ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๔๖๖ · ข้อ 78 79 80 81 82 83 84 85
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๗๘] พระชินเจ้าผู้ทรงฉลาดในอุบายแนะนำรับสั่งว่า

‘ในเรือนหลังใดไม่มีคนตาย

เธอจงไปนำเมล็ดพันธุ์ผักกาดจากเรือนหลังนั้นมา’

[๗๙] ครั้งนั้น หม่อมฉันไปจนทั่วกรุงสาวัตถี

ไม่ได้พบเรือนเช่นนั้นเลย

เพราะเหตุนั้น หม่อมฉันจึงกลับได้สติว่า

จักได้เมล็ดพันธุ์ผักกาดแต่ที่ไหน

[๘๐] จึงทิ้งศพแล้วเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก พระองค์ผู้มีพระสุรเสียงอันไพเราะ

ทอดพระเนตรเห็นหม่อมฉันแต่ที่ไกล แล้วตรัสว่า

[๘๑] ‘ก็ความเป็นอยู่เพียงวันเดียวของบุคคลผู้เห็นความเกิดขึ้น

และความเสื่อมไป ประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี

ของบุคคลผู้มิได้เห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป

[๘๒] ธรรมนี้ ไม่ใช่ธรรมสำหรับชาวบ้าน

ไม่ใช่ธรรมสำหรับชาวนิคม ไม่ใช่ธรรมสำหรับสกุลเดียว

แต่เป็นธรรมสำหรับชาวโลกทั้งปวงพร้อมทั้งเทวโลก

ธรรมนั่นคืออนิจจตา (ความไม่เที่ยง)’

[๘๓] หม่อมฉันได้ฟังคาถาเหล่านี้แล้ว

ได้ชำระธรรมจักษุให้หมดจดโดยพิเศษ

แต่นั้น รู้แจ้งพระสัทธรรมแล้วได้บวชเป็นบรรพชิต

[๘๔] แม้เมื่อบวชแล้วอย่างนั้น

ประกอบความเพียรในศาสนาของพระชินเจ้า

ไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๘๕] หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