ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับหลวง · เล่ม ๒๘ · หน้า ๒๓๔ · ข้อ 978 979 980 981
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

กลับทับกันไป เหมือนป่าไม้รังถูกลมพัดล้มระเนระนาดทับกันไป ฉะนั้น

พระสนมกำนัล พระราชกุมาร พวกพ่อค้า ชาวนา และพราหมณ์ทั้ง

หลาย ต่างก็มาประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในนิเวศน์ของวิธูรบัณฑิต

พวกกองช้าง กองม้า กองรถ กองเดินเท้า ... ชาวชนบทและชาวนิคม

ต่างมาประชุมประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในนิเวศน์ของวิธูรบัณฑิต

ภรรยาพันหนึ่งและทาสีเจ็ดร้อย ต่างพากันประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญ

ว่า เพราะเหตุไร ท่านจึงจักละดิฉันทั้งหลายไป พระสนมกำนัล

พระราชกุมาร พ่อค้า ชาวนาและพราหมณ์ทั้งหลาย ... พวกกองช้าง

กองม้า กองรถ กองเดินเท้า ... ชาวชนบท และชาวนิคม ต่างมา

ประชุมประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญว่า เพราะเหตุไร ท่านจึงจักละ

ข้าพเจ้าทั้งหลายไป. [๙๗๘] พระมหาสัตว์ กระทำกิจทั้งหลายในเรือนสั่งสอนคนของตน คือ มิตร

สหาย คนใช้ บุตร ธิดา ภรรยา และพวกพ้อง จัดการงาน บอก

มอบทรัพย์ในเรือน ขุมทรัพย์ และการส่งหนี้เสร็จแล้ว ได้กล่าวกะ

ปุณณกยักษ์ว่า ท่านได้พักอยู่ในเรือนของข้าพเจ้า ๓ วันแล้ว กิจที่จะพึง

ทำในเรือนของข้าพเจ้าทำเสร็จแล้ว อนึ่ง บุตรและภรรยาข้าพเจ้าได้

สั่งสอนแล้ว ข้าพเจ้ายอมทำกิจตามอัธยาศัยของท่าน. [๙๗๙] ดูกรมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชกิจทั้งปวง ถ้าแลท่านสั่งสอนบุตร ภรรยา

และคนอาศัยแล้ว เชิญท่านมารีบไปในบัดนี้ เพราะในทางข้างหน้ายัง

ไกลนัก ท่านอย่ากลัวเลย จงจับหางม้าอาชไนย การเห็นชีวโลกของท่าน

นี้ เป็นการเห็นครั้งที่สุด. [๙๘๐] ข้าพเจ้าจักสะดุ้งกลัวไปทำไม เพราะข้าพเจ้าไม่มีกรรมชั่วทางกาย ทาง

วาจาและทางใจ อันเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติ. [๙๘๑] พญาม้านั้น นำวิธูรบัณฑิตเหาะไปในอากาศกลางหาวไม่กระทบที่กิ่งไม้

หรือภูเขา วิ่งเข้าไปสู่กาฬคีรีบรรพตโดยฉับพลัน.