด้วยบุญนี้ท่องเที่ยวในสุคติ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๘๔–๔๘๖ เวทิการกเถราปทานที่ ๓ (๑๔๓) ผู้มั่งคั่ง เมื่อพระปิยทัสสีพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว มีศรัทธาให้ช่างสร้างแท่นบูชาแวดล้อมด้วยแก้วมณี ๗ ประการรอบสถูปบรรจุพระบรมธาตุ และทำการฉลองอย่างใหญ่ ด้วยบุญนี้ได้เสวยสมบัตินับพันกัป ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๘๗–๔๘๘ สปริวาริยเถราปทานที่ ๔ (๑๔๔) อุบาสกผู้มั่งคั่ง เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าปรินิพพานและมีการสร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ ได้มีส่วนสร้างเรือนครอบเจดีย์ด้วยแก่นไม้จันทน์และถวายธูปของหอมบูชา ด้วยบุญนี้ไม่เคยเกิดเป็นคนต่ำต้อยเลย ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๘๙–๔๙๑ อุมมาปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๑๔๕) กุลบุตรผู้ดำรงเพศฆราวาส เมื่อมีงานฉลองพระสถูปของพระสิทธัตถพุทธเจ้าหลังปรินิพพาน ได้เก็บดอกผักตบสีเขียวมาบูชา ด้วยบุญนี้ท่องเที่ยวเฉพาะในสุคติภพ มีผิวพรรณงามทุกชาติที่เกิด ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๙๒–๔๙๔ อนุโลมทายกเถราปทานที่ ๖ (๑๔๖) ผู้มั่งคั่งในสมัยพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า ให้ช่างสร้างแท่นบูชากลมที่โคนต้นโพธิ์ ฉาบด้วยปูนขาวและเกลี่ยทรายจนเรียบงามดังวิมานเงินด้วยมือตนเอง พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์อานิสงส์แห่งกรรมนี้ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๙๕–๔๙๗ มัคคทายกเถราปทานที่ ๗ (๑๔๗) กุลบุตรเห็นพระสิทธัตถพุทธเจ้าเสด็จข้ามแม่น้ำจะเข้าป่า เกิดศรัทธาถือจอบปุ้งกี๋ปราบหนทางให้ราบเรียบถวาย และตั้งความปรารถนาขอเป็นผู้ควรบูชาทุกภพจนถึงพระนิพพาน พระพุทธเจ้าประทานพรให้สมปรารถนา ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๙๘–๕๐๐ ผลทายกเถราปทาน (ผลกทายก) ที่ ๘ (๑๔๘) ช่างทำยานในเมือง ผู้ชำนาญงานช่างไม้ เมื่อพบพระสิทธัตถพุทธเจ้าเกิดศรัทธาทำแผ่นกระดานด้วยไม้จันทน์ถวาย ด้วยบุญนี้ได้เสวยวิมานทองและยานทิพย์ต่างๆ ตามปรารถนาทุกภพ ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๕๐๑–๕๐๓ วฏังสกิยเถราปทานที่ ๙ (๑๔๙) ฤๅษีผู้อยู่ในป่ามหาวัน พบพระสุเมธพุทธเจ้าเสด็จมาเจริญวิเวก เกิดศรัทธาเก็บดอกช้างน้าวที่กำลังบานมาร้อยเป็นพวงมาลัยบูชาเฉพาะพระพักตร์ ด้วยบุญนี้ไม่ตกทุคติสามหมื่นกัป ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๕๐๔–๕๐๖ ปัลลังกทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๑๕๐) คฤหบดีผู้มั่งคั่ง ฟังธรรมจากพระสุเมธพุทธเจ้าแล้วเกิดศรัทธา ให้ช่างทำบัลลังก์แก้วเจ็ดประการพร้อมผ้าคลุมเพดานถวายบูชาอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยบุญนี้บัลลังก์แก้วเกิดขึ้นตามใจปรารถนาทุกภพที่ไป ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๕๐๗–๕๐๙ พันธุชีวกเถราปทาน อดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าสิขี ท่านเก็บดอกชบาร้อยเป็นพวงมาลัยบูชาพระพุทธองค์ผู้เพ่งฌานอยู่ในป่าด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายตลอด 31 กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาเกิดเป็นบุตรคหบดีในพุทธกาลนี้ ฟังธรรมแล้วออกบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๑๐–๕๑๒ ตัมพปุปผิยเถราปทาน อดีตชาติทำผิดต่อผู้อื่นต้องหนีเข้าป่า ระหว่างทางเห็นต้นโพธิ์จึงเก็บดอกไม้สีแดงไปบูชาและกวาดลานโพธิ์ด้วยใจเลื่อมใส แต่ถูกไล่ล่าจนพลัดตกเหวเสียชีวิต ด้วยอานิสงส์บูชาต้นโพธิ์ทำให้ไปเกิดในสวรรค์และเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๑๓–๕๑๕ วีถิสัมมัชชกเถราปทาน สมัยพระพุทธเจ้าสิขี ท่านช่วยชาวเมืองกวาดถนนและยกธงต้อนรับเมื่อพระพุทธองค์เสด็จผ่านพร้อมภิกษุสงฆ์หกหมื่นแปดพันรูป ด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระราชา ก่อนมาบวชในพุทธกาลนี้จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๑๖–๕๑๗ กักการุปูชกเถราปทาน เกิดเป็นเทพบุตรสมัยพระพุทธเจ้าสิขี เก็บดอกฟักทิพย์บูชาพระพุทธองค์ด้วยศรัทธา ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์บวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๑๘–๕๑๙ มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน เกิดเป็นเทพบุตรสมัยพระพุทธเจ้าสิขี บูชาพระพุทธองค์ด้วยดอกมณฑารพจนพวงมาลัยทิพย์กลายเป็นเพดานดอกไม้บังร่มพระองค์ตลอด 7 วัน ชนทั้งปวงมาชุมนุมนมัสการ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๒๐–๕๒๒ กทัมพปุปผิยเถราปทาน เคยบวชเป็นดาบสอยู่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ พบพระปัจเจกพุทธเจ้า 7 พระองค์ จึงเก็บดอกกระทุ่มที่บานสะพรั่งประคองด้วยสองมือบูชา ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๒๓–๕๒๕ ติณสูลกเถราปทาน เคยบวชเป็นดาบสอยู่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ พบพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งประทับเพ่งฌานอยู่ตามลำพัง จึงถือดอกมะลิซ้อนไปบูชาที่พระบาท ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายเกือบแสนกัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๒๖–๕๒๘ นาคปุปผิยเถราปทาน เคยเป็นพราหมณ์ดาบสผู้เชี่ยวชาญตำรับตำรา พระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาโปรดแต่ท่านมิได้ทำการบูชาทันทีจึงเสด็จจากไปทางอากาศ ท่านเสียดายจึงเก็บดอกสารภีโปรยตามทางเสด็จ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายนานถึงแสนกัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๒๙–๕๓๐ ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน เคยเป็นนายพรานเข้าป่า เห็นดอกบุนนาคบานจึงระลึกถึงพระพุทธเจ้า เก็บดอกไม้ไปก่อเจดีย์ทรายบูชา ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงว่าแม้เกิดในตระกูลนายพรานก็ยังทำบุญใหญ่ได้ด้วยศรัทธา
- หน้า ๕๓๑–๕๓๔ กุมุททายกเถราปทาน เคยเกิดเป็นนกมีศีลอาศัยใกล้สระบัวที่หิมวันต์ พบพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จผ่าน จึงคาบดอกโกมุทมาถวายด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายตลอดแสนกัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ผู้มั่งคั่งแล้วบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงว่าแม้สัตว์เดรัจฉานที่มีศีลก็สร้างบุญใหญ่ได้
- หน้า ๕๓๕–๕๓๗ สุปาริจริยเถราปทาน เคยเกิดเป็นยักษ์ในหิมวันต์ ได้ฟังธรรมพระพุทธเจ้าปทุมุตตระจากปากเทวดา ยักษ์ คนธรรพ์ และนาคที่มาประชุมกัน เกิดศรัทธาปรบมือนมัสการด้วยใจเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายนาน 30,000 กัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ผู้มั่งคั่งแล้วบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๓๘–๕๔๐ กณเวรปุปผิยเถราปทาน เคยเป็นผู้รักษาความปลอดภัยในพระราชวังสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ เห็นพระพุทธองค์เสด็จผ่านจึงโปรยดอกชบาบูชาแยกไว้ต่างหากจากภิกษุสงฆ์ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๔๑–๕๔๓ ขัชชกทายกเถราปทาน เคยเกิดในตระกูลศูทรสมัยพระพุทธเจ้าติสสะ ได้ถวายผลไม้และมะพร้าวแด่พระพุทธองค์ด้วยศรัทธา ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงว่าแม้เกิดในวรรณะต่ำก็สร้างบุญใหญ่ได้ด้วยของถวายเล็กน้อย
- หน้า ๕๔๔–๕๔๖ เทสปูชกเถราปทาน เคยเป็นอุบาสกสมัยพระพุทธเจ้าอัตถทัสสี เห็นพระพุทธองค์เสด็จเหาะไปในอากาศ จึงบูชาไปทางทิศที่พระองค์เสด็จไปด้วยของหอมและมือทั้งสอง แม้ไม่ได้ถวายถึงพระหัตถ์โดยตรงก็ยังเกิดผลบุญมาก ทำให้ไม่ตกอบายนานถึง 1,800 กัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๔๗–๕๔๙ กณิการฉทนิยเถราปทาน เคยเป็นอุบาสกสมัยพระพุทธเจ้าเวสสภู พบพระพุทธองค์ประทับพักกลางวันในป่า จึงเก็บดอกกรรณิการ์มาทำเป็นร่มกั้นเพดานถวาย ด้วยพุทธานุภาพเพดานดอกไม้ไม่เหี่ยวแห้งตลอด 7 วัน ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๕๐–๕๕๒ สัปปิทายกเถราปทาน เคยเป็นอุบาสกสมัยพระพุทธเจ้าผุสสะ เมื่อพระพุทธองค์เสด็จบิณฑบาตถึงหน้าบ้าน จึงถวายเนยใสและน้ำมันจนเต็มบาตรด้วยศรัทธา ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ อีกทั้งทุกภพที่เกิดล้วนอุดมด้วยอาหารรสเลิศ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๕๓–๕๕๔ ยุทธิกปุปผิยเถราปทาน เคยเที่ยวไปตามลำน้ำจันทภาคาสมัยพระพุทธเจ้าผุสสะ พบพระพุทธองค์ผู้งดงามดังกองไฟกำลังจะสรงน้ำ จึงเก็บดอกเข็มบูชาด้วยใจเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๕๕–๕๕๗ ทุสสทายกเถราปทาน เคยเป็นราชโอรสสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ได้รับผ้าเนื้อดีเป็นเครื่องบรรณาการจึงถวายแด่พระพุทธองค์ พระองค์ทรงลูบผ้าแล้วเหาะขึ้นฟ้า ผ้าลอยตามพระปฤษฎางค์ไปอย่างน่าอัศจรรย์ทำให้เกิดศรัทธายิ่งขึ้น ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๕๘–๕๖๐ สมาทปกเถราปทาน เคยเป็นหัวหน้าอุบาสกในเมืองพันธุมดีสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ชักชวนหมู่อุบาสกร่วมกันสร้างศาลาเรือนยอดหลังหนึ่งถวายสงฆ์ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงถึงอานิสงส์ของการชักชวนผู้อื่นทำบุญร่วมกัน
- หน้า ๕๖๑–๕๖๓ ปัญจังคุลิยเถราปทาน เคยมีศรัทธาน้อยสมัยพระพุทธเจ้าติสสะ แต่ยังนำดอกไม้ของหอมไปบูชาและใช้นิ้วมือทั้งห้าแตะเครื่องหอมลูบพระวรกายก่อนถวายบังคม ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงว่าแม้ศรัทธาเพียงน้อยก็ยังให้ผลบุญมากได้
