[๘๒๖] ธรรมสหรคตด้วยสุขเวทนา เป็นไฉน ?
สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสุขเวทนาใน ภูมิแห่งสุขเวทนาที่เป็นกามาวจร รูปาวจร โลกุตระ เว้นสุขเวทนาเสีย สภาว- ธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสหรคตด้วยสุขเวทนา.
ธรรมไม่สหรคตด้วยสุขเวทนา เป็นไฉน ?
เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในจิตอันไม่เป็นภูมิแห่งสุขเวทนาที่ เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตระ, สุขเวทนา รูปทั้งหมด และ อสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่สหรคตด้วยสุขเวทนา.
[๘๒๗] ธรรมสหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นไฉน ?
สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์อันสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา ในภูมิแห่งอุเบกขาเวทนาที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร และโลกุตระ เว้นอุเบกขาเวทนาเสีย สภาวธรรมเหล่านั้นชื่อว่า ธรรมสหรคตด้วยอุเบกขา- เวทนา.
ธรรมไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นไฉน ?
เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในจิตอันไม่เป็นภูมิแห่งอุเบกขา- เวทนาที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตระ อุเบกขาเวทนา รูป ทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่สหรคตด้วย อุเบกขาเวทนา.
[๘๒๘] ธรรมเป็นกามาวจร เป็นไฉน ?
ขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่ง ท่องเที่ยวอยู่นับเนื่องอยู่ในภูมิระหว่างนี้ คือ เบื้องต่ำกำหนดอเวจีนรกเป็นที่ สุด เบื้องสูงกำหนดเทพชั้นปรนิมมิตวสวัตดีเป็นที่สุด อันใด สภาวธรรมเหล่า นี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกามาวจร.