เป็นอันมากและของข้าพเจ้า อย่าให้พระองค์ผู้เดียวพึงถึงความพินาศ
เสียเลย ดูกรนายพรานผู้สหาย เพราะเหตุที่พระยาหงส์นี้เป็นนายของ
ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงยินดีรื่นรมย์อยู่. [๒๐๕] ดูกรหงส์ ท่านย่อมนอบน้อมก้อนอาหาร ชื่อว่ามีประพฤติธรรมอัน
ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะปล่อยนายของท่าน ท่านทั้งสองจงไปตามสบายเถิด. [๒๐๖] ดูกรสหาย ถ้าท่านดักหงส์และนกทั้งหลายด้วยประโยชน์ของตน
ข้าพเจ้าจะขอรับทักษิณาอภัยของท่านนี้ ดูกรนายพราน ถ้าท่านไม่ได้ดัก
หงส์และนกทั้งหลายด้วยประโยชน์ของตนท่านไม่มีอิสระ ถ้าท่านปล่อย
เราทั้งสองเสีย ท่านก็ชื่อว่ากระทำความเป็นขโมย. [๒๐๗] ท่านเป็นคนรับใช้ของพระราชาพระองค์ใด จงนำข้าพเจ้าไปให้ถึงพระ
ราชาพระองค์นั้น ตามปรารถนาเถิด พระเจ้าสัญญมนะจักทรงกระทำตาม
พระประสงค์ในพระราชนิเวศน์นั้น. [๒๐๘] นายพรานอันสุมุขหงส์กล่าวด้วยประการอย่างนี้แล้ว จึงเอามือทั้งสอง
ประคองพระยาหงส์ทองผู้มีสีดังทองคำ ค่อยๆ วางลงในกรง นายพราน
พาพระยาหงส์ทั้งสองผู้มีผิวพรรณอันผุดผ่อง คือสุมุขหงส์และพระยาหงส์
ธตรฐซึ่งอยู่ในกรงหลีกไป. [๒๐๙] พระยาหงส์ธตรฐอันนายพรานนำไปอยู่ได้กล่าวกะสุมุขหงส์ว่าดูกรสุมุขะ
เรากลัวนัก ด้วยนางหงส์ผู้มีผิวพรรณดังทองคำมีขาได้ลักษณะ นาง
รู้ว่าเราถูกฆ่า ก็จักฆ่าตนเสียโดยแท้ ดูกรสุมุขะ ก็ราชธิดาของพระยา
ปากหงส์ นามว่าสุเหมามีผิวงามดังทองคำจักร่ำไห้อยู่ เหมือนนางนก
กะเรียนผู้กำพร้าร่ำไห้อยู่ที่ริมฝั่งสมุทรฉะนั้นเป็นแน่. [๒๑๐] การที่พระองค์เป็นใหญ่กว่าโลกคือ หงส์ ใครๆ ไม่สามารถจะประมาณ
คุณได้ เป็นครูของหมู่คณะใหญ่ พึงตามเศร้าโศกถึงหญิงคนเดียวอย่าง
นี้ เหมือนไม่ใช่ของผู้มีปัญญา ลมย่อมพัดพานทั้งกลิ่นหอมและกลิ่น
เหม็น เด็กอ่อนย่อมเก็บผลไม้ทั้งดิบทั้งสุก คนตาบอดผู้โลภในรสย่อม
ถือเอาอาหาร ฉันใด ธรรมดาหญิงก็ฉันนั้น พระองค์ไม่รู้จักตัดสินในเหตุ
ทั้งหลายปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนคนเขลา พระองค์จะถึงมรณกาล