อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๘ · หน้า ๔๘๔ · ข้อ 196
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อรรถกถาสูตรที่๑ ๙

สูตรที่ ๙ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า ทุกฺขสฺส ได้แก่ ทุกข์ที่เป็นวิบาก หรือทุกข์ในวัฎฏะ ใน สูตรนี้ ไม่มีข้ออุปหาด้วยลูกบาศก์. คำว่า เอวํ ในบทว่า เอวํ วิคตา- ภิชฺโณ นี้เป็นเพียงนิบาต. อีกนัยหนึ่งชนทั้งหลายเจริญเมตตา ย่อมเป็น ผู้ปราศจากอภิชฌาฉันใด พระอริยสาวกก็เป็นผู้ปราศจากอภิชฌาฉันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงการที่พระอริยสาวกนั้น ข่มนิวรณ์ได้ ด้วยความเป็นผู้ปราศจากอภิชฌาเป็นต้นอย่างนี้แล้ว เมื่อจะตรัสนิสสรณะ การแล่นออกไปจากอกุศล จึงตรัสว่า เมตฺตาสหคเตน เป็นต้น. บทว่า อปฺปมาณํ ได้แก่ ชื่อว่า ไม่มีประมาณ เพราะเป็นผู้มีสัตว์ไม่มีประ- มาณเป็นอารมณ์ หรือเพราะเป็นผู้มีความชำนาญอันสั่งสมแล้ว กามาวจร- กรรม ชื่อว่ากรรมที่ทำโดยประมาณ. บทว่า น ตํ ตตฺราวติฏฺติ ความว่า กามาวจรกรรมนั้นไม่อาจถือโอกาสของตนตั้งอยู่ได้ เหมือนน้ำเล็กน้อย ในห้วงน้ำใหญ่ ที่แท้กรรมที่ไม่มีประมาณนี้เท่านั้น ครอบงำกามาวจร- กรรมนั้นเหมือนน้ำเล็กน้อยในห้วงน้ำ ย่อมทำวิบากของตนให้บังเกิด.

บทว่า ทหรตคฺเค แปลว่า ตั้งแต่เป็นเด็ก. บทว่า นายํ กาโย อาพาย คมนีโย ความว่า ไม่อาจพากายนี้ไปยังปรโลกได้. บทว่า จิตฺตนฺตโร แปลว่า มีจิตเป็นเหตุ. อีกนัยหนึ่ง แปลว่า เป็นไปในลำดับ

โดยจิตนั้นแล. อธิบายว่า จริงอยู่ จะชื่อว่า เทวะ ชื่อว่าสัตว์นรก ชื่อว่า

สัตว์เดียรัจฉาน ก็เพราะปฏิสนธิจิตดวงที่ ๒ ในลำดับแห่งจุติจิตดวงที่ ๑

นั่นแล. แต่ในนัยต้น จะเป็นเทวะ หรือสัตว์นรก ก็ด้วยทั้งจิตที่เป็น

๑. อรรถกถาแก้บาลีข้อ ๑๙๖ ซึ่งเป็นพระสูตรที่ ๘ ในวรรคนี้.