- หน้า ๕๖๔–๕๖๖ กุมุทมาลิยเถราปทาน เคยเกิดเป็นยักษ์จระเข้ดุร้ายในสระใหญ่แถบหิมวันต์ เมื่อพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีเสด็จมาเห็นดอกโกมุทเหี่ยวจึงเสด็จเข้าไปหา ยักษ์เกิดศรัทธาเก็บดอกโกมุททั้งหมดในสระบูชาจนกลายเป็นเพดานดอกไม้บังร่มพระพุทธองค์ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายนาน 1,800 กัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๖๗–๕๖๘ นิสเสณีทายกเถราปทาน เคยเป็นช่างไม้สมัยพระพุทธเจ้าโกณฑัญญะ สร้างบันไดไม้แก่นถวายให้พระพุทธองค์เสด็จขึ้นปราสาท ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง 3 ครั้งในกัปอันยาวไกล ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๖๙–๕๗๑ รัตติยปุปผิยเถราปทาน เคยเป็นนายพรานเนื้อสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี พบพระพุทธองค์เสด็จในป่า จึงถอนดอกอัญชันพร้อมรากไปถวายด้วยใจเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงว่าแม้เป็นนายพรานผู้ฆ่าสัตว์ก็กลับใจทำบุญใหญ่ได้
- หน้า ๕๗๒–๕๗๓ อุทปานทายกเถราปทาน เคยขุดบ่อน้ำก่ออิฐมั่นคงถวายพระพุทธเจ้าวิปัสสีพร้อมถวายภัตตาหาร ผลบุญทำให้ทุกภพที่เกิดมีสระน้ำและน้ำดื่มอุดมสมบูรณ์ไม่เคยขาดแคลน ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๗๔–๕๗๖ สีหาสนทายกเถราปทาน เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ได้สร้างอาสนะทองประดับรัตนะ 7 ประการถวายบูชาพร้อมของหอมดอกไม้จำนวนมากที่ต้นโพธิ์ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายนานถึงแสนกัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงว่าแม้บูชาหลังพุทธปรินิพพานก็ยังได้อานิสงส์ใหญ่
- หน้า ๕๗๗–๕๗๙ มัคคทัตติกเถราปทาน เคยเห็นพระพุทธเจ้าอโนมทัสสีเสด็จจงกรมกลางแจ้ง เมื่อทรงยกพระบาทมีดอกไม้ผุดรองรับใต้ฝ่าพระบาท จึงโปรยดอกไม้ถวายบูชาเพิ่มเติมด้วยใจเลื่อมใสจนดอกไม้กลายเป็นเพดาน ผลบุญทำให้ได้ไปเกิดแต่ในสุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๘๐–๕๘๑ เอกทีปิยเถราปทาน เคยจุดประทีปดวงหนึ่งถวายบูชาไว้ที่ต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ พร้อมจัดเตรียมน้ำมันและไส้ตะเกียงให้จุดได้เป็นประจำ ผลบุญทำให้มีดวงตาแจ่มใสรุ่งเรืองทุกภพและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๘๒–๕๘๔ มณิปูชกเถราปทาน เคยบวชเป็นดาบสอยู่ริมแม่น้ำใต้เชิงเขาหิมวันต์ พบพระสยัมภูพุทธเจ้าเสด็จมา จึงนำบัลลังก์แก้วมณีอันวิจิตรไปถวายให้ประทับนั่ง ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๘๕–๕๘๖ ติกิจฉกเถราปทาน เคยเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญในเมืองพันธุมดีสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี รักษาพระเถระอโศกผู้เป็นอุปัฏฐากของพระพุทธองค์จนหายป่วยด้วยยาที่ปรุงถวาย ผลบุญทำให้ไม่มีโรคภัยและมีอายุยืนทุกภพ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงถึงอานิสงส์ของการถวายยารักษาโรคแก่สงฆ์
- หน้า ๕๘๗–๕๘๙ สังฆุปัฏฐากเถราปทาน เคยเป็นบุตรคนรักษาสวนสมัยพระพุทธเจ้าเวสสภู ปลูกและดูแลสวนถวายตามวัดต่างๆ พร้อมอุปัฏฐากพระสงฆ์ด้วยความเคารพ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผลพร้อมปฏิสัมภิทาและอภิญญา
- หน้า ๕๙๐ กุฏชปุปผิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าผุสสะทรงมีพระรัศมีดังทองคำเสด็จมาทางอากาศ จึงเลือกเก็บดอกโมกหลวงทั้งดอกใหญ่เล็กจากต้นไปบูชา ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล อรรถกถาระบุว่าพระเถระอีก 9 องค์ในวรรคนี้มีเรื่องราวคล้ายกันและเข้าใจง่าย
- หน้า ๕๙๑ พันธุชีวกเถราปทาน (องค์ที่ 2) เคยแสวงหาดอกบัวในสระแล้วพบดอกชบาอยู่ใกล้ จึงเปลี่ยนใจนำไปบูชาพระโสภิตพุทธเจ้าซึ่งประทับนั่งสมาธิอยู่ระหว่างภูเขาด้วยใจเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๙๒ โกตุมพริยเถราปทาน เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าสิขีซึ่งประทับท่ามกลางหมู่เทวดา ณ ระหว่างภูเขา จึงถวายดอกไม้ 7 ดอกพร้อมผ้าขนสัตว์อย่างดีด้วยจิตร่าเริงยินดี ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๙๓ ปัญจหัตถิยเถราปทาน ยืนอยู่ที่ทางสี่แยกถือดอกอุบล 5 ดอก เมื่อพระพุทธเจ้าติสสะเสด็จผ่านกลางตลาดพร้อมพระสาวก จึงประคองบูชาจนพระรัศมีแผ่มาต้อง ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๙๔ อิสิมุคคทายกเถราปทาน นิมนต์พระพุทธเจ้าปทุมุตตระพร้อมพระสาวกแปดแสนรูปมาเสวยถั่วฤๅษีบดผสมน้ำผึ้ง ถวายจนเต็มบาตรทุกองค์ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายนานถึงแสนกัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงถึงอานิสงส์ของทานที่ถวายอย่างกว้างขวางแก่หมู่สงฆ์จำนวนมาก
- หน้า ๕๙๕ โพธิอุปัฏฐายกเถราปทาน เคยเป็นคนตีตะโพนในเมืองรัมมวดี หมั่นบำรุงดูแลต้นโพธิ์อันอุดมทั้งเช้าเย็นเป็นประจำทุกวัน ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายนาน 1,800 กัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล แสดงถึงอานิสงส์ของความเพียรทำบุญเล็กน้อยแต่สม่ำเสมอ
- หน้า ๕๙๖–๕๙๗ เอกจินติกเถราปทาน เมื่อครั้งเป็นเทวดา ได้ยินเทวดาอวยพรเพื่อนที่กำลังจะจุติให้ไปเกิดเป็นมนุษย์และมีศรัทธาในพระศาสนา เกิดความสลดใจกลัวตนจะไปเกิดในกำเนิดต่ำ พระสาวกชื่อสุมนะของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระจึงมาปลอบและแสดงธรรม เกิดศรัทธาถวายบังคมพระพุทธเจ้าแล้วสิ้นใจ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายนานถึงแสนกัป ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๙๘ ติกัณณิปุปผิยเถราปทาน เคยเกิดเป็นเทวดาแวดล้อมด้วยนางอัปสร ระลึกชาติได้จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าวิปัสสี นำดอกเจตพังคี 3 ดอกไปบูชาด้วยใจเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๙๙ เอกจาริยเถราปทาน เมื่อครั้งเป็นเทวดาชั้นดาวดึงส์ ได้ยินเสียงประกาศว่าพระพุทธเจ้าใกล้จะปรินิพพานทำให้เทวดาทั้งหลายเศร้าโศก แต่ท่านตั้งใจแน่วแน่นำดอกมณฑารพไปบูชาพระพุทธองค์ในวาระสุดท้าย ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายนานถึงแสนกัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๖๐๐–๖๐๑ ติวัณฏิปุปผิยเถราปทาน เคยร่วมกับหมู่คณะกล่าวโทษพระเถระชื่ออภิภูจนเกิดความเดือดร้อนใจ ต่อมาพระเถระสุนันทะสาวกของพระพุทธเจ้าธรรมทัสสีมาเยือน จึงนำดอกไม้ที่มีผู้ถวายไปบูชาพระสาวกเหล่านั้นแทน สิ้นชีวิต ณ ที่นั้นแล้วไม่ตกอบายเลยตลอด 1,800 กัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล อรรถกถาสรุปรวมท้ายวรรคว่าพระเถระอีก 9 องค์ก่อนหน้ามีเนื้อความเข้าใจง่าย
- หน้า ๖๐๒–๖๐๓ ตมาลปุปผิยเถราปทาน เคยมีวิมานทิพย์งดงามเสาทองนับหมื่น ถือดอกคูนไปบูชาพระพุทธเจ้าสิขีด้วยจิตผ่องใส ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๖๐๔–๖๐๕ ติณสันถารทายกเถราปทาน เคยบวชเป็นฤๅษีในป่า เกี่ยวหญ้าและนำใบตาลมาทำเป็นหลังคามุงมณฑปถวายพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ เทวดาและมนุษย์ต่างมาบูชาพระศาสดา ณ ที่นั้นตลอด 7 วัน ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๖๐๖–๖๐๗ ขัณฑผุลลิยเถราปทาน เคยบำเพ็ญบุญด้วยการฉาบปูนซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดผุพังของพระเจดีย์พระพุทธเจ้าผุสสะให้แข็งแรงมั่นคง ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่าขัณฑผุลลิยะ (ผู้ซ่อมแซมสิ่งชำรุด) ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๖๐๘–๖๐๙ อโสกปูชกเถราปทาน อดีตชาติเป็นคนเฝ้าพระราชอุทยานเมืองติปุระ เห็นดอกอโศกบานเป็นพวงสวยงามจึงหักมาบูชาพระพุทธเจ้าพระนามปทุม ด้วยผลบุญนี้ไม่เคยตกทุคติเลย ภายหลังได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๑๖ ครั้ง ก่อนจะออกบวชและบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๖๑๐ อังโกลกเถราปทาน เห็นต้นปรูมีดอกบานเป็นพวงงดงาม จึงเก็บไปบูชาพระพุทธเจ้าสิทธัตถะขณะทรงหลีกเร้นอยู่ในถ้ำ โปรยดอกไม้ลงถวาย ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนออกบวชบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๖๑๑–๖๑๒ กิสลยปูชกเถราปทาน อยู่ในสวนดอกไม้เมืองทวารวดี เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จทางอากาศ ไม่มีสิ่งใดจะบูชาจึงเก็บใบอ่อนต้นอโศกโยนขึ้นไป ใบไม้ลอยตามเสด็จอยู่เบื้องหลังพระองค์ ทำให้เกิดปีติซาบซึ้งในพระพุทธคุณ
- หน้า ๖๑๓–๖๑๔ ตินทุกทายกเถราปทาน อดีตชาติเป็นลิงเที่ยวอยู่ตามซอกเขา พบต้นมะพลับมีผลจึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ออกตามหาอยู่หลายวันจนพบ แล้วถือผลมะพลับเข้าไปถวายด้วยความปราโมทย์ พระองค์ทรงรับไว้
- หน้า ๖๑๔–๖๑๕ คิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าสุเมธะกำลังทรงจงกรมด้วยพระทัยมั่นคงดังภูเขา จึงบูชาดอกไม้หลายกำถวาย ด้วยจิตเลื่อมใสนี้ไม่เคยตกทุคติเลยตลอดสามหมื่นกัป
- หน้า ๖๑๕–๖๑๖ ติกัณฑิปุปผิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าสุมังคละเสด็จบิณฑบาตเสร็จแล้วประทับพักอยู่กลางป่า จึงถือดอกคล้า ๓ ดอกเข้าไปบูชาด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส
- หน้า ๖๑๖–๖๑๗ ยูถิกปุปผิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จออกจากป่าสู่พระวิหาร จึงใช้มือทั้งสองประคองดอกคัดเค้าที่งดงามเข้าไปบูชา ด้วยจิตเลื่อมใสนี้เสวยสมบัติไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป
- หน้า ๖๑๘ กณิการปุปผิยเถราปทาน เห็นต้นกรรณิการ์มีดอกบานจึงเก็บไปบูชาพระพุทธเจ้าติสสะผู้ข้ามพ้นโอฆะแล้ว ด้วยผลบุญนี้ไม่ตกทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก่อนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๖๑๙ มิเนลปุปผิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าสิขีมีพระฉวีวรรณดังทองเสด็จขึ้นจงกรม เกิดความเลื่อมใสชื่นชมในพระญาณ จึงถือดอกเทียนขาวเข้าไปบูชา
- หน้า ๖๒๐ กิงกณิกปุปผิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จลงสรงน้ำเพราะร้อนพระวรกาย ด้วยใจเบิกบานจึงถือดอกหงอนไก่เข้าไปบูชาพระองค์
- หน้า ๖๒๑ ตรณิยเถราปทาน แม่น้ำคงคาเต็มเปี่ยมข้ามได้ยาก ผู้นี้ได้ช่วยข้ามส่งพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีพร้อมหมู่ภิกษุสงฆ์ให้ข้ามฝั่งได้อย่างปลอดภัย ด้วยกุศลนี้ภายหลังได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๕ ครั้ง
