ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๒๔๘ · ข้อ 432 433 434 435 436
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

{๕๒๘} [๔๓๒] พระราชาเหล่านั้น พระราชามหากษัตริย์เหล่าอื่น

และพวกพราหมณ์เป็นอันมาก

ต่างก็บูชายัญเป็นอันมากแล้วก็ยังไม่ล่วงพ้นภพแห่งเปรตได้

ชนเหล่าใดไม่มีเพื่อน อยู่คนเดียว

ไม่ยินดีกับใคร ย่อมไม่ได้ปีติอันเกิดแต่วิเวก

ชนเหล่านั้นถึงจะมีสมบัติเสมอกับทิพยสมบัติของพระอินทร์ก็จริง

ถึงอย่างนั้น ชนเหล่านั้นแลยังชื่อว่า ผู้ตกยาก

เพราะมีความสุขเนื่องด้วยผู้อื่น

(ท้าวสักกเทวราชเมื่อจะทรงแสดงเหล่าดาบสผู้ล่วงภพแห่งเปรตได้แล้วบังเกิด ในพรหมโลกด้วยการประพฤติพรหมจรรย์ จึงตรัสว่า)

{๕๒๙} [๔๓๓] ฤๅษีทั้ง ๗ เหล่านี้ คือ

๑. ยานหนฤๅษี ๒. โสมยาคฤๅษี ๓. มโนชวฤๅษี

[๔๓๔] ๔. สมุททฤๅษี ๕. มาฆฤๅษี

๖. ภรตฤๅษี ๗. กาลปุรักขิตฤๅษี

กับฤๅษีอีก ๔ ตน คือ

๑. อังคีรสฤๅษี ๒. กัสสปฤๅษี

๓. กีสวัจฉฤๅษี ๔. อกัตติฤๅษี

ออกบวชบำเพ็ญตบะ ล่วงพ้นกามาวจรภพได้แน่นอน

(ท้าวสักกเทวราชเมื่อจะทรงเล่าเรื่องที่ตนเคยเห็นมา จึงตรัสว่า)

{๕๓๐} [๔๓๕] แม่น้ำที่ชื่อสีทามีอยู่ทางทิศเหนือ

เป็นแม่น้ำลึก ข้ามได้ยาก

ภูเขาทองมีสีดังไฟไหม้ต้นอ้อ โชติช่วงอยู่ทุกเมื่อ

[๔๓๖] ที่ฝั่งแม่น้ำนั้น มีต้นกฤษณาขึ้นงอกงาม

มีภูเขาซึ่งมีป่าไม้ขึ้นงอกงาม

ที่ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์อย่างนี้นั้น