ที่ปรากฏชัดว่า บุรุษนี้ ชื่อว่าบุรุษอาชาไนย เพราะไม่มีความยินดีเลย. ย่อมเพ่งด้วยผลสมบัติ อันมีพระนิพพานเป็นอารมณ์. บทว่า ปวิยํ ปวีสญฺา วิภูตา โหติ ความว่า ความสำคัญในฌานมีองค์ ๔ หรือ ฌานมีองค์ ๕ มีปฐวีธาตุเป็นอารมณ์เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นธรรมชาติ แจ่มแจ้ง คือปรากฏแล้ว. ก็ในพระสูตรนี้มีอาทิว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ รูปสัญญาปรากฏชัด อัฏฐิกสัญญาไม่ปรากฏชัดดังนี้ เป็นอันท่านพระสันธะ กล่าวถึงความที่ปฐวีธาตุปรากฏชัด เพราะยังมีการก้าวล่วง. ก็ในพระสูตร นี้ รูปสัญญานั้นชื่อว่าปรากฏชัด เพราะเป็นธรรมชาติที่เห็นได้โดยความ เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา ด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา. แม้ในอาโปสัญญาเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. ในพระสูตรนี้ไม่ตรัสการ ก้าวล่วง ด้วยอำนาจสมาบัติ แต่ตรัสการก้าวล่วง ด้วยอำนาจวิปัสสนาวาระ เหมือนในหนหลัง ด้วยประการฉะนี้. บทว่า เอวํ ฌายี ความว่า บุรุษ อาชาไนยเพ่งอยู่ด้วยผลสมาบัติ อันเกิดมาตามลำดับแห่งวิปัสสนาอย่างนี้.
จบอรรถกถาอเสกขสูตรที่ ๙
๑๐. โมรนิวาปนสูตร
ว่าด้วยผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ เป็นผู้มีความสำเร็จล่วงส่วน
[๒๑๗] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ปริพาชกา- ราม อันเป็นที่ให้เหยื่อแก่นกยูง ใกล้กรุงราชคฤห์ ณ ที่นั้นแล พระผู้มี- พระภาคเจ้าได้ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