ในที่จงกรมนั้นทรงประกาศสัจจะ๔ กล่าวคือทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ นิโรธ- สัจจะ และมรรคสัจจะ ทำให้ปรากฏ ได้แก่ แสดง จำแนก กระทำให้ตื้น ซึ่งอมตบท คือพระนิพพาน. บทว่า สิขิสฺส คิรมญฺาย พุทฺธเสฏสฺส ตาทิโน ความว่า รู้คือทราบคำที่พึงเปล่ง คือเสียงประกาศของพระ. พุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐคือผู้ประกอบด้วยคุณ คือคงที่. บทว่า นานาปุปฺผํ คเหตฺวา ความว่า ถือเอาดอกไม้หลายอย่าง มีดอกบุนนาค
อันประเสริฐเป็นต้น. บทว่า อากาสมฺหิ สโมกิรึ ความว่า ข้าพเจ้าได้
โปรยดอกไม้บูชาในอากาศ เหนือพระเศียรพระผู้พระภาคเจ้าผู้จงกรมอยู่.
บทว่า เตน กมฺเมน ทฺวิปทินฺท ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอม คือเป็นประธานแห่งสัตว์ ๒ เท้า คือเทวดาพรหมและมนุษย์ ข้าแต่ พระองค์ผู้องอาจกว่านระ คือผู้ประเสริฐกว่านระ. บทว่า ปตโตมฺหิ อจลํ านํ ความว่า ข้าพระองค์บวชในสำนักพระองค์ บรรลุฐานะอันไม่ หวั่นไหว คือพระนิพพาน. บทว่า หิตฺวา ชยปราชยํ ความว่า ข้า- พระองค์ละคือทิ้งชัยชนะ กล่าวคือทิพยสมบัติและมนุษยสมบัติ และความ ปราชัยกล่าวคือทุกข์ในอบาย ๔ บรรลุนิพพาน. คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ ง่ายทั้งนั้นแล.