- หน้า ๖๒๒ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน เป็นคนเฝ้าพระอารามของพระพุทธเจ้าวิปัสสี ถือเอาดอกย่างทรายไปบูชาพระองค์ด้วยความเลื่อมใส
- หน้า ๖๒๒–๖๒๓ อุทกทายกเถราปทาน เห็นพระสมณะผู้ผ่องใสกำลังฉันภัตตาหารอยู่ จึงนำน้ำในหม้อไปถวายแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ทำให้ตนเองปราศจากมลทินและความเศร้าหมองในภพต่อมา
- หน้า ๖๒๓–๖๒๔ สลฬมาลิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะประทับนั่งระหว่างภูเขาส่องสว่างไปทั่วทิศ จึงใช้ธนูยิงตัดดอกไม้พร้อมขั้วลงมาบูชาพระองค์
- หน้า ๖๒๔–๖๒๕ โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน เดินตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าวิปัสสี พบต้นหงอนไก่มีดอกบานจึงขุดทั้งรากไปบูชา แล้วกราบไหว้รอยพระบาทด้วยใจร่าเริงโสมนัส
- หน้า ๖๒๕–๖๒๖ อาธารทายกเถราปทาน ถวายเชิงรองบาตรแด่พระพุทธเจ้าสิขี ด้วยผลบุญนี้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๔ ครั้งก่อนจะเผากิเลสถอนภพขึ้นได้หมดจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๖๒๖–๖๒๗ ปาปนิวาริยเถราปทาน ถวายร่มคันหนึ่งแด่พระพุทธเจ้าติสสะด้วยใจผ่องใส เป็นการห้ามบาปก่อสร้างกุศล ผลบุญทำให้เทวดาพากันกั้นร่มถวายในอากาศ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๘ ครั้ง
- หน้า ๖๒๘ หัตถิทายกเถราปทาน ถวายช้างตัวประเสริฐมีงางอนงามแข็งแรงว่องไวแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ด้วยผลบุญนี้ได้เสวยสันติสุขและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๑๖ ครั้ง
- หน้า ๖๒๙ ปานธิทายกเถราปทาน ถวายรองเท้าแด่พระพุทธเจ้าผู้ประทับเจริญฌานอยู่ในป่า ด้วยผลบุญนี้ได้เสวยยานทิพย์และเป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๘ ครั้ง
- หน้า ๖๓๐ สัจจสัญญกเถราปทาน ได้ไปสู่ที่ประชุมฟังพระพุทธเจ้าเวสสภูทรงแสดงอริยสัจแก่มหาชน เกิดความเข้าใจในสัจจะจนได้ไปเสวยสุขในเทวโลกอยู่ถึง ๓๐ กัป
- หน้า ๖๓๑ เอกสัญญกเถราปทาน เห็นผ้าบังสุกุลของพระศาสดาห้อยอยู่บนยอดไม้ จึงประนมมือไหว้ด้วยความนอบน้อม แม้เพียงสัญญาระลึกถึงพระพุทธเจ้าก็ทำให้ไม่ตกทุคติเลย
- หน้า ๖๓๑–๖๓๒ รังสิสัญญกเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าทรงมีรัศมีสว่างจ้าดังพระอาทิตย์อุทัยส่องท่ามกลางหุบเขา จิตเลื่อมใสในพระรัศมีนั้นทำให้ได้เสวยสวรรค์สมบัติตลอดกัป
- หน้า ๖๓๒–๖๓๓ สันธิตเถราปทาน มีสติเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ระลึกถึงพระพุทธเจ้าได้หนึ่งครั้งที่ใต้ต้นอัสสัตถพฤกษ์อันมีรัศมีเขียวสดงดงาม สัญญาความระลึกนี้เองที่นำไปสู่ความสิ้นอาสวะในที่สุด
- หน้า ๖๓๓–๖๓๔ ตาลวัณฏทายกเถราปทาน ถวายพัดใบตาลแด่พระพุทธเจ้าติสสะเพื่อคลายความร้อนในฤดูร้อน ท่านเปรียบผลบุญนี้ว่าเป็นเหตุให้ดับไฟราคะ โทสะ และโมหะได้อย่างสนิท
- หน้า ๖๓๔–๖๓๕ อักกันตสัญญกเถราปทาน ขณะพร่ำศึกษามนต์อยู่กับอุปัชฌาย์ ได้เอาผ้าสาฎกผืนน้อยปูลาดให้พระพุทธเจ้าติสสะทรงเหยียบ แล้วถวายบังคมพระบาทด้วยใจผ่องใส
- หน้า ๖๓๕–๖๓๖ สัปปิทายกเถราปทาน นั่งอยู่ในปราสาทแวดล้อมด้วยหมู่นารี เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะทรงประชวรเสด็จเข้ามาในเรือน จึงถวายเนยใสและน้ำมัน แล้วพระองค์เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศดุจพญาหงส์
- หน้า ๖๓๗ ปาปนิวาริยเถราปทาน แผ้วถางและมุงบังที่จงกรมของพระพุทธเจ้าปิยทัสสีด้วยไม้อ้อเพื่อป้องกันลมและแดด ตั้งความเพียรในศาสนาเพื่อละกิเลสทั้งหลาย
- หน้า ๖๓๘ อาลัมพนทายกเถราปทาน ถวายราวสะพานสำหรับหน่วงเหนี่ยวยึดจับแด่พระพุทธเจ้าอัตถทัสสี ด้วยผลบุญนี้ได้ปกครองแผ่นดินกว้างขวางจดฝั่งสมุทรก่อนบรรลุวิชชา ๓
- หน้า ๖๓๙ อชินทายกเถราปทาน เป็นผู้คอยต้อนรับหมู่คณะ ได้ถวายท่อนหนังสัตว์แด่พระพุทธเจ้าสิขี ด้วยผลบุญนี้เสวยสมบัติแล้วเผากิเลสจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๖๔๐ เทวรัตนิยเถราปทาน เดิมเป็นพรานเนื้อในป่าใหญ่ พบพระพุทธเจ้าวิปัสสีจึงถวายชิ้นเนื้อ ได้เสวยอิสริยยศทั้งในโลกมนุษย์และเทวโลก มีรัตนะบังเกิดขึ้นแก่ตน
- หน้า ๖๔๑ อารักขทายกเถราปทาน สร้างรั้วไพรทีและถวายการอารักขาแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ด้วยผลบุญนี้ไม่เคยพบภัยหรือความสะดุ้งกลัวเลยในภพที่เกิด
- หน้า ๖๔๒ อพยาธิกเถราปทาน ถวายโรงไฟ ที่พัก และเครื่องรองรับน้ำร้อนแก่ภิกษุอาพาธในสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ด้วยผลบุญนี้ไม่เคยเจ็บป่วยเลยในภพต่อมา
- หน้า ๖๔๓ วกุลปุปผิยเถราปทาน ชนทั้งหลายรู้จักท่านในชื่อนารทะและกัสสปะ ได้เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีผู้เลิศกว่าสมณะทั้งปวง จึงถือดอกพิกุลไปบูชาพระองค์
- หน้า ๖๔๔ โสวัณณวฏังสกิยเถราปทาน เดินอยู่ในสวนเห็นพระพุทธเจ้าสิขี จึงขึ้นคอช้างรีบนำมาลัยประดับศีรษะที่ทำด้วยทองคำอย่างวิจิตรไปบูชาพระองค์
- หน้า ๖๔๕ มิญชวฏังสกิยเถราปทาน เมื่อพระพุทธเจ้าสิขีเสด็จนิพพานแล้ว ได้นำมาลัยประดับศีรษะไปบูชาโพธิพฤกษ์อันเป็นที่ระลึกถึงพระองค์
- หน้า ๖๔๖ สุกตาเวฬิยเถราปทาน เดิมเป็นช่างทำมาลัยชื่ออสิตะ กำลังถือพวงมาลัยจะนำไปถวายพระราชา แต่ระหว่างทางพบพระพุทธเจ้าสิขีก่อน จึงเปลี่ยนใจนำไปบูชาพระองค์แทน
- หน้า ๖๔๗–๖๔๘ เอกวันทนิยเถราปทาน ถวายบังคมพระพุทธเจ้าเวสสภูผู้องอาจมีความเพียรด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส เป็นเรื่องสุดท้ายของวรรคที่ ๒๓ ซึ่งอรรถกถาบอกว่าตั้งแต่นี้ไปจะอธิบายเฉพาะศัพท์ที่ยากเท่านั้น
- หน้า ๖๔๙ อุทกาสนทายกเถราปทาน ออกจากประตูอาราม ปูแผ่นกระดานเป็นที่นั่งและจัดตั้งน้ำฉันไว้ให้ เพื่อประโยชน์อันสูงสุด
- หน้า ๖๕๐ ภาชนทายกเถราปทาน เคยเป็นช่างปั้นหม้อในนครพันธุมดี แบ่งภาชนะถวายแก่ภิกษุสงฆ์ในเมืองนั้นอยู่เสมอด้วยความศรัทธา
- หน้า ๖๕๑–๖๕๒ สาลปุปผิยเถราปทาน เคยทำขนมขายอยู่ในนครอรุณวดี เห็นพระพุทธเจ้าสิขีเสด็จผ่านมาทางประตูบ้าน จึงรับบาตรด้วยใจผ่องใสแล้วถวายดอกรัง
- หน้า ๖๕๓–๖๕๔ กิลัญชทายกเถราปทาน เป็นช่างสานอยู่ในนครติวรา เมื่อชาวเมืองพากันแสวงหาเสื่อลำแพนเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ จึงให้เสื่อลำแพนแก่ผู้ที่จะนำไปทำพุทธบูชา
- หน้า ๖๕๕ เวทิทายกเถราปทาน ด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ให้ช่างก่อสร้างไพรที (รั้วล้อม) ไว้ที่ต้นโพธิ์อันอุดมของพระพุทธเจ้าวิปัสสี
- หน้า ๖๕๖ วัณณการกเถราปทาน เป็นช่างย้อมผ้าในนครอรุณวดี ได้ย้อมผ้าที่จะนำไปห่มพระเจดีย์ให้มีสีสันงดงามต่างๆ
- หน้า ๖๕๗ ปิยาลปุปผิยเถราปทาน เดิมเป็นพรานเนื้อในป่าชัฏ เห็นต้นมะหาดมีดอกบานจึงเก็บโปรยลงที่ทางเดิน ต่อมาได้รับบาตรพระพุทธเจ้าที่เสด็จผ่านมาแล้วถวายดอกมะหาดนั้น
- หน้า ๖๕๘ อัมพยาคทายกเถราปทาน เป็นผู้ฉลาดในศิลปะของตน ไปพบพระพุทธเจ้าวิปัสสีกำลังเสด็จดำเนินอยู่ในป่าชัฏ จึงถวายผลมะม่วงแด่พระองค์
- หน้า ๖๕๙ ชคติการกเถราปทาน เมื่อพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีเสด็จนิพพานแล้ว ได้ให้สร้างลานดินสำหรับวางดอกไม้บูชาไว้ที่พระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์
- หน้า ๖๖๐–๖๖๑ วาสิทายกเถราปทาน เคยเป็นช่างทองอยู่ในนครติวรา ได้ถวายมีดเล่มหนึ่งแด่พระพุทธเจ้าผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้สิ่งใด
- หน้า ๖๖๑ ตุวรัฏฐิทายกเถราปทาน เดิมเป็นพรานเนื้อเที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ พบดินแดงจึงเก็บมาถวายแด่พระสงฆ์ด้วยศรัทธา
- หน้า ๖๖๒–๖๖๓ นาคเกสริยเถราปทาน กำลังถือธนูเข้าไปในป่าเพื่อล่าสัตว์ แต่พบต้นบุนนาคมีดอกบานเป็นพวงใกล้ทางเดิน จึงเปลี่ยนใจเก็บดอกไม้ประนมมือบูชาพระพุทธเจ้าติสสะแทนการล่าสัตว์
- หน้า ๖๖๔–๖๖๕ นฬินเกสริยเถราปทาน เคยเป็นนกกาน้ำอาศัยอยู่กลางสระบัว เห็นพระพุทธเจ้าติสสะเสด็จไปในอากาศ จึงใช้จะงอยปากคาบดอกบัวขึ้นไปบูชาพระองค์
- หน้า ๖๖๖ วิรวิปุปผิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จดำเนินพร้อมพระขีณาสพหลายพันองค์ จึงเก็บดอกเท้ายายม่อมไปบูชาพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ
- หน้า ๖๖๗ กุฏิธูปกเถราปทาน เป็นผู้ดูแลรักษาพระคันธกุฎีของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ด้วยจิตเลื่อมใสได้อบพระคันธกุฎีให้หอมด้วยมือของตนเองตามเวลาอันควรเสมอ
- หน้า ๖๖๘–๖๖๙ ปัตตทายกเถราปทาน ด้วยการฝึกฝนตนเป็นอย่างดี ได้ถวายบาตรแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
- หน้า ๖๗๐ สัตตสัตตลิปุปผปูชกเถราปทาน วางดอกมะลิซ้อน ๗ ดอกไว้บนศีรษะ แล้วบูชาแด่พระพุทธเจ้าเวสสภูผู้สูงสุดกว่าหมู่นระ
- หน้า ๖๗๑ พิมพิชาลปุปผิยเถราปทาน ขณะพระพุทธเจ้าปทุมุตตระทรงประกาศอริยสัจอยู่ ได้ร้อยดอกมะกล่ำหลวงให้แน่นเป็นพวงแล้วนำไปบูชา
- หน้า ๖๗๒–๖๗๓ อุททาลทายกเถราปทาน เมื่อพระพุทธเจ้ากุกกุธะเสด็จออกจากป่าชัฏถึงแม่น้ำใหญ่ ได้ถือดอกคูนไปถวายด้วยใจเลื่อมใส
- หน้า ๖๗๔ โถมกเถราปทาน ขณะเป็นเทวดาอยู่ในสวรรค์ ได้ฟังพระพุทธเจ้าวิปัสสีทรงแสดงธรรม เกิดความเบิกบานใจจึงเปล่งวาจาสรรเสริญพระคุณของพระองค์
- หน้า ๖๗๕–๖๗๖ เอกาสนทายกเถราปทาน เคยเป็นเทวราชาชื่อเทวละพร้อมภริยา ต้องการก่อสร้างกุศลเพิ่มขึ้นจึงจุติจากสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์ ถวายภิกษาแด่พระเถระเทวละผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ
- หน้า ๖๗๗–๖๗๘ จิตกปูชกเถราปทาน เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าอานันทะเสด็จปรินิพพานในป่าใหญ่อันไร้ผู้คน ได้จุติจากเทวโลกลงมาช่วยทำจิตกาธารถวายพระเพลิงพระสรีระและทำการสักการะ
- หน้า ๖๗๙–๖๘๐ จัมปกปุปผิยเถราปทาน เห็นพระสมณะผู้มีอินทรีย์อบรมดีแล้วประทับอยู่กลางภูเขาวิกนะใกล้หิมวันต์ ด้วยใจสงบผ่องใสจึงถือดอกจำปา ๓ ดอกโปรยลงบูชา
- หน้า ๖๘๑ อุปาหนทายกเถราปทาน เดิมเป็นบุตรของพระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อจันทนะ ได้ถวายรองเท้าคู่หนึ่งแก่ท่านพร้อมตั้งความปรารถนาให้ตนบรรลุธรรมตามท่าน
- หน้า ๖๘๒–๖๘๓ มัญชริปูชกเถราปทาน ทำพุ่มดอกไม้แล้วเดินไปตามถนน พบพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าสมณะแวดล้อมด้วยหมู่ภิกษุสงฆ์ จึงประคองดอกไม้ด้วยมือทั้งสองเข้าไปบูชาด้วยปีติยิ่ง
- หน้า ๖๘๔–๖๘๕ ปัณณทายกเถราปทาน นุ่งห่มผ้าเปลือกไม้บำเพ็ญตบะอยู่ที่หิมวันต์ ฉันแต่ของไม่เค็มและใบไม้เป็นอาหาร เมื่อพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จมาหาในเวลาอาหารเช้า จึงถวายอาหารใบไม้นั้นแด่พระองค์ด้วยมือทั้งสอง
- หน้า ๖๘๖ กุฏิทายกเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเที่ยวไปในป่าประทับอยู่ที่โคนไม้ จึงสร้างบรรณศาลาถวายแด่พระองค์ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้สิ่งใด
- หน้า ๖๘๗–๖๘๘ อัคคปุปผิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าสิขีมีพระฉวีวรรณดังทองคำรุ่งเรืองด้วยพระรัศมีดังกองเพลิงประทับกลางภูเขา จึงถือดอกคันทรงเข้าไปบูชาด้วยใจเลื่อมใสโสมนัส
- หน้า ๖๘๙–๖๙๐ อากาสุกขิปิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จดำเนินอยู่กลางตลาด จึงถือดอกบัวงาม ๒ ดอกเข้าไปเฝ้า วางดอกหนึ่งไว้แทบพระบาท อีกดอกหนึ่งโยนขึ้นบูชาในอากาศ
- หน้า ๖๙๑–๖๙๒ เตลมักขยิเถราปทาน หลังพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จนิพพานแล้ว ได้เอาน้ำมันไปทาที่ไพรที (รั้วล้อม) รอบต้นโพธิพฤกษ์เพื่อบำรุงรักษาไว้
- หน้า ๖๙๒–๖๙๓ อัฑฒจันทิยเถราปทาน ได้ถวายอัฒจันทร์ (แผ่นหินครึ่งวงเดือนปูหน้าบันได) ไว้ที่ต้นโพธิพฤกษ์อันอุดมของพระพุทธเจ้าติสสะ
- หน้า ๖๙๔ ทีปทายกเถราปทาน เดิมเป็นเทพบุตร ลงมาสู่แผ่นดินด้วยใจเลื่อมใส ถวายประทีป ๕ ดวงด้วยมือทั้งสองของตนเอง
- หน้า ๖๙๕–๖๙๖ วิฬาลิทายกเถราปทาน พบพระสมณะผู้มีอินทรีย์อบรมดีแล้วอยู่ที่เชิงภูเขาโรมสะใกล้หิมวันต์ จึงถวายมันมือเสือแก่ท่าน ซึ่งท่านอนุโมทนาว่าจะเกิดผลแก่ผู้ถวายในภพต่อไป
- หน้า ๖๙๗ มัจฉทายกเถราปทาน เดิมเป็นนกออกอาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ได้คาบปลาตัวใหญ่มาถวายแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ
- หน้า ๖๙๗–๖๙๘ ชวหังสกเถราปทาน เดิมเป็นพรานป่าอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จไปในอากาศ จึงประนมมือถวายบังคมด้วยจิตเลื่อมใส
- หน้า ๖๙๘–๖๙๙ สลฬปุปผิยเถราปทาน เดิมเป็นกินนรอาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีรุ่งเรืองด้วยรัศมี จึงถือดอกสนโปรยลงบูชาด้วยปีติยิ่ง
- หน้า ๖๙๙–๗๐๐ อุปาคตหาสนิยเถราปทาน เดิมเป็นผีเสื้อน้ำน่ากลัวอาศัยอยู่ในสระกลางหิมวันต์ พระพุทธเจ้าวิปัสสีทรงกรุณาเสด็จมาโปรดถึงที่อยู่ จึงออกมาถวายบังคมแด่พระองค์
- หน้า ๗๐๐–๗๐๑ ตรณิยเถราปทาน เมื่อพระพุทธเจ้าวิปัสสีพร้อมภิกษุสงฆ์ประทับยืนอยู่ริมแม่น้ำโดยไม่มีเรือข้าม จึงลงแม่น้ำช่วยข้ามส่งพระศาสดาและหมู่สงฆ์ด้วยตนเอง
- หน้า ๗๐๒–๗๐๓ สุวัณณพิพโพหนิยเถราปทาน ด้วยจิตเลื่อมใส ได้ถวายอาสนะและหมอนด้วยมือทั้งสองของตน เพื่อประโยชน์อันสูงสุด
- หน้า ๗๐๔–๗๐๕ ติลมุฏฐิยเถราปทาน พระศาสดาทรงทราบความดำริในใจจึงเสด็จมาหาด้วยฤทธิ์ ด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัสจึงถวายบังคมแล้วถวายงากำมือหนึ่งแด่พระองค์
- หน้า ๗๐๖–๗๐๗ จังโกฏกิยเถราปทาน เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าสิทธัตถะซึ่งประทับอยู่ระหว่างภูเขาใกล้มหาสมุทร กราบไหว้แล้วถวายผอบใส่ดอกไม้แด่พระองค์
- หน้า ๗๐๘–๗๐๙ อัพภัญชนทายกเถราปทาน ถวายยาหยอดตาแด่พระพุทธเจ้าโกณฑัญญะผู้ปราศจากราคะ มีพระหฤทัยไม่ร้ายกาจ ทรงแสวงหาประโยชน์แก่โลกทั้งมวล
- หน้า ๗๑๐–๗๑๑ เอกัญชลิยเถราปทาน ปูเครื่องลาดใบไม้และถวายที่พักอันสงัดแด่พระพุทธเจ้าติสสะซึ่งประทับอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ พร้อมทั้งประนมมือลาดเครื่องลาดดอกไม้ถวายด้วย
- หน้า ๗๑๒–๗๑๓ โปตถทายกเถราปทาน ทุบเปลือกไม้ทำเป็นเส้นด้ายแล้วทอเป็นผ้าสาฎก นำไปถวายแด่พระรัตนตรัยโดยปรารภพระศาสดา พระธรรม และพระสงฆ์
- หน้า ๗๑๔–๗๑๕ จิตกปูชกเถราปทาน เที่ยวไปตามริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เก็บดอกย่างทราย ๗ ดอกมาก่อกองทรายเป็นสถูปแล้วทำการบูชา ณ ที่นั้น
- หน้า ๗๑๖–๗๑๗ อาลุวทายกเถราปทาน พบพระอรหันต์ผู้ปราศจากราคะมีรัศมีสุกใสน่าทัศนา ประกอบความสงบระงับอย่างยิ่งอยู่ใกล้แม่น้ำใหญ่ที่หิมวันต์ จึงถวายเหง้ามันด้วยมือทั้งสองด้วยใจชื่นบาน
- หน้า ๗๑๘ ปุณฑรีกเถราปทาน ด้วยจิตผ่องใส ได้ถวายดอกบัวขาวแด่พระพุทธเจ้าโรมสะผู้มีรัศมีรุ่งเรือง
- หน้า ๗๑๘–๗๑๙ ตรณิยเถราปทาน ด้วยใจเลื่อมใส ได้สร้างสะพานด้วยมือทั้งสองของตนไว้ที่ทางใหญ่อันไม่ราบเรียบ เพื่อให้ชาวโลกใช้ข้ามไปมาได้สะดวก
- หน้า ๗๒๐ ปัณณทายกเถราปทาน นั่งอยู่ในบรรณศาลาบริโภคผักเป็นอาหาร พระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จมาหาถึงที่อยู่และประทับนั่งบนเครื่องลาดใบไม้ จึงถวายผักที่ตนบริโภคอยู่นั้นแด่พระองค์
- หน้า ๗๒๐–๗๒๑ ปัณณทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติขณะนั่งฉันผักอยู่ในบรรณศาลา พระพุทธเจ้าพระนามสิทธัตถะเสด็จมาหา จึงถวายผักที่นึ่งไว้ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๒๒–๗๒๓ ผลทายกเถราปทาน เล่าว่าพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จออกจากสมาธิมาบิณฑบาตถึงที่อยู่ จึงถวายผลไม้นานาชนิดทั้งหมดที่มี ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามเอกัชฌะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๒๔–๗๒๕ ปัจจุคคมนิยเถราปทาน เล่าว่าด้วยจิตเลื่อมใส ได้ออกไปต้อนรับพระพุทธเจ้าสิทธัตถะซึ่งเสด็จเที่ยวอยู่ในป่าดุจราชสีห์ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามปริวาระ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๒๖ เอกปุปผิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นปิศาจเฝ้าประตูเมืองด้านทิศทักษิณ ได้เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีจึงถวายดอกไม้ดอกเดียว ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๒๗ มฆวปุปผิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระสยัมภูทรงเข้าสมาธิใกล้ฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เกิดเลื่อมใสจึงบูชาด้วยดอกดีหมี ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๒๗–๗๒๘ อุปัฏฐายิกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จดำเนินอยู่ที่ถนน จึงให้คนไปทูลเชิญเสด็จแล้วถวายคนอุปัฏฐากรับใช้แด่พระองค์ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามพลเสนะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๒๙ อปทานิยเถราปทาน เล่าว่าด้วยจิตเลื่อมใส ได้สรรเสริญพระจริยาวัตรในอดีตของพระสุคตเจ้าทั้งหลาย และถวายบังคมด้วยเศียรเกล้าและมือทั้งสอง ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๒๙–๗๓๐ สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน เล่าอดีตชาติเมื่อครั้งพระศาสนาของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ตนประสบความวิบัติพลัดพรากจากญาติ จึงเข้าบวชด้วยศรัทธาและยินดีอยู่ในเพศบรรพชิตนาน 7 วัน ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง 7 ครั้งนามสุเนกขัมมะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๓๐–๗๓๑ พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นหญิงชื่อเวธัมภินี บิดาจับมือพาไปถวายแด่พระมหามุนี จึงได้บำรุงพระพุทธเจ้าทั้งหลายด้วยความเคารพด้วยมือของตน ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง 4 ครั้งนามสมณุปัฏฐาก และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๓๑–๗๓๒ ปุพพังคมนิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นหัวหน้าหมู่คน 84,000 คนที่พากันออกบวชเพื่อบรรลุประโยชน์สูงสุด บำรุงพระสัมพุทธเจ้าผู้สิ้นอาสวะด้วยความเลื่อมใส เมื่อตายไปได้เป็นเทวดา ด้วยผลบุญแห่งการรักษาศีลนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๓๓–๗๓๔ จิตกปูชกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นพราหมณ์ชื่ออชิตะ รวบรวมดอกไม้ต่างๆนำไปบูชาที่เชิงตะกอนของพระพุทธเจ้าสิขี ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 7 ครั้งนามสุปัชชลิตะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๓๕–๗๓๖ ปุปผธารกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นดาบสนุ่งเปลือกไม้ ได้อภิญญา 5 จนลูบคลำดวงจันทร์ได้ เมื่อพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จมาถึงสำนัก จึงยกดอกไม้ทิพย์ขึ้นบูชาดุจฉัตร ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมันตธรณะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๓๗–๗๓๘ ฉัตตทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติที่บุตรชายบวชแล้วบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าและปรินิพพาน บิดาตามหาจนพบเชิงตะกอนที่นครของตน จึงกราบไหว้และยกฉัตรขาวขึ้นบูชาถวาย ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 7 ครั้งนามมหารหะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๓๙–๗๔๐ สัททสัญญกเถราปทาน เล่าอดีตชาติขณะป่วยใกล้ตาย ได้ยินแต่เสียงกึกก้องว่าพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติแล้วในโลกแต่ไม่ทันได้เห็นพระองค์ จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ก่อนสิ้นใจ ด้วยผลบุญแห่งความจำหมายนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๔๑–๗๔๒ โคสีสนิกเขปกเถราปทาน เล่าอดีตชาติลาดไม้จันทน์ขาวที่ทางออกประตูอารามเพื่อไม่ให้พระสงฆ์ต้องเหยียบโคลน ท่านสรรเสริญว่ากุศลเพียงเล็กน้อยที่ทำในสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ย่อมให้ผลมากมายเหมือนพืชที่ปลูกในนาดี ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุปติฏฐิตะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๔๓ ปทปูชกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นกินนรอยู่เขาหิมวันต์ ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าวิปัสสีแล้วเอาน้ำแก่นจันทน์และกฤษณารดที่พระบาท ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๔๔ เทสกิตติกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นพราหมณ์ชื่ออุปสาลหกะพบพระพุทธเจ้าในป่าชัฏ ถวายบังคมแล้วพระองค์ทรงหายไป จึงออกจากป่ามาสรรเสริญสถานที่นั้นด้วยความระลึกถึง ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๔๕ สรณคมนิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นพรานอยู่เขาหิมวันต์ ได้พบพระพุทธเจ้าวิปัสสีจึงเข้าเฝ้าทำหน้าที่ไวยาวัจกรและถึงพระองค์เป็นสรณะ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๔๕–๗๔๖ อัมพปิณฑิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นอสูรชื่อโรมสะ ได้ถวายผลมะม่วงแด่พระพุทธเจ้าวิปัสสี ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๔๖–๗๔๘ อนุสังสาวกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จบิณฑบาต จึงถวายภิกษาทัพพีหนึ่งพร้อมถวายบังคมและประกาศคุณพระพุทธเจ้าให้มหาชนทราบ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๔๙–๗๕๐ ปทุมเกสริยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นช้างพลายตระกูลมาตังคะอยู่ใกล้หมู่ฤาษีปัจเจกพุทธเจ้า เกิดเลื่อมใสจึงโปรยเกสรดอกบัวบูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๕๑ สัพพคันธิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติถวายของหอมดอกไม้และผ้าโกไสยอย่างดีแด่พระพุทธเจ้าวิปัสสี ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุเวละ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๕๒ ปรมันนทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสี จึงประนมกรอัญชลีนำเสด็จมาที่เรือนของตนแล้วถวายข้าวอย่างดีเยี่ยม ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๕๓–๗๕๔ ธัมมสัญญกเถราปทาน เล่าเหตุการณ์งานฉลองพระมหาโพธิ์ของพระพุทธเจ้าวิปัสสี ซึ่งทรงแสดงอริยสัจ 4 แก่มหาชน ท่านได้ฟังธรรมนั้นแล้วถวายบังคม ด้วยผลบุญแห่งการฟังธรรมนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุตวา และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๕๕ ผลทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติอยู่อาศรมริมแม่น้ำภาคีรสี ถือผลไม้เดินไปพบพระพุทธเจ้าวิปัสสีจึงถวายผลไม้ทั้งหมดที่มี ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๕๖–๗๕๗ สัมปสาทิกเถราปทาน เล่าว่าเมื่อประสบความวิบัติได้ขอพึ่งพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ พระองค์ทรงพยากรณ์สอนให้ยังจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัยแล้วเสด็จเหาะไป ต่อมาท่านสิ้นชีวิตและได้อุบัติในดุสิต ด้วยผลบุญแห่งความเลื่อมใสนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๕๗–๗๕๘ อารามทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติปลูกสร้างอารามถวายแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะใกล้หมู่ไม้ร่มเย็น พร้อมถวายผลไม้และดอกไม้ด้วยใจเลื่อมใส ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 7 ครั้งนามมุทุสีตละ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๕๙ อนุเลปทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเข้าไปหาพระสาวกของพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีที่กำลังทำนวกรรมอยู่ที่สีมา แล้วช่วยฉาบทาปูนขาวให้เมื่อสำเร็จ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๖๐ พุทธสัญญิกเถราปทาน เล่าอดีตชาติฝันเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จดำเนินอยู่ในป่า เกิดจิตเลื่อมใสในพระองค์แม้เพียงในฝัน ด้วยผลบุญแห่งความจำหมายนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๖๑–๗๖๒ ปัพภารทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติชำระถ้ำและตั้งหม้อน้ำสำหรับฉันถวายแด่พระพุทธเจ้าปิยทัสสี พระองค์ทรงพยากรณ์สมบัติในอนาคตแก่ท่าน ด้วยผลบุญนั้นเคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุพุทธะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๖๓ อารักขทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติให้สร้างรั้วถวายแด่พระมุนีธัมมทัสสีและถวายการอารักขาคุ้มครองแด่พระองค์ ด้วยผลบุญที่เหลือจากนั้นทำให้บรรลุถึงความสิ้นอาสวะในที่สุด
- หน้า ๗๖๓–๗๖๔ โภชนทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติถวายโภชนะแด่พระพุทธเจ้าเวสสภูด้วยใจผ่องใส พระสยัมภูทรงอนุโมทนาว่าผลจงเกิดแก่ท่าน ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอมิตตกะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๖๔–๗๖๕ คตสัญญกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จไปสู่หมู่เทวดาทางอากาศ เกิดความปลื้มใจเพียงได้เห็นชายจีวรพลิ้วไหวตามลม ด้วยผลบุญแห่งความจำหมายนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๖๖–๗๖๗ สัตตปทุมิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นพราหมณ์ชื่อเนสาทะอยู่ริมแม่น้ำ กวาดอาศรมด้วยดอกบัว 7 กลีบ เมื่อพบพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จผ่านป่าจึงต้อนรับนำมายังอาศรมและบูชาด้วยดอกบัว ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 14 ครั้ง และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๖๘ ปุปผาสนทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติต้อนรับพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ เชิญเสด็จเข้าอาศรมแล้วถวายอาสนะที่ทำจากดอกไม้ด้วยใจผ่องใส พร้อมตั้งความปรารถนาขอเป็นผู้ปราศจากมลทินในศาสนา ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๖๙–๗๗๑ อาสนถวิกเถราปทาน เล่าอดีตชาติหลงป่าเที่ยวค้นหาพระเจดีย์อุตตมะของพระพุทธเจ้าสิขี เมื่อออกจากป่าพบพระที่นั่งทองจึงประนมกรสรรเสริญพระพุทธคุณ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 7 ครั้งนามอตุลยะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๗๒–๗๗๓ สัททสัญญกเถราปทาน เล่าอดีตชาติได้ยินพระสุรเสียงอันไพเราะของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะซึ่งทรงแสดงธรรมแวดล้อมด้วยหมู่สงฆ์ เกิดจิตเลื่อมใสในพระสุรเสียงแล้วถวายบังคม ด้วยผลบุญแห่งความจำหมายนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๗๔–๗๗๕ ติรังสิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเกิดปีติเมื่อเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะประทับนั่งส่องแสงระหว่างภูเขา จึงเปรียบเทียบแสงพระอาทิตย์ พระจันทร์ และพระพุทธเจ้าเป็นความสว่าง 3 ประการแล้วสรรเสริญพระคุณ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามญาณวระ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๗๕–๗๗๖ นาลิปุปผิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นชาวนายากจนอาศัยอาหารผู้อื่นอยู่ริมแม่น้ำสินธุ พบพระพุทธเจ้าสิทธัตถะกำลังเข้าสมาธิดุจดอกบัวบาน จึงเด็ดดอกบัว 7 ดอกโปรยบูชาที่พระเศียร ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๗๖–๗๗๗ กุมุทมาลิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จดำเนินอยู่ในถนน จึงถือพวงดอกโกมุทไปบูชา ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๗๘ อุมมาปุปผิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะกำลังเข้าสมาธิ จึงถือดอกผักตบไปบูชา ดอกไม้เหล่านั้นลอยรวมกันเป็นเครื่องลาดในอากาศอย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมันตฉทนะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๗๙ ปุฬินปูชกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระศาสดาวิปัสสีผู้สง่างามดังดาวประกายพฤกษ์ จึงถวายบังคมสรรเสริญ แล้วโปรยทรายขาวบริสุทธิ์ลงที่ทางเสด็จดำเนินและที่พักกลางวันของพระองค์ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๘๐ หาสชนกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นผ้าบังสุกุลของพระศาสดาห้อยอยู่ที่ยอดไม้แต่ไกล เกิดความยินดีจึงประนมกรอัญชลีเปล่งวาจาด้วยความเลื่อมใสยิ่ง ด้วยผลบุญแห่งความจำหมายนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๘๐–๗๘๒ ยัญญสามิกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นกุมารอายุ 7 ปีผู้รู้จบมนต์ กำลังเตรียมพิธีบูชายัญด้วยการฆ่าสัตว์เลี้ยง 84,000 ตัว พระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จมาห้ามปรามสอนให้ไม่เบียดเบียนสัตว์และตั้งอยู่ในศีลธรรมแทน ท่านเชื่อฟังจนเกิดความเลื่อมใส ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๘๒–๗๘๓ นิมิตตสัญญกเถราปทาน เล่าอดีตชาติอยู่อาศรมริมแม่น้ำจันทภาคา เห็นกวางทองเที่ยวอยู่ในป่าจึงเกิดเลื่อมใสในกวางทองแล้วน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ด้วยผลบุญแห่งความจำหมายนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอรัญญสัตตะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๘๓–๗๘๔ อันนสังสาวกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จดำเนินอยู่ระหว่างตลาด จึงนมัสการแล้วนิมนต์ให้เสวยภัตตาหาร ด้วยผลบุญแห่งการถวายภิกษานั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๘๕–๗๘๘ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน เล่าเรื่องยาวว่าเมื่อจะจุติจากเทวดา หมู่เทพพากันอนุโมทนาสอนให้ตั้งมั่นในศรัทธาและกุศลกรรม ท่านสลดใจ พระสาวกของพระปทุมุตตระมาปลอบและสอนธรรมจนสิ้นชีวิต ณ ที่นั้น จากนั้นเวียนว่ายจนมาเกิดสมัยพระโคดม บวชเมื่ออายุ 7 ปี ฟังธรรมจากพระอานนท์จนระลึกบุรพกรรมได้และบรรลุอรหัต ในอดีตอันไกลท่านเคยถวายดอกย่างทรายบูชาพระปทุมุตตระและเคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินับไม่ถ้วนกัป
