ไว้เท่าไรให้แก่พราหมณ์ หลานทั้งสองจงบอกแก่ปู่ตามจริงเถิด พนักงาน
ทั้งหลายจงให้พราหมณ์รับเอาทรัพย์ไปเถิด. [๑๒๒๙] ข้าแต่สมเด็จพระอัยกา พระบิดาทรงตีราคาเกล้ากระหม่อมฉันมีค่าทองคำ
พันแท่ง ทรงตีราคาพระน้องกัณหาชินาผู้มีพระพักตร์อันผ่องใส ด้วย
สัตว์พาหนะมีช้างเป็นต้นอย่างละร้อยๆ แล้วได้พระราชทานแก่พราหมณ์. [๑๒๓๐] เหวยพนักงาน เองจงลุกขึ้นรีบไปนำทาส ทาสี ช้าง โค และโค
อุสภราช อย่างละร้อยๆ กับทองคำพันแท่ง เอามาให้แก่พราหมณ์เป็น
ค่าถ่ายพระหลานรักทั้งสอง. [๑๒๓๑] ลำดับนั้น พนักงานรีบไปนำทาส ทาสี ช้าง โค และโคอุสภราช
อย่างละร้อยๆ กับทองคำพันแท่งเอามาให้แก่พราหมณ์ เป็นค่าถ่าย
สองพระกุมาร. [๑๒๓๒] พนักงานได้ให้ทาส ทาสี ช้าง โค และโคอุสภราช แม้ม้าอัศดร รถ
และเครื่องใช้สอยทุกอย่างๆ ละร้อยๆ กับทองคำพันแท่ง แก่พราหมณ์
ผู้แสวงหาทรัพย์ ผู้ขอเกินประมาณ หยาบช้า เป็นค่าถ่ายพระกุมาร
ทั้งสอง. [๑๒๓๓] กษัตริย์ทั้งสอง คือ พระเจ้าสญชัยและพระราชเทวี ทรงถ่ายพระกุมาร
ทั้งสองแล้ว รับสั่งให้พนักงานสรงสนานและให้พระกุมารทั้งสองเสวย
เสร็จแล้ว ทรงประดับประดาด้วยอาภรณ์ทั้งหลาย แล้วทรงอุ้มขึ้นให้
ประทับบนพระเพลา พระกุมารทั้งสองทรงสรงสนานพระเศียรแล้วทรง
พระภูษาอันสะอาด ประดับด้วยสรรพาภรณ์ พระราชาผู้พระอัยกา ทรง
อุ้มพระชาลีขึ้นประทับบนพระเพลา แล้วตรัสถาม พระกุมารทั้งสอง
ทรงประดับกุณฑล อันมีเสียงดังก้อง น่าเพลิดเพลินใจ ทรงประดับ
พวงมาลัยและสรรพาลังการแล้ว พระราชาทรงอุ้มพระชาลีขึ้นประทับบน
พระเพลา แล้วได้ตรัสถามว่า ดูกรพ่อชาลี พระชนกชนนีทั้งสองของ
หลานรัก ไม่มีโรคดอกหรือ แสวงหาผลาหารเลี้ยงชนมชีพสะดวก
แหละหรือ มูลผลาหารมีมากแหละหรือ เหลือบ ยุงและสัตว์เสือกคลานมี