ด้วยเหตุนั้น ท่านพระสังคีติกาจารย์ จึงกล่าวไว้ในคัมภีร์อปทาน๑ว่า
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า โกนาคมนะ
ทรงอุบัติในโลก เมื่อสังฆารามสร้างเสร็จใหม่ ๆ
ข้าพเจ้าเป็นชน ๓ คนเป็นสหายกัน ได้ถวายวิหารทาน.
ข้าพเจ้าเกิดในเทวดา ๑๐ ครั้ง ๑๐๐ ครั้ง ๑,๐๐๐
ครั้ง ๑๐,๐๐๐ ครั้ง ไม่ต้องกล่าวถึงการเกิดในมนุษย์
ข้าพเจ้ามีฤทธิ์มากในหมู่เทวดา ไม่จำต้องกล่าวถึงใน
หมู่มนุษย์ ข้าพเจ้าเป็นพระมเหสีนารีรัตน์ ของพระเจ้า
จักรพรรดิผู้ทรงมีรัตนะ ๗ ประการ.
ชน ๓ คน ก็คือ ธนัญชานี เขมาและข้าพเจ้า
เป็นผู้สร้างสมกุศลในที่นี้ เป็นบุตรของตระกูลที่มั่งคั่ง.
เราช่วยกันสร้างพระอารามเป็นอันดี ประดับด้วย
ทัพสัมภาระครบถ้วน มอบถวายแด่พระสงฆ์มีพระ-
พุทธเจ้าเป็นประมุข พากันบันเทิงใจแล้ว.
ข้าพเจ้าเกิดในที่ไร ๆ ด้วยอำนาจบุญกรรมนั้น
ก็เป็นเลิศทั้งในเทวดา ทั้งในมนุษย์.
พระพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะโดยพระโคตร
ทรงเป็นเผ่าพันธุ์พราหมณ์ ผู้มียศมาก เป็นยอดของ
เหล่าศาสดา ทรงอุบัติแล้วในกัปนี้นี่แล.
พระเจ้ากาสี พระนามว่ากิกี ครองราชย์ ณ กรุง
พาราณสีราชธานี ได้ทรงเป็นพระอุปฐากของพระ-
กัสสปพุทธเจ้า ในครั้งนั้น.
๑. ขุ. ๓๓/ข้อ ๑๔๑ สุเมธาเถรีอปทาน.