- หน้า ๗๘๙–๗๙๐ สุมนาเวฬิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติในงานบูชาใหญ่แด่พระพุทธเจ้าเวสสภู ท่านนำพวงมาลัยดอกมะลิไปตั้งไว้หน้าอาสนะทองอย่างเงียบๆจนผู้คนพากันสงสัยว่าใครบูชา ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เป็นที่รักของปวงชนเสมอ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสหัสสาระ ก่อนบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๙๐–๗๙๑ ปุปผฉัตติยเถราปทาน เล่าอดีตชาตินำดอกบัวมาทำเป็นฉัตรดอกไม้บูชาพระพุทธเจ้าสิทธัตถะขณะทรงแสดงธรรม พระองค์ทรงพยากรณ์ว่าจะไม่ตกทุคติ เมื่อพระองค์เสด็จเหาะขึ้นฉัตรดอกไม้ก็ลอยตามไปข้างหน้า ด้วยผลบุญนั้นเคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 8 ครั้งนามชลสิขะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๙๒–๗๙๕ สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน เล่าว่าเคยถวายฉัตรประดับแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระโดยโยนขึ้นไปในอากาศจนพระสาวกนำไปตั้งไว้เหนือพระเศียร พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์สมบัติมากมาย รวมถึงจะได้เกิดในศาสนาพระโคดม ต่อมาท่านบวชเมื่ออายุ 7 ปี ฟังอนุโมทนาของพระสารีบุตรเรื่องฉัตรจึงระลึกบุรพกรรมได้และบรรลุอรหัต
- หน้า ๗๙๖ คันธธูปิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติถวายธูปหอมหุ้มด้วยดอกมะลิแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะซึ่งประทับแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๙๗–๗๙๘ อุทกปูชกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จในอากาศ จึงกอบน้ำด้วยฝ่ามือโยนขึ้นไปถวาย พระองค์ทรงรับและพยากรณ์ว่าจะไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป ด้วยผลบุญนั้นเคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 3 ครั้งนามสหัสสราช และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๙๘–๗๙๙ ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นพรานเข้าป่าใหญ่พบต้นบุนนาคดอกบาน ระลึกถึงพระพุทธเจ้าจึงเก็บดอกที่หอมสวยที่สุดมาก่อเป็นสถูปบนเนินทรายบูชา ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติ เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามตโมนุทะ และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๗๙๙–๘๐๑ เอกทุสสทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นคนเกี่ยวหญ้าขายเลี้ยงชีพยากจนในนครหังสวดี เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จอุบัติ ตนไม่มีสิ่งใดถวายนอกจากผ้าสาฎกผืนเดียวที่นุ่งอยู่ จึงตัดสินใจถวายผ้าผืนนั้นทั้งหมด พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์สมบัติมหาศาลตลอดแสนกัปแก่ท่าน ด้วยผลบุญนั้นได้เสวยสมบัติมากมายก่อนบรรลุอรหัตในชาติสุดท้าย
- หน้า ๘๐๑–๘๐๓ ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน เล่าอดีตชาตินุ่งหนังสัตว์ ตักน้ำในบึงไปประพรมถวายพระพุทธเจ้าวิปัสสีขณะเสด็จออกจากอารามพร้อมพระขีณาสพ 8 แสนรูปด้วยความเลื่อมใส ด้วยผลบุญแห่งหยาดน้ำนั้นได้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดิ กลิ่นหอมดังจันทน์ฟุ้งจากกายท่านเสมอ ก่อนบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๘๐๓–๘๐๖ ปภังกรเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นคนทำงานป่าพบพระสถูปพระพุทธเจ้าปทุมุตตระที่หักพังรกร้างถูกหญ้าเถาวัลย์ปกคลุมในป่าลึก จึงแผ้วถางและกราบไหว้ 8 ครั้งก่อนกลับไปทำงาน ด้วยผลบุญนั้นได้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดิมากมาย ไม่มีโรคภัยหรือฝันร้ายเลย ก่อนบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๘๐๖–๘๐๘ ติณกุฏิทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นคนรับจ้างยากจนในนครพันธุมดี คิดว่าพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติแล้วแต่ตนไม่มีสิ่งใดทำบุญ จึงขอลาเจ้านายหยุดงานหนึ่งวันเข้าป่าสร้างกุฎีหญ้าถวายสงฆ์แล้วกลับมาทำงานตามเดิม ด้วยผลบุญนั้นได้เสวยสมบัติเทวดา ไม่มีสัตว์ร้ายหรือภูตผีมารบกวน ก่อนบรรลุอรหัตในสมัยพระโคดม
- หน้า ๘๐๘–๘๑๐ อุตตเรยยทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นพราหมณ์ผู้เรียนจบไตรเพทในนครหังสวดี เมื่อพบพระพุทธเจ้าปทุมุตตระพร้อมหมู่สงฆ์เดินสวนทางมา จึงยกผ้าสาฎกที่ห่มขึ้นกั้นแดดฝนให้แก่พระพุทธบริษัททั้งหมด พระองค์ทรงพยากรณ์สมบัติมากมายตลอดสามหมื่นกัป ด้วยผลบุญนั้นก่อนบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๘๑๑–๘๑๒ ธัมมสวนิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นชฎิลมีฤทธิ์เหาะได้ แต่เหาะข้ามเหนือพระพุทธเจ้าปทุมุตตระไม่ได้เหมือนนกกระทบหิน จึงลงมาฟังธรรมเรื่องความไม่เที่ยงแล้วกลับอาศรมจนสิ้นชีวิต ต่อมาเกิดใหม่เป็นเด็กอายุ 7 ปี ฟังคาถาความไม่เที่ยงจากพระอานนท์จนระลึกบุรพกรรมได้และบรรลุอรหัตทันที
- หน้า ๘๑๓–๘๑๕ อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นช่างดอกไม้ในนครหังสวดี ขณะเก็บดอกบัวในสระเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาพร้อมพระขีณาสพนับแสน จึงเก็บดอกบัวโยนขึ้นบูชาในอากาศพร้อมอธิษฐานให้ดอกบัวลอยไปตั้งอยู่เหนือพระเศียรซึ่งก็เป็นจริงด้วยพุทธานุภาพ ด้วยผลบุญนั้นเคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 75 ครั้ง และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๘๑๖–๘๑๗ เอกปทุมิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นพญาหงส์เล่นน้ำอยู่ในสระ เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จเหาะมาเหนือสระ จึงหักดอกบัวหลวงด้วยจะงอยปากโยนขึ้นบูชาด้วยใจเลื่อมใสยิ่ง พระองค์ทรงพยากรณ์ว่าจะไม่ตกวินิบาตตลอดแสนกัป ด้วยผลบุญนั้นก่อนบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๘๑๗–๘๑๘ ตีณุปปลมาลิยเถราปทาน เล่าอดีตชาติเป็นวานรอยู่ริมแม่น้ำจันทภาคา เห็นพระพุทธเจ้าประทับนั่งส่องแสงระหว่างภูเขาจึงโปรยดอกอุบล 3 ดอกบูชาเหนือพระเศียร ขณะเดินกลับพลัดตกเขาเสียชีวิต ด้วยผลบุญนั้นได้ไปสู่ดาวดึงส์ เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดิมากมายก่อนบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๘๑๙ ธชทายกเถราปทาน เล่าอดีตชาติเห็นความสิ้นไปแห่งอุปธิ 3 จึงยกธงขึ้นบูชาพระศาสดาพระนามติสสะ ด้วยผลบุญนั้นได้ไปสู่ดาวดึงส์ เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดิมากมายก่อนบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๘๒๐ ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน เล่าอดีตชาติที่ภูเขาใกล้หิมวันต์ เห็นผ้าบังสุกุลแขวนอยู่บนยอดไม้ จึงเลือกเก็บดอกหงอนไก่ 3 ดอกมาบูชาผ้าบังสุกุลด้วยความยินดี ด้วยผลบุญนั้นไม่ตกทุคติและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๘๒๐–๘๒๑ นฬาคาริกเถราปทาน เล่าอดีตชาติที่ภูเขาหาริกะใกล้หิมวันต์ พบพระภิกษุอยู่โคนไม้ จึงสร้างเรือนไม้อ้อมุงหญ้าและแผ้วถางที่จงกรมถวาย ด้วยผลบุญนั้นได้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดิหลายร้อยครั้ง ก่อนออกบวชในศาสนาพระโคดมและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๘๒๒ จัมปกปุปผิยเถราปทาน ถือดอกจำปาเหาะไปในอากาศ พบพระสุทัสสนพุทธเจ้าประทับอยู่ระหว่างภูเขา จึงวางดอกจำปา ๗ ดอกบนศีรษะบูชาพระองค์ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๒๓ ปทุมปูชกเถราปทาน ออกจากที่พักนำดอกบัวหลวงมากั้นบังแดดถวายพระโสภิตพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่กลางแจ้งตลอดหนึ่งวัน แล้วจึงกลับที่อยู่ ด้วยกุศลเพียงเล็กน้อยนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๒๔–๘๒๕ ติณมุฏฐิทายกมณิเถราปทาน อดีตชาติเป็นพรานเนื้อในป่าใหญ่ พบพระอุปติสสพุทธเจ้า มีจิตเลื่อมใสถวายหญ้ากำมือหนึ่งเป็นที่ประทับนั่ง แล้วเดินกลับถูกสิงโตทำร้ายจนตายกลางทาง ด้วยกุศลที่ทำต่อพระพุทธเจ้าจึงไปเกิดในเทวโลกทันทีดุจลูกศรพ้นแล่ง เสวยสมบัติทิพย์มากมาย จนภพสุดท้ายบรรลุอรหัตตผล แสดงว่าแม้บุญเล็กน้อยที่ทำก่อนตายกะทันหันก็ให้ผลใหญ่ได้
- หน้า ๘๒๕–๘๒๖ ตินทุกผลทายกเถราปทาน เห็นต้นมะพลับกำลังมีผล จึงหักทั้งกิ่งนำไปถวายพระเวสสภูพุทธเจ้าด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๒๖–๘๒๗ เอกัญชลิยเถราปทาน เห็นพระเรวตพุทธเจ้าประทับใกล้ฝั่งแม่น้ำ มีพระรัศมีงดงามดุจพระจันทร์ จึงประนมมือไหว้ด้วยความเลื่อมใส เพียงการทำอัญชลีครั้งนี้ทำให้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๔ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๒๘ สัททสัญญิกเถราปทาน อดีตชาติเป็นพรานเนื้อ พบพระสิขีพุทธเจ้าแวดล้อมด้วยสงฆ์กำลังแสดงสัจจะ ๔ เพียงได้ยินพระสุรเสียงไพเราะดุจเสียงพรหมก็เกิดความเลื่อมใสอย่างยิ่งจนบรรลุความสิ้นอาสวะทันที แสดงว่าความเลื่อมใสในพระสุรเสียงเพียงอย่างเดียวก็นำไปสู่การหลุดพ้นได้
- หน้า ๘๒๙ ยวกลาปิยเถราปทาน เป็นคนเกี่ยวหญ้าในเมืองอรุณวดี พบพระสิขีพุทธเจ้าที่หนทาง จึงลาดกำหญ้าถวายเป็นที่ประทับ พระองค์ทรงทราบความดำริจึงประทับนั่งบนหญ้านั้น เมื่อเห็นพระพุทธองค์เกิดปีติจนถึงแก่กรรม ณ ที่นั้น ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๓๐ กิงสุกปูชกเถราปทาน เห็นต้นทองกวาวกำลังบาน จึงประนมมือระลึกถึงพระสิทธัตถพุทธเจ้าแล้วบูชาดอกไม้นั้นในอากาศ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๔ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๓๐–๘๓๑ สโกฏกโกรัณฑทายกเถราปทาน พบรอยพระพุทธบาทของพระสิขีพุทธเจ้า จึงห่มหนังเสือไหว้รอยพระบาท แล้วเก็บดอกหงอนไก่มาบูชาลายจักรที่รอยพระบาทนั้น ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๓๑–๘๓๒ ทัณฑทายกเถราปทาน เข้าป่าตัดไม้ไผ่ทำไม้ขอสำหรับห้อยของถวายแก่หมู่สงฆ์ด้วยความเลื่อมใส กราบไหว้ภิกษุผู้มีวัตรงาม ด้วยกุศลเล็กน้อยนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๔ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๓๒–๘๓๓ อัมพยาคุทายกเถราปทาน พระปัจเจกพุทธเจ้าสตรังสีออกจากสมาธิมาบิณฑบาต จึงถวายมะม่วงและข้าวยาคูด้วยใจเลื่อมใสยิ่ง ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๔ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๓๓–๘๓๔ ปุฏกปูชกเถราปทาน พระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาตมาถึงที่อยู่ จึงถวายกระเทียมห่อหนึ่งด้วยปีติโสมนัส ด้วยกุศลเล็กน้อยนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล (หัวเรื่องต้นฉบับพิมพ์ว่าถวายลูกวัวแต่เนื้อหาจริงเป็นเรื่องถวายกระเทียม)
