ธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่ อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และอาสวธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น สาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรม และสาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ อาศัยกามาสวะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
พึงผูกจักรนัยอย่างนี้
ธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและ สาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม และอาสวธรรมทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่ อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่ อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น สาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม และกามาสวะขันธ์ ๒ ฯลฯ
พึงผูกจักรนัย
ฯลฯ
ปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวาร ก็ดี พึงกระทำอย่างที่กล่าวมาแล้ว
อาสวทุกะ ฉันใด พึงกระทำฉันนั้น ไม่มีแตกต่างกัน
ปัญหาวาร
ในปัญหาวาร ในเหตุปัจจัยก็ดี ในอารัมมณปัจจัยก็ดี ไม่พึงกระทำโลกุตตระ ควร กระทำว่า "พระเสกขะทั้งหลาย" ย่อมพิจารณาโคตรภู ย่อมพิจารณาโวทาน แม้ในอธิปติปัจจัย ผู้ ที่รู้ปัจจัยทุกอย่างแล้ว พึงกระทำ