อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๗ · หน้า ๓๕๐ · ข้อ 101
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

กระพือปีกร้องออกไป พอเหมาะแก่ขณะนั้น และบรรดาลูกไก่ เหล่านั้นซึ่งออกไปอย่างนั้น ลูกไก่ตัวใดออกก่อน ลูกไก่ตัวนั้น เขาเรียกว่าพี่ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประสงค์จะทำ ความที่พระองค์เป็นพี่ผู้เจริญที่สุดให้สำเร็จด้วยอุปมานั้น จึงตรัส ถามพราหมณ์ว่า โย นุ โข เตสํ กุกฺกุฏจฺฉาปกานํ ฯเปฯ กินฺติ สฺวาสฺส วจนีโย บรรดาลูไก่เหล่านั้น ลูกไก่ตัวใดหนอแลออก ก่อน ฯลฯ ลูกไก่ตัวนั้นควรเรียกว่าอย่างไร ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กุกฺกุฏจฺฉาปกานํ แปลว่า บรรดาลูกไก่ทั่งหลาย. บทว่า กินฺติ สฺวาสฺส วจนีโย ความว่า ลูกไก่ตัวนั้นควรเรียกว่าอะไร คือพึงเรียกอย่างไร จะเรียกว่าพี่หรือน้อง.

บทว่า เชฏฺโติสฺส โภ โคตม วจนีโย ความว่า ท่านพระโคดม

ลูกไก่ตัวนั้นควรเรียกว่าเป็นพี่. หากจะมีผู้ถามว่า เพราะเหตุไร ?

แก้ว่า เพราะบรรดาลูกไก่เหล่านั้น ลูกไก่ตัวนั้นแก่กว่าเพื่อน. อธิบายว่า เพราะลูกไก่ตัวนั้นเป็นตัวแก่กว่าลูกไก่เหล่านั้น. ลำดับ นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงทำความอุปมาให้สำเร็จผลแก่ พราหมณ์นั้น จึงตรัสว่า เอวเมว โข ดังนี้เป็นต้น. (อธิบาย)

แม้เราก็เหมือนลูกไก่ตัวนั้น. บทว่า อวิชฺชาคตาย ปชาย ความว่า

ความไม่รู้ เรียกว่าอวิชชา. หมู่สัตว์ผู้ตกอยู่ในอวิชชา คือความ

ไม่รู้นั้น. บทว่า ปชาย นี้ เป็นชื่อของสัตว์. อธิบายว่า ในสัตว์

ทั้งหลายผู้เข้าไปอยู่ภายในกะเปาะไข่ คืออวิชชา บทว่า อณฺฑภูตาย ได้แก่ มีแล้ว คือเกิดแล้ว เกิดพร้อมแล้วในไข่. เหมือนอย่างว่า สัตว์บางจำพวกเกิดในไข่ เรียกว่า อัณฑภูต ฉันใด หมู่สัตว์แม้