มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๙ · หน้า ๑๒๓ · ข้อ 420 421 422
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ไว้ ย่อมไม่สงบ เมื่อกำลังความเพียรที่ให้เกิดทุกข์นั้นแลเจาะแทงเราอยู่. อัค คิเวสสนะ ทุกขเวทนาถึงปานนี้ ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ยังไม่ครอบงำจิตตั้งอยู่ ได้.

[๔๒๐] อัคคิเวสสนะ เรานั้นได้มีปริวิตกถึงเรื่องนี้ว่า ถ้ากระไร เรา พึงเพ่งฌาน เอาความไม่หายใจเป็นอารมณ์นั่นแล. อัคคิเวสสนะ ครั้นเราปริ- วิตกฉะนั้นแล้ว ได้กลั้นลมอัสสาสะปัสสาสะทางปากทางจมูกและทางหู อยู่ ก็ให้เกิดความร้อนเหลือทนขึ้นทั่วกาย. อัคคิเวสสนะ เปรียบเหมือนบุรุษมี กำลังสองคน ช่วยกันจับบุรุษที่ถอยกำลังกว่าคนเดียวเข้าที่แขนข้างละ คน ลนย่างรมไว้ที่หลุมอันเต็มไปด้วยถ่านเพลิง ฉันใด.

[๔๒๑] อัคคิเวสสนะ เมื่อเรากลั้นลมอัสสาสะปัสสาสะทางปากทาง จมูกและทางหู ก็ให้เกิดความร้อนเหลือทนขึ้นทั่วกายฉันนั้น. อัคคิเวส สนะ ก็แต่ความเพียรที่เราเริ่มตั้งไว้แล้วคงที่อยู่ จะได้ย่อหย่อนไปหามิ ได้, สติที่เราได้ตั้งไว้จะฟั่นเฟือนไปก็หามิได้, แต่กายที่เราเริ่มตั้งไว้ย่อม ไม่สงบ, เมื่อกำลังความเพียรที่ให้เกิดทุกข์นั้นแลเจาะแทงเราอยู่. อัคคิเวส สนะ ทุกขเวทนาถึงปานนี้ ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ยังไม่ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ ได้

[๔๒๒] อัคคิเวสสนะ ยังไม่ทันไรสิ เทวดาทั้งหลาย ได้เห็นเราแล้วพา กันกล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณะโคดมทำกาละเสียแล้ว เทวดาบางพวกกล่าว อย่างนี้ว่า พระสมณโคดมยังไม่ได้ทำกาละก่อน, แต่จะทำกาละ. เทวดา บางพวกกล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณโคดมทำกาละแล้วหรือ กำลังทำกาละก็ ไม่ใช่ ด้วยว่าพระสมณโคดมเป็นพระอรหันต์ ที่อยู่ก็อย่างนั้นเอง ดังนั้น พระอรหันต์ย่อมมีวิหารธรรมเป็นอย่างนี้