จุลวรรค ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๙ · หน้า ๓๓๐ · ข้อ 413
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สองบทว่า ภึสํ ฆสานสฺส ความว่า เคี้ยวกินเหง้า (บัว).

ในคำว่า นทีสุ ชคฺคโต นี้ มีเนื้อความว่า ได้ยินว่า พญาช้าง นั้น เมือลงสู่สระโบกขรณี อันมีนามว่า นที นั้น เล่นอยู่ในเวลาเย็น ชื่อ ว่ายังราตรีทั้งปวงให้ผ่านไป คือทำความเป็นผู้ตื่น.

ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เล่นอยู่ในน้ำ.

[ว่าด้วยองค์แห่งทูตเป็นต้น]

บทว่า สุตา ได้แก่ ผู้ฟัง.

บาทคาถาว่า อสนฺทิทฺโธ จ อกฺขาติ มีความว่า เป็นผู้ไม่มีความ สงสัยบอกเล่า คือผู้บอกประกอบด้วยอำนาจแห่งถ้อยคำอันสืบต่อกันตามลำดับ. เทวทัตจะเกิดในอบาย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าเป็นชาวอบาย. เธอเป็นชาวนรก

ก็เหมือนกัน. เทวทัตจักตั้งอยู่ตลอดกัป (ในนรก) เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า

ผู้ตั้งอยู่ตลอดกัป.

บัดนี้ เทวทัต แม้พระพุทธเจ้าตั้งพันองค์ ก็ไม่อาจแก้ไขได้ เพราะ ฉะนั้น เธอจึงชื่อว่า อเตกิจฺโฉ ผู้อันพระพุทธเจ้าเยียวยาไม่ได้.

หลายบทว่า มา ชาตุ โกจิ โลกสฺมึ มีความว่า แม้ในกาล ไหน ๆ สัตว์ไร ๆ อย่า (เกิด) ในโลกเลย.

บทว่า อุปปชฺชถ ได้แก่ เกิด.

บาทคาถาว่า ชลํว ยสสา อฏฺา มีความว่า เทวทัตตั้งอยู่ประหนึ่ง ผู้รุ่งเรื่องด้วยยศ.

บาทคาถาว่า ทวทตฺโตติ เม สุตํ มีความว่า แม้คำที่พระผู้มี พระภาคเจ้าทรงสดับแล้วว่า เทวทัตเป็นเช่นนี้ ก็มีอยู่, คำว่า เทวทัตตั้งอยู่ ประหนึ่งผู้รุ่งเรื่องด้วยยศ นี้ พระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าว หมายเอาคำที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสดับแล้วนั่นแล.