- หน้า ๘๓๔–๘๓๕ วัจฉทายกเถราปทาน ถวายลูกวัวตัวหนึ่งด้วยมือของตนแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้าด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ได้เสวยยานช้าง ยานม้า และยานทิพย์มากมายตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๓๕ สรณาคมนิยเถราปทาน อดีตชาติเป็นอาชีวกโดยสารเรือลำเดียวกับภิกษุรูปหนึ่ง เมื่อเรือใกล้แตก ภิกษุนั้นได้ให้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะแก่ตน เพียงการถึงสรณะครั้งนี้ทำให้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๔๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๓๖–๘๓๗ ปิณฑปาติกเถราปทาน จุติจากดุสิตมาสู่มนุษยโลกเพื่อถวายบิณฑบาตแด่พระติสสพุทธเจ้า ถวายบังคมด้วยใจเลื่อมใสแล้วกลับสู่ดุสิต ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๒ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๓๘ มันทารวิยเถราปทาน แปลงร่างเป็นมาณพชื่อมงคลจากดาวดึงส์ลงมายังโลกมนุษย์ ถือดอกมนทารพกั้นแดดลมเหนือพระเศียรพระวิปัสสีพุทธเจ้าขณะทรงนั่งสมาธิอยู่ตลอด ๗ วัน แล้วกลับสู่เทวโลก ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๓๙ กักการุปุปผิยเถราปทาน จากเทวโลกชั้นยามาเฝ้าพระโคดมพุทธเจ้า ถือดอกฟักทิพย์มาบูชาพระองค์ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๒ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๓๙–๘๔๐ ภิสมุฬาลทายกเถราปทาน พระผุสสพุทธเจ้าเสด็จมายังสำนัก จึงถวายเหง้ามันและรากบัวด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๒ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๐–๘๔๑ เกสรปุปผิยเถราปทาน อดีตชาติเป็นวิทยาธรอยู่ที่ภูเขาหิมวันต์ พบพระเวสสภูพุทธเจ้าเสด็จจงกรม จึงวางดอกบัว ๓ ดอกบนศีรษะแล้วเข้าไปบูชา ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๑–๘๔๒ อังโกลปุปผิยเถราปทาน พบพระปทุมพุทธเจ้าประทับที่ภูเขาจิตกูฏ เห็นต้นปรูมีดอกบาน จึงเก็บมาบูชาพระองค์ด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๒–๘๔๓ กทัมพปุปผิยเถราปทาน นั่งอยู่ในปราสาทเห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จผ่านตลาด จึงถือดอกกระทุ่มไปบูชาพระองค์ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๓ อุททาลกปุปผิยเถราปทาน พระสุชาตพุทธเจ้าประทับใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา จึงถือดอกคูนไปบูชาพระองค์ผู้ไม่แพ้อะไรๆ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๕๗ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๓–๘๔๔ เอกจัมปกปุปผิยเถราปทาน พบพระปัจเจกพุทธเจ้าอาศัยอยู่ระหว่างภูเขา จึงถือดอกจำปาดอกหนึ่งประคองด้วยมือทั้งสองเข้าไปบูชาด้วยใจโสมนัส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๔–๘๔๕ ติมิรปุปผิยเถราปทาน เที่ยวไปตามลำน้ำจันทภาคา พบพระปัจเจกพุทธเจ้าเปรียบดังพญารังมีดอกบาน จึงถือดอกดีหมีมาโปรยลงเหนือศีรษะบูชา ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๕–๘๔๖ สลฬปุปผิยเถราปทาน อดีตชาติเป็นกินนรอยู่ริมแม่น้ำจันทภาคา พบพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จจงกรม จึงเก็บดอกช้างน้าวมาถวาย พระพุทธองค์ทรงรับและสูดกลิ่นดอกไม้นั้นต่อหน้า ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๗ โพธิวันทกเถราปทาน เห็นต้นแคฝอยงอกงามบนพื้นดิน จึงประนมมือไหว้ต้นแคฝอยนั้นเปรียบเหมือนได้ถวายบังคมพระวิปัสสีพุทธเจ้าเฉพาะพระพักตร์ เพียงการไหว้ด้วยใจเคารพนี้ทำให้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๘ ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน ห่อดอกแคฝอย ๓ ดอกไว้ในพกจะไปอาบน้ำที่ฝั่งแม่น้ำ พบพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จออกจากเมืองพันธุมดีพร้อมภิกษุสงฆ์ เกิดความเลื่อมใสจึงถวายดอกไม้บูชา ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๔ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๔๙–๘๕๐ ตีณุปปลมาลิยเถราปทาน (๒) อดีตชาติเป็นลิงอีกตนหนึ่งอยู่ริมแม่น้ำจันทภาคา เห็นพระผุสสพุทธเจ้าประทับกลางภูเขา เกิดปีติโปรยดอกอุบล ๓ ดอกบูชาแล้วเดินกลับพลาดตกซอกหินตาย ด้วยกุศลนี้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดินับร้อยครั้งตลอด ๙๒ กัป จนบรรลุอรหัตตผล เรื่องคล้ายลิงตัวก่อนแต่ต่างพระพุทธเจ้าและต่างชาติกัน
- หน้า ๘๕๐–๘๕๑ ปัตติปุปผิยเถราปทาน เมื่อพระปทุมุตตระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน มหาชนอัญเชิญพระสรีระไปพร้อมเสียงกลองเภรี จึงบูชาด้วยดอกประดู่ด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลบูชาพระสรีระนี้ไม่รู้จักทุคติ จนบรรลุวิชชา ๓ และอรหัตตผลโดยลำดับ
- หน้า ๘๕๑ สัตตปัณณิยเถราปทาน เมื่อพระสุมนพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ จึงบูชาต้นตีนเป็ดอันเป็นต้นไม้ตรัสรู้ของพระองค์ด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอดแสนกัป จนบรรลุวิชชา ๓ และอรหัตตผล
- หน้า ๘๕๒ คันธมุฏฐิยเถราปทาน ขณะมหาชนช่วยกันสร้างจิตกาธาร (เชิงตะกอน) และรวบรวมของหอมมาบูชา จึงบูชาด้วยของหอมกำมือหนึ่งด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอดแสนกัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๕๓ จิตกปูชกเถราปทาน เมื่อพระปทุมุตตระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน มหาชนยกพระสรีระขึ้นสู่จิตกาธาร จึงบูชาด้วยดอกรังด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอดแสนกัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๕๔ สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน ถวายพัดใบตาลหุ้มห่อด้วยดอกมะลิแด่พระสิทธัตถพุทธเจ้าผู้มียศใหญ่ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๔ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๕๕ สุมนทามิยเถราปทาน ร้อยพวงมาลัยดอกมะลิแล้วยืนถือถวายตรงพระพักตร์พระสิทธัตถพุทธเจ้าด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๔ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๕๖–๘๕๗ กาสุมาริผลทายกเถราปทาน พบพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งประทับกลางภูเขา จึงประนมมือถือผลมะรื่นไปถวายด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๕๘ อัมพฏผลทายกเถราปทาน พระปัจเจกพุทธเจ้าสตรังสีเสด็จออกบิณฑบาต จึงถวายผลมะกอกที่ถืออยู่ด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๔ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๕๙ ลพุชทายกเถราปทาน เป็นคนเฝ้าสวนในเมืองพันธุมดี เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเหาะในอากาศ จึงถวายผลขนุนสำมะลอ พระองค์ทรงยืนรับอยู่กลางอากาศ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๖๐ อุทุมพรทายกเถราปทาน พบพระพุทธเจ้าประทับใกล้ฝั่งแม่น้ำนินนคานที จึงถวายผลมะเดื่อด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๖๑ มิลักขุผลทายกเถราปทาน พบพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าในป่า จึงถวายผลไม้ป่าด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๑,๘๐๐ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๖๒ ผารุสผลทายกเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำเสด็จดำเนินในถนน จึงถวายผลมะปรางแด่พระองค์ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๖๓ วัลลิผลทายกเถราปทาน ขณะชาวบ้านพากันเข้าป่าหาผลไม้แต่หาไม่ได้ พบพระสยัมภูพุทธเจ้า จึงถวายผลวัลลิด้วยใจเลื่อมใส ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๖๔ ปนสผลทายกเถราปทาน (๑) เห็นพระศาสดารุ่งเรืองดังพระจันทร์วันเพ็ญ จึงถือผลกล้วยไปถวายแล้วถวายบังคมกลับ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๖๕–๘๖๖ ปนสผลทายกเถราปทาน (๒) พระอัชชุนพุทธเจ้าประทับที่ภูเขาหิมวันต์ จึงถือผลขนุนสุกลูกโตวางไว้ที่ต้นตีนเป็ดแล้วถวายพระองค์ ด้วยกุศลนี้ไม่รู้จักทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๖๗–๘๗๒ โสณโกฏิวิสเถราปทาน (พร้อมอรรถกถา) สร้างถ้ำถวายสงฆ์สี่ทิศพร้อมลาดผ้าปูพื้นสมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้า แล้วตั้งความปรารถนาขอพบพระพุทธเจ้าและบรรลุนิพพาน เท้าทั้งสองจึงมีขนอ่อนนุ่มไม่เคยสัมผัสพื้นแข็งตลอด ๙๐ กัป ภพสุดท้ายเกิดเป็นบุตรเศรษฐีเมืองจัมปา บวชแล้วบำเพ็ญเพียรอย่างหนักจนเท้าพองแต่ยังไม่บรรลุ พระศาสดาทรงแสดงอุปมาสายพิณสอนสายกลาง จึงบรรลุอรหัตตผลและได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านผู้ปรารภความเพียร
- หน้า ๘๗๓–๘๗๙ พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ (พร้อมอรรถกถา) พระพุทธเจ้าตรัสเล่าบุพกรรมของพระองค์เองแก่สงฆ์ที่ริมสระอโนดาต ทั้งกรรมดีเช่นถวายผ้าเก่าแก่ภิกษุจนปรารถนาพุทธภูมิครั้งแรก และกรรมชั่วในอดีตชาติต่างๆ เช่น ห้ามแม่โคดื่มน้ำ กล่าวตู่พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ฆ่าน้องต่างมารดา จับพระปัจเจกพุทธเจ้า ฆ่าคนจำนวนมาก ซึ่งแต่ละกรรมยังส่งผลเป็นทุกข์ทางกายที่พระองค์ต้องประสบแม้ในภพสุดท้าย เช่น เท้าห้อเลือด ถูกใส่ร้าย ถูกช้างไล่ แสดงกฎแห่งกรรมที่ไม่เว้นแม้พระพุทธเจ้า
- หน้า ๘๘๐–๙๐๕ ปิลินทวัจฉเถราปทาน (พร้อมอรรถกถา) อดีตชาติเป็นนายประตูผู้มั่งคั่งในเมืองหังสวดี คิดถวายทานยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นคนแรก จึงให้ช่างทำฉัตร ผ้า บาตร และบริขารสารพัดอย่างละแสนชิ้น ต้องขอพระพุทธเจ้าปทุมุตตระจากพระราชาผ่านการตัดสินของตุลาการ เพื่อนิมนต์มาเสวยในมณฑปดอกไม้ ๗ วัน ได้รับพยากรณ์ว่าจะเป็นเอตทัคคะ เนื้อหาส่วนใหญ่บรรยายอานิสงส์ของสิ่งของแต่ละอย่างที่ถวาย เช่น ฉัตร ผ้า บาตร มีดโกน เข็ม พัด ที่นอน ธูป ว่าส่งผลอย่างไรในภพต่อมา จนภพสุดท้ายเกิดเป็นพระปิลินทวัจฉะบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๙๐๖–๙๑๘ เสลเถราปทาน อดีตชาติเป็นเจ้าของถนนในเมืองหังสวดี ชักชวนชาวเมืองทุกชนชั้นทุกอาชีพรวม ๓๐๐ คนสร้างโรงฉันถวายสงฆ์ ได้รับพยากรณ์จากพระปทุมุตตระพุทธเจ้าว่าจะได้เห็นนิพพาน ภพสุดท้ายเกิดเป็นพราหมณ์ชื่อเสละผู้มั่งคั่ง พบเกณิยดาบสกำลังจัดเตรียมบูชายัญรับเสด็จพระพุทธเจ้า จึงตามไปเข้าเฝ้า สรรเสริญพระพุทธคุณด้วยอุปมานานัปการ ตรวจดูมหาปุริสลักษณะจนแน่ใจว่าเป็นพระพุทธเจ้าจริง จึงบวชพร้อมศิษย์ ๓๐๐ คน และบรรลุอรหัตตผลทั้งหมดภายในครึ่งเดือน (ตรงกับเสลสูตรในพระสุตตันตปิฎก)
- หน้า ๙๑๘–๙๒๑ สัพพกิตติกเถราปทาน พราหมณ์ชฎิลผู้ทรงตบะได้พบพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ เกิดความเลื่อมใสจึงกล่าวคำสรรเสริญพระคุณของพระองค์ด้วยคาถา ๑๐ บท พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าด้วยอานิสงส์แห่งการสรรเสริญนี้ เขาจะได้เสวยสุขในเทวโลกนานหกหมื่นกัป แล้วมาบวชในศาสนาพระโคดมจนบรรลุอรหัตตผล สะท้อนว่าเพียงคำสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยด้วยใจเลื่อมใสก็เป็นบุญใหญ่ นำไปสู่การหลุดพ้นได้ในที่สุด
- หน้า ๙๒๒–๙๒๔ มธุทายกเถราปทาน ฤๅษีผู้สอนศิษย์อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสินธุ พบพระพุทธเจ้าพระนามสุเมธเสด็จมา จึงลาดหญ้าถวายที่ประทับและนำน้ำผึ้งป่ามาถวาย พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าจะได้เสวยสุขในเทวโลกสามหมื่นกัป เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ฝนน้ำผึ้งจะตกลงมาปกคลุมแผ่นดินตั้งแต่ในครรภ์มารดา ภายหลังมาบวชในศาสนาพระโคดมและบรรลุอรหัตตผล เป็นตัวอย่างผลแห่งทานเล็กน้อยที่ทำด้วยศรัทธาอันบริสุทธิ์
- หน้า ๙๒๕–๙๒๘ ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน อดีตชาติเป็นพรานเนื้อในป่า พบพระพุทธเจ้าปิยทัสสีประทับอยู่ จึงเก็บดอกบัวมาสร้างเรือนยอดถวายเป็นที่ประทับตลอด ๗ วัน ๗ คืน คอยเปลี่ยนดอกบัวใหม่ทุกวัน พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าจะได้เสวยสุขในเทวโลกพร้อมวิมานดอกบัวลอยตามตัวนานถึง ๑,๔๐๐ กัป ก่อนออกบวชและบรรลุอรหัตตผล ปิดท้ายด้วยหมายเหตุอรรถกถาว่าอปทาน ๕ เรื่องแรกของวรรคนี้มีเนื้อความเข้าใจง่าย
- หน้า ๙๒๙–๙๓๕ พักกุลเถราปทาน พระพักกุลเถระในอดีตเป็นฤๅษีอยู่เชิงเขาหิมพานต์ เมื่อพระพุทธเจ้าอโนมทัสสีประชวรโรคลม จึงรีบไปเก็บสมุนไพรปรุงยาถวายจนหายประชวร ได้รับพยากรณ์ว่าจะมีอาพาธน้อยตลอดไปและเป็นเอตทัคคะด้านผู้มีอาพาธน้อยในสมัยพระโคดม อรรถกถาต่อท้ายเล่าชาติสุดท้ายว่าท่านพลัดหลงไปอยู่ในท้องปลาแล้วรอดชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ สองตระกูลจึงเลี้ยงดูร่วมกัน ก่อนออกบวชบรรลุอรหัตตผลในวันที่ ๘ และมีอายุยืนถึง ๑๖๐ ปี
- หน้า ๙๓๖–๙๔๑ คิริมานันทเถราปทาน ชายผู้สูญเสียภรรยา บุตร บิดามารดา และพี่ชายในคราวเดียว เศร้าโศกจนหนีเข้าป่า พระพุทธเจ้าสุเมธเสด็จมาโปรดด้วยธรรมเทศนาเปรียบความตายเหมือนแขกจรมาแล้วจากไป ทำให้คลายความโศกและถวายใบไม้เป็นอาสนะบูชาพระองค์ อรรถกถาเล่าว่าชาติสุดท้ายท่านเกิดเป็นบุตรปุโรหิตชื่อคิริมานนท์ บวชแล้วพระเจ้าพิมพิสารสร้างกุฏิถวาย จึงบำเพ็ญเพียรจนบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๙๔๒ สลฬมัณฑปิยเถราปทาน ในสมัยพระพุทธเจ้ากกุสันธะเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ท่านเก็บพวงดอกสนมาทำเป็นมณฑปถวายบูชา ด้วยผลบุญนี้จึงได้ไปเกิดในดาวดึงส์มีวิมานอันอุดม และแม้ในชาติสุดท้ายเมื่อเดินจงกรมก็มีดอกสนคอยกำบังแดดฝนให้เสมอ ก่อนบรรลุอรหัตตผลเป็นพระขีณาสพ
- หน้า ๙๔๓–๙๔๖ สัพพทายกเถราปทาน เทพบุตรผู้อยู่ในวิมานเพียบพร้อมด้วยสระโบกขรณีและสมบัติทิพย์นานัปการ ได้พบพระพุทธเจ้าสุเมธ จึงกราบทูลนิมนต์พระองค์พร้อมพระอรหันต์แสนรูปมาเสวยภัตตาหารในภพของตน จัดที่ประทับด้วยตั่งทองและหลังคาทองคำ ถวายอังคาสอย่างสมบูรณ์พร้อมผ้าไตรจีวร พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าจะได้เสวยสุขและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชบรรลุอรหัตตผลในสมัยพระโคดม
- หน้า ๙๔๖–๙๕๑ อชิตเถราปทาน (จบปิลินทวรรคที่ ๔๐) ฤๅษีผู้ไม่เคยเห็นหรือได้ยินเรื่องพระพุทธเจ้ามาก่อน เมื่อพบพระพุทธเจ้าปทุมุตตระในป่าก็จำได้จากลักษณะมหาบุรุษที่เคยเรียนมา จึงรีบนำน้ำผึ้งน้ำมันมาถวายและจุดประทีปบูชาตลอด ๗ คืน ๗ วัน ได้รับพยากรณ์ว่าจะมีทิพยจักษุเห็นไกล ภายหลังบวชเป็นศิษย์พราหมณ์พาวรีแล้วมาเฝ้าพระโคดมได้ชื่อว่าอชิตะ บรรลุอรหัตตผล ปิดท้ายด้วยอรรถกถาสรุปอปทาน ๘-๑๐ และบัญชีรายชื่ออปทานทั้ง ๑๐ เรื่องของปิลินทวรรคที่ ๔๐
- หน้า ๙๕๒–๙๕๖ ติสสเมตเตยยเถราปทาน (เปิดเมตเตยยวรรคที่ ๔๑) ดาบสผู้บำเรอไฟเพื่อหวังพรหมโลก พระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาขอฟืนเพื่อสาธิตว่าไฟที่แท้จริงคือการเผากิเลส ดาบสเลื่อมใสจึงลาดหนังสัตว์ถวายที่ประทับและนำผลมะพลับคลุกน้ำผึ้งมาถวาย ได้รับพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนมาบวชบรรลุอรหัตตผลในสมัยพระโคดม เรื่องนี้เปิดวรรคใหม่คือเมตเตยยวรรคที่ ๔๑
- หน้า ๙๕๖–๙๕๘ ปุณณกเถราปทาน เมื่อพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งเสด็จดับขันธปรินิพพานท่ามกลางป่า สัตว์ป่าต่างส่งเสียงร้องด้วยความอาลัย ท่านซึ่งอาศัยอยู่แถบนั้นได้นำหญ้าและไม้มาทำจิตกาธารถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระด้วยตนเอง เทวดามาประกาศนามท่านว่าปุณณกะ ด้วยกุศลกรรมนี้ท่องเที่ยวในสุคติตลอดมาจนมาบวชบรรลุอรหัตตผลในสมัยพระโคดม อรรถกถาเสริมว่าแท้จริงท่านเป็นเสนาบดียักษ์ที่สร้างที่ถวายพระเพลิงแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า
- หน้า ๙๕๙–๙๖๒ เมตตคูเถราปทาน ฤๅษีผู้อาศัยอยู่เชิงเขาอโสก เมื่อพระพุทธเจ้าสุเมธเสด็จมาบิณฑบาต จึงรับบาตรแล้วเทเนยใสและน้ำมันถวายจนเต็ม พระพุทธเจ้าตรัสว่าเพียงได้เห็นพระองค์ก็เป็นลาภอันประเสริฐที่จะนำไปสู่อรหัตตผล ด้วยผลทานนี้ท่านเสวยสุขมากมายก่อนได้ฟังคำสอนพระพุทธเจ้าพระโคดมและบรรลุธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๙๖๓–๙๖๗ โธตกเถราปทาน พราหมณ์ผู้เห็นพระภิกษุลำบากในการข้ามแม่น้ำภาคีรสีทุกเช้าเย็น จึงคิดสร้างสะพานถวายเพื่อบุญกุศลของตน เกณฑ์ทรัพย์สร้างสะพานสำเร็จแล้วน้อมถวายแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระและหมู่สงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าท่านจะไม่ตกที่ต่ำแม้พลาดพลั้ง และปลอดภัยจากศัตรูทั้งปวง ก่อนมาบวชบรรลุอรหัตตผลในสมัยพระโคดม
- หน้า ๙๖๘–๙๗๖ อุปสีวเถราปทาน ฤๅษีผู้เป็นหัวหน้าหมู่ศิษย์จำนวนมากอาศัยอยู่ในอาศรมท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาบิณฑบาต จึงปูลาดหญ้าและถวายผลขนุนกับไม้กฤษณา ได้รับพยากรณ์ว่าจะมีโภชนาหารพร้อมสรรพทุกที่ที่ไป ก่อนจะได้เกิดเป็นศิษย์พราหมณ์พาวรีชื่ออุปสีวะ มาบวชบรรลุอรหัตตผลในสมัยพระโคดม
- หน้า ๙๗๖–๙๗๙ นันทกเถราปทาน อดีตชาติเป็นพรานเนื้อ พบพระพุทธเจ้าอนุรุทธะประทับในป่า จึงสร้างมณฑปมุงด้วยดอกบัวถวายเป็นที่ประทับ แล้วทิ้งธนูออกบวชทันที แต่มรณภาพก่อนบรรลุธรรม ไปเกิดในดุสิตเสวยสุขพร้อมมณฑปทิพย์คอยคุ้มกันแดดฝนตลอดมา จนมาบวชในศาสนาพระโคดมและบรรลุอรหัตตผลชื่อว่านันทกะ อรรถกถาเสริมว่าในอดีตไกลกว่านั้นท่านเคยเกิดเป็นนกการเวกและนกยูงที่เปล่งเสียงไพเราะถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าด้วย
- หน้า ๙๘๐–๙๘๕ เหมกเถราปทาน ดาบสผู้มีฤทธิ์เดชและมีปัญญากล้าแข็งในการโต้วาที เมื่อพระพุทธเจ้าปิยทัสสีเสด็จมาโดยที่ท่านไม่รู้จักมาก่อน แต่ระลึกถึงอยู่เสมอด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อทราบว่าคือพระพุทธเจ้าจึงเนรมิตตั่งแก้วและถวายผลหว้า ได้รับพยากรณ์ว่าจะมั่งคั่งด้วยช้างม้ารถและบัลลังก์นับไม่ถ้วน ก่อนมาบวชบรรลุอรหัตตผลในสมัยพระโคดม
- หน้า ๙๘๖–๙๙๓ โตเทยยเถราปทาน พระราชาผู้ทรงอานุภาพนามวิชิตชัย เมื่อทำสงครามปราบกบฏแล้วสั่งประหารเชลยศึกจำนวนมาก คืนหนึ่งฝันเห็นภาพไฟนรกจนหวาดกลัว จึงตระหนักถึงโทษของอำนาจและสละราชสมบัติ ช้างม้า รถ นางสนมทั้งหมดออกบวชเป็นฤๅษี เมื่อทราบข่าวพระพุทธเจ้าสุเมธอุบัติจึงไปเข้าเฝ้าและถวายเครื่องหอมไม้จันทน์บูชา ได้รับพยากรณ์ว่าจะได้เกิดเป็นศิษย์พราหมณ์พาวรีและมาบวชบรรลุอรหัตตผลในสมัยพระโคดม
- หน้า ๙๙๓–๑๐๐๐ ชตุกัณณิกเถราปทาน บุตรเศรษฐีผู้มั่งคั่งล้นเหลือ แวดล้อมด้วยความบันเทิงนานาชนิดและผู้คนหลากหลายอาชีพเชื้อชาติที่มาพึ่งพิง เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จผ่านมาทางถนน แสงพระรัศมีส่องเข้าเรือน จึงรีบลงไปนิมนต์พระองค์พร้อมพระอรหันต์แสนรูปมาฉันภัตตาหารและบำรุงด้วยดนตรีขับกล่อม ได้รับพยากรณ์ว่าจะไม่เคยตกยาก ก่อนมาบวชบรรลุอรหัตตผลในสมัยพระโคดม
- หน้า ๑๐๐๐–๑๐๐๖ อุเทนเถราปทาน (จบเมตเตยยวรรคที่ ๔๑ และจบเล่ม) ฤๅษีผู้มีศิษย์นับหมื่นอาศัยอยู่ในป่าอันอุดมใกล้ภูเขาปทุม เมื่อทราบข่าวพระพุทธเจ้าปทุมุตตระอุบัติจากเทวดา จึงรีบเดินทางไปเข้าเฝ้าพร้อมถือดอกบัวบานไปบูชาและกล่าวสรรเสริญพระญาณอันประเสริฐของพระองค์ ได้รับพยากรณ์ว่าจะเสวยสุขและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาบวชบรรลุอรหัตตผลในสมัยพระโคดม ปิดท้ายเล่ม ๗๑ ด้วยการสรุปรายชื่ออปทานทั้ง ๑๐ เรื่องของเมตเตยยวรรคที่ ๔๑
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐
หน้า ๕๕๑–๖๐๐
หน้า ๖๐๑–๖๕๐
หน้า ๖๕๑–๗๐๐
หน้า ๗๐๑–๗๕๐
หน้า ๗๕๑–๘๐๐
หน้า ๘๐๑–๘๕๐
หน้า ๘๕๑–๙๐๐
หน้า ๙๐๑–๙๕๐
หน้า ๙๕๑–๑๐๐๐