พระโพธิสัตว์ อาชีวัฏฐมกศีล ก็ได้บริสุทธิ์ตลอดกาลนานอย่างนี้.
บทว่า "ภิกษุผู้มีอายุนี้ปรากฏชื่อเสียง มียศ" ความว่า พระผู้มีพระ ภาคเจ้าย่อมทรงแสดงว่า "ภิกษุผู้มีอายุนี้เป็นครูของเรา ถึงความเป็นผู้อันเขา รู้แล้ว คือมีชื่อเสียง ได้แก่ ปรากฏแล้ว และตนเองบรรลุบริวารสมบัติหรือ ไม่หนอ เพราะเหตุนั้น เธอจงสอบสวนอย่างนี้ว่า "โทษบางเหล่าจัก ปรากฏ โดยความที่ตนปรากฏชื่อเสียง และโดยความที่ตนอาศัยยศ หรือ ไม่ปรากฏ."
บทว่า "ภิกษุทั้งหลาย เพียงนั้นหามิได้" ความว่า ตลอดเวลาที่ภิกษุ เป็นผู้ถึงความเป็นผู้มีชื่อเสียง ในพระราชาและอำมาตย์ของพระราชาเป็น ต้น หรือซึ่งบริวารสมบัติ โทษบางอย่างมีมานะและมานะจัดเป็นต้นย่อมไม่ มี เธอเป็นดุจว่า ผู้เข้าไปสงบระงับแล้ว ดุจพระโสดาบัน และดุจพระสกทาคามี อยู่ เธอย่อมเป็นผู้อันใครๆ ไม่อาจเพื่อจะชี้ชัดว่า เธอเป็นพระอริยะ หรือ เป็นปุถุชนหนอแล."
บทว่า "ภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดแล" ความว่า ก็เมื่อใดแลภิกษุบาง พวกในศาสนานี้ เป็นผู้ปรากฏชื่อเสียงแล้ว หรือเป็นผู้สมบูรณ์ด้วย บริวาร เมื่อนั้น เธอเมื่อจะเบียดเบียนภิกษุเหล่าอื่น ในที่นั้นๆ ดุจโคตัวดุ ไล่เอา เขาที่แหลมขวิดฝูงโค และดุจเสือเหลืองย่ำยีฝูงเนื้อเป็นผู้ไม่มีความ เคารพ มีความประพฤติไม่สมประกอบเที่ยวไป ดุจเอาปลายเท้าแตะแผ่นดิน."
ก็กุลบุตรบางพวก เป็นผู้ปรากฏชื่อเสียงมียศ โดยประการใดๆ โน้มลงด้วยดีดุจข้าวสาลีที่เต็มด้วยผลพวง โดยประการนั้นๆ เมื่อพระราชา และมหาอำมาตย์ของพระราชาเป็นต้นเข้าไปหาอยู่ เธอยอมพิจารณาเห็น ความไม่มีกิเลสชาติเครื่องกังวล เข้าไปตั้งความสำคัญ ในความเป็นสมณะ ไว้ เป็นผู้สงบเสงี่ยม. ไม่เบ่ง มีจิตต่ำ ดุจโคอุสภมีเขาขาด และดุจเด็ก