ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๘ · หน้า ๓๑๒ · ข้อ 468
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ตรัสกะพวกนักเลงว่า นาย ข้าพเจ้าเป็นคนยากจน ท่านเอาผ้าห่ม ไปแล้ว จงปล่อยข้าพเจ้าเถิด. พระราชาทรงตรัสอยู่บ่อย ๆ พวกนักเลง เหล่านั้นจึงปล่อยไป ด้วยความกรุณา. พระราชาทรงกำหนดเรือนที่

อยู่ของนักเลงเหล่านั้นแล้วเสด็จกลับ. ลำดับนั้น แม้ปุโรหิตคนเก่า

ก็กล่าวว่า นางผู