จุลวรรค ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๙ · หน้า ๕๖๔ · ข้อ 664
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

คำว่า เป็นปาจิตตีย์ มีการตัดเป็นวินัยกรรม แก่ภิกษุผู้ให้ก้าวล่วง ประมาณนั้น นี้ ย่อมเป็นคำปรับได้ทีเดียว แก่ภิกษุผู้ทำตามประมาณนั้น

เว้นชายเสีย. เพราะเหตุนั้น ท่านพระสัพพกามี อันท่านพระเรวตะถามว่า ต้อง

อาบัติอะไร ? จึงตอบว่า ต้องปาจิตตีย์ ในเฉทนกสิกขาบท อธิบายว่า ต้อง อาบัติปาจิตตีย์อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในเฉทนกสิกขาบท.

คำที่เหลือในที่ทั้งปวง ตื้นทั้งนั้น ฉะนี้แล.

สัตตสติกักขันธก วรรณนา ในอรรถกถา

ชื่อสมันตปาสาทิกา จบ

คาถาสรูป

ขันธกะ ๒๒ ประเภท สงเคราะห์

ด้วยวรรค ๒ อัน พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงละ

ทุกข์ คือ เบญจขันธ์เสีย ตรัสแล้วในพระ-

ศาสนา วรรณนาขันธกะเหล่านี้นั้น สำเร็จ

แล้วปราศจากอันตรายฉันใด แม้ความหวัง

อันงามทั้งหลาย ของสัตว์มีปราณจงสำเร็จ

ฉันนั้นเถิด ฉะนี้แล.

ในจุลลวรรคนี้ มีขันธกะ คือ กัมมัก-

ขันธกะ ปาริวาสิกักขันธกะ สมุจจยักขันธกะ

สมถักขันธกะ ขุททกวัตถุกขันธกะ เสนา-

สนักขันธกะ สังฆเภทักขันธกะ วัตตักขันธกะ

ปาติโมกขัฏฐปนักขันธกะ ภิกขุนิกขันธกะ

ปัญจสติกักขันธกะ และสัตตสติกักขันธกะ

จบแล้ว.

หัวข้อ (สรุปโดย AI) อรรถกถาสัตตสติกขันธกะและบทปิดคัมภีร์จุลวรรค
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า