สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ และหทัยวัตถุ โผฏฐัพพายตนะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
[๒๔๑] อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่ กายที่เป็นอัปปฏิฆ- ธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
พึงกระทำมูลแห่งวาระทั้ง ๒
[๒๔๒] อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดก่อนๆ ฯลฯ โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอาเสวนปัจจัย
[๒๔๓] อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ และ กฏัตตารูปทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และ กฏัตตารูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย