ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๗ · หน้า ๓๖๙ · ข้อ 88 89 90 91 92 93 94 95 96
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

{๑๕๖๘} [๘๘] สัตว์ทั้งหลายที่เกิดมามีภัยต้องตายแน่นอน

เหมือนผลไม้สุกมีอันตรายต้องหล่นแน่นอน

{๑๕๖๙} [๘๙] ชนเป็นจำนวนมาก บางพวกเห็นกันเมื่อตอนเช้า

ในตอนเย็นกลับไม่ปรากฏ

บางพวกเห็นกันในตอนเย็น พอรุ่งเช้ากลับไม่ปรากฏ

{๑๕๗๐} [๙๐] หากผู้ที่หลงคร่ำครวญเบียดเบียนตนอยู่

จะพึงนำประโยชน์อะไรมาได้บ้าง

บัณฑิตผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ก็จะพึงกระทำเช่นนั้นบ้าง

{๑๕๗๑} [๙๑] ผู้ที่เบียดเบียนตนเองย่อมจะซูบผอม

ไม่ผ่องใสเพราะการคร่ำครวญนั้น

สัตว์ทั้งหลายผู้ละไปสู่ปรโลกก็คุ้มครองตนไม่ได้

การคร่ำครวญเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์

{๑๕๗๒} [๙๒] ที่พำนักอาศัยที่ร้อน บุคคลพึงใช้น้ำดับได้ฉันใด

ข้ออุปไมยก็ฉันนั้น ความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นแล้ว

นรชนคนผู้เป็นปราชญ์มีการสดับฟัง มีปัญญา เป็นบัณฑิต

พึงกำจัดเสียโดยพลันเหมือนลมพัดนุ่น

{๑๕๗๓} [๙๓] สัตว์ย่อมตายคนเดียว เกิดก็คนเดียวในสกุล

ส่วนการคบหากันของสรรพสัตว์มีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างยิ่ง

{๑๕๗๔} [๙๔] เพราะเหตุนั้นแหละ นักปราชญ์ผู้เป็นพหูสูต

พิจารณาโลกนี้และโลกหน้า เพราะรู้ทั่วถึงธรรม

แม้ความเศร้าโศกใหญ่หลวงก็แผดเผาจิตใจไม่ได้

{๑๕๗๕} [๙๕] เรานั้นจักให้ จักบริโภค จักเลี้ยงดูญาติทั้งหลาย

และจักคุ้มครองมหาชนที่เหลือ นั่นเป็นหน้าที่ของท่านผู้รู้

{๑๕๗๖} [๙๖] พระรามบัณฑิตผู้มีพระศองามดุจทองคำ มีพระพาหาใหญ่

ทรงครอบครองราชสมบัติอยู่ ๑๖,๐๐๐ ปี

หัวข้อ (สรุปโดย AI) ๗. ทสรถชาดก (๔๖๑)
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า
เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้