ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๒ · หน้า ๒๕๑ · ข้อ 133
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ลูบไล้ด้วยกระแจะจันทน์แคว้นกาสี ก็จะยืนคร่อมที่

ถันทั้งสองของลูกเป็นแน่ เหมือนลูกอ่อนที่เกิดแต่ตน

ของมารดา ตะโพกอันกลมผึ่งผายของลูก ผูกรัดด้วย

สร้อยสะอิ้งทอง ก็จะถูกกษัตริย์ทั้งหลายตัดเป็นชิ้น ๆ

แล้วโยนทิ้งไปในป่า ฝูงสุนัขจิ้งจอก ก็จะพากันมาฉุด

คร่าไปกิน ฝูงสุนัขป่า ฝูงกา ฝูงสุนัขจิ้งจอกและสัตว์

ที่มีเขี้ยวเหล่าอื่น ซึ่งมีอยู่ได้กินนางประภาวดีแล้ว คง

ไม่รู้จักแก่กันเป็นแน่ ข้าแต่พระมารดา ถ้ากษัตริย์

ทั้งหลายผู้มาแต่ที่ไกล ได้นำเอาเนื้อของลูกไปหมด

แล้ว พระมารดาได้ทรงโปรดขอเอากระดูกมาเผาเสีย

ในระหว่างทางใหญ่ ขอพระมารดาได้สร้างสวนดอก

ไม้แล้ว จงปลูกต้นกรรณิการ์ในสวนเหล่านั้น ข้าแต่

พระมารดา ในกาลใด ดอกกรรณิการ์เหล่านั้นเบ่ง

บานแล้ว ในเวลาหิมะตกในฤดูเหมันต์ ในกาลนั้น

ขอพระมารดา พึงระลึกถึงลูกว่า ประภาวดีมีผิวพรรณ

อย่างนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กกฺกูปนิเสวิตํ ความว่า ผัดแล้วด้วย แป้งสำหรับผัดหน้า ๕ อย่างเหล่านี้คือ สาสปกักกะ แป้งที่ทำด้วยเมล็ดพันธุ์ ผักกาด ๑ โลณกักกะ แป้งที่ทำด้วยเกลือ ๑ มัตติกกักกะ แป้งที่ทำด้วยดิน ๑ ติลกักกะ แป้งที่ทำด้วยเมล็ดงา ๑ หลิททกักกะ แป้งที่ทำด้วยขมิ้น ๑. บทว่า อาทาสทนฺตาถรุปจฺจเวกฺขิตํ ได้แก่ ส่องแล้วที่กระจกมีด้ามอันทำด้วยงา คือ มองดูที่กระจกนั้นแล้วแต่งตัว. บทว่า สุภํ ได้แก่ มีใบหน้าอันงดงาม.