ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๔ · หน้า ๔๙๕ · ข้อ 474
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อยู่ในสุคติเท่านั้น ในพุทธุปบาทกาลนี้ ก็บังเกิดเป็นธิดาของพระเจ้าโกญจะกรุง มันตาวดี พระชนกชนนีได้ขนานพระนามพระนางว่าสุเมธา สมัยพระนางเจริญ พระชันษา ก็ทรงปรึกษาตกลงกันว่า จักถวายพระนางแต่พระเจ้าอนิกรัตตะ กรุงวารณวดี แต่นับตั้งแต่ยังทรงเป็นทาริกา พระนางพร้อมด้วยราชธิดา ที่ มีวัยปูนเดียวกัน และเหล่าทาสี ก็พากันเสด็จไปสำนักภิกษุณี ฟังธรรมใน สำนักภิกษุณีแล้ว ก็เกิดสังเวชในสังสารวัฏ เพราะบำเพ็ญบารมีมาเป็นเวลาช้า นาน ทรงเลื่อมใสยิ่งในพระศาสนา เมื่อทรงเจริญพระชันษา ก็ได้มีพระทัย หันกลับจากกามทั้งหลาย ด้วยเหตุนั้น พระนางได้สดับการปรึกษาของพระ- ชนกชนนี พระประยูรญาติจึงตรัสว่า ลูกไม่ประสงค์กิจฆราวาส ลูกจักบวช เพคะ พระชนกชนนีโปรดจะทรงประกอบพระนางไว้ในกิจฆราวาส แม้จะทรง อ้อนวอนโดยประการต่าง ๆ ก็ไม่สามารถจะทำพระนางให้ทรงยินยอมได้ พระนางทรงดำริว่า เราจะได้การบวชโดยวิธีนี้ แล้วคว้าพระขรรค์ ตัดพระเกศาของพระองค์เอง ทรงปรารภพระเกศาเหล่านั้น เริ่มทรงมนสิการ การใส่ใจโดยเป็นของปฏิกูล ทรงทำอสุภนิมิตให้เกิดขึ้น ก็บรรลุปฐมฌาน ณ ที่ตรงนั้นเอง เพราะทรงบำเพ็ญบารมีมาแล้วในชาตินั้น และเพราะ

ทรงเคยสดับวิธีมนสิการมาในสำนักภิกษุณี. ก็แลพระนางบรรลุปฐมฌาน

แล้ว ทรงทำราชสกุลทั้งหมดทั้งอันโตชนและปริวารชน ตั้งต้นแต่พระชนกชนนี ผู้ทรงเกลี้ยกล่อมไว้ในกิจฆราวาสด้วยพระองค์เอง ให้พากันเลื่อมใสยิ่งในพระ ศาสนา เสด็จออกจากพระราชมณเฑียรไปยังสำนักภิกษุณี ทรงผนวช ครั้น ทรงผนวชแล้ว ก็ทรงเริ่มตั้งวิปัสสนา มีพระญาณแก่กล้าโดยชอบโดยแท้ ไม่ นานนัก ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เพราะธรรมทั้งหลายที่ช่วย อบรมบ่มวิมุตติ ทำให้บรรลุคุณวิเศษ.