จักปลดเปลื้องเราจากทุกข์นี้ เราจักไปหาใครดี แล้วมาคิดว่า คนอื่น ชื่อว่าผู้สามารถปลดเปลื้องเราจากทุกข์นี้ ยกเว้นพระดาบสเสีย ย่อม ไม่มี เราควรจะไปหาพระดาบสเท่านั้น คิดแล้วจึงเอามือทั้งสองอุ้มเต่า
ไปหาพระโพธิสัตว์. พระโพธิสัตว์เมื่อจะทำการเยาะเย้ยลิงทุศีลตัวนั้น
จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
ใครหนอเดินมา เหมือนบุคคลผู้รวย
อาหาร เหมือนพราหมณ์ผู้ได้ลาภมาเต็มมือ
ท่านไปเที่ยวภิกขาจารที่ไหนหนอ หรือท่าน
เข้าไปหาผู้มีศรัทธาคนไรมา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โก นุ วฑฺฒิตภตฺโตว ความว่า นั้นใคร เหมือนคนร่ำรวยภัต คือ นั่นใครหนอเหมือนเอามือทั้งสอง
ประคองถาดเต็มด้วยภัตที่เขาคดไว้พูนถาดหนึ่งเดินมา. บทว่า ปูรหตฺ-
โถว พฺราหฺมโณ ความว่า นั่นใครหนอ เหมือนพราหมณ์มีลาภ เต็มมือ เพราะได้ร่ายเวทในเดือน ๑๒. พระโพธิสัตว์หมายเอาวานร
จึงกล่าวดังนี้. บทว่า กหนฺนุ ภิกฺขํ อจริ ความว่า วานรผู้เจริญ
วันนี้ท่านไปเที่ยวภิกขาจารในถิ่นไหน. ด้วยบทว่า กํ สทฺธํ อุปสงฺกมิ
นี้พระโพธิสัตว์แสดงว่า ภัตของผู้มีศรัทธาที่เขาทำอุทิศบุรพเปตชน ชื่อไร หรือบุคคลผู้มีศรัทธาคนไหนที่ท่านเข้าไปหา คิดว่าไทยธรรมนี้ ท่านได้มาแต่ไหน.
วานรทุศีลได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-