ใน ๑,๔๐๐ กัปนั้น วิมานดอกไม้จักทรงอยู่ในอากาศ น้ำ
ย่อมไม่ติดในใบบัว ฉันใด กิเลสก็ไม่คิดอยู่ในญาณของผู้นั้น
ฉันนั้น ผู้นี้กำจัดนิวรณ์ ๕ ออกไปจากใจ.
ยังจิตให้เกิดในเนกขัมมะแล้ว จักออกบวช ในกาลนั้น
วิมานดอกไม้อันทรงอยู่ก็จักออกไปด้วย.
เมื่อผู้นั้นผู้มีปัญญา มีสติ อยู่ที่โคนไม้ ที่โคนไม้นั้น
วิมานดอกไม้จักทรงอยู่เหนือศีรษะ.
ผู้นั้นจักถวายจีวร บิณฑบาตคิลานปัจจัย ที่นอนและที่นั่ง
แก่ภิกษุสงฆ์แล้ว จักไม่มีอาสวะ นิพพาน.
เมื่อผู้นั้นเที่ยวไปพร้อมด้วยกูฏาคารออกบวชแล้ว กูฏาคาร
ย่อมทรงผู้นั้นแม้อยู่ที่โคนไม้.
เจตนาในจีวรและบิณฑบาตย่อมไม่มีแก่เรา เราประกอบ
ด้วยบุญกรรม จึงได้จีวรและบิณฑบาตที่สำเร็จแล้ว.
พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกล่วงเราไปเปล่า ๆ พ้นไป
แล้วด้วยดีตลอดโกฏิกัปเป็นอันมากโดยจะนับจะประมาณมิได้.
ในกัปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัปนี้ เราจึงได้เฝ้าพระพุทธเจ้า
พระนามว่าปิยทัสสี ผู้แนะนำให้วิเศษ แล้วจึงเข้าถึงกำเนิดนี้.
เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อโนมะ ผู้มีจักษุ
ได้เข้าเฝ้าพระองค์แล้ว บวชเป็นบรรพชิต.