ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๗ · หน้า ๑๑๐ · ข้อ 167 168 169 170
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๔. อสิตาภูชาดก (๒๓๔)

ว่าด้วยพระนางอสิตาภู

(พระนางอสิตาภูตรัสกับพรหมทัตตกุมารว่า)

{๓๑๗} [๑๖๗] พระองค์นั่นแหละได้ทรงกระทำเหตุนี้ในกาลนี้

หม่อมฉันปราศจากความรักใคร่ในพระองค์เสียแล้ว

บัดนี้ ความรักใคร่นี้นั้นไม่อาจจะเชื่อมประสานได้อีก

เหมือนกับงาช้างที่ถูกเลื่อยตัดขาดไม่อาจจะเชื่อมต่อได้ดังเดิม

(ครั้นพระนางเสด็จจากไปแล้ว พรหมทัตตกุมารจึงคร่ำครวญว่า)

{๓๑๘} [๑๖๘] บุคคลผู้ปรารถนาเกินประมาณเพราะความโลภเกินไป

และเพราะความเมาในความโลภเกินไปจึงเสื่อมจากประโยชน์อย่างนี้

เหมือนตัวเราเสื่อมจากพระนางอสิตาภู

อสิตาภูชาดกที่ ๔ จบ

๕. วัจฉนขชาดก (๒๓๕)

ว่าด้วยวัจฉนขดาบส

(เศรษฐีกรุงพาราณสีชวนวัจฉนขดาบสโพธิสัตว์บริโภคกามว่า)

{๓๑๙} [๑๖๙] พระคุณเจ้าวัจฉนขะ เรือนทั้งหลายที่มีเงินทองบริบูรณ์

มีโภชนาหารมากมาย เป็นเรือนที่มีความสุข

ซึ่งพระคุณเจ้าไม่ต้องขวนขวายก็ฉัน ดื่ม และนอนได้เลย

(วัจฉนขดาบสโพธิสัตว์ฟังเศรษฐีแล้ว ได้กล่าวว่า)

{๓๒๐} [๑๗๐] คนไม่พยายามทำงานก็อยู่ครองเรือนไม่ได้

คนไม่พูดมุสาก็อยู่ครองเรือนไม่ได้

คนปล่อยวางอาชญาไม่ลงอาชญาบุคคลอื่นก็อยู่ครองเรือนไม่ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ ใคร่เล่าจะครองเรือน

ที่ให้เกิดความยินดีได้แสนยาก ที่บกพร่องได้