แถวกัสสปโคตร ท่านจงปล่อยลิงผู้เทือก
แถวโกณฑัญญโคตรเสียเถิด ท่านคงเคยทำ
เมถุนธรรมกันแล้ว.
คาถานั้นมีใจความว่า ธรรมดาเต่าทั้งหลายเป็นกัสสปโคตร ส่วนลิงทั้งหลายเป็นโกณฑัญญโคตร ก็กัสสปโคตรกับโกณฑัญญโคตร ต่างมีความสัมพันธ์กันและกันโดยอาวาหะและวิวาหะ คือนำเจ้าสาว มาบ้านเจ้าบ่าว และนำเจ้าบ่าวไปบ้านเจ้าสาว ลิงโลเลกับท่าน หรือ ท่านกับลิงทุศีลตัวนี้ คงจะได้กระทำเมถุนธรรม กล่าวคือกรรมของ ผู้ทุศีล อันสมควรแก่เมถุนธรรม คือที่เหมือนกับโคตรทำมาแล้ว เป็นแน่ เพราะฉะนั้น ดูก่อนเต่าผู้เป็นกัสสปโคตรท่านจงปล่อยลิง ผู้เป็นโกณฑัญญโคตรเสียเถิด.
เต่าได้ฟังคำของพระโพธิสัตว์มีความเลื่อมใสในเหตุผล จึง
ปล่อยองคชาตของลิง. ฝ่ายลิงพอหลุดพ้นเท่านั้น ได้ไหว้พระโพธิสัตว์
แล้วหนีไป ทั้งไม่กลับมามองดูสถานที่นั้นอีก. ฝ่ายเต่า ไหว้
พระโพธิสัตว์แล้วได้ไปยังที่อยู่ของตนทันที. แม้พระโพธิสัตว์ก็มิได้
เสื่อมจากฌาน ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศ อริยสัจ ๔ แล้วทรงประชุมชาดกว่า เต่าและลิงในครั้งนั้นได้เป็น อำมาตย์ ๒ คน ในบัดนี้ ส่วนดาบสในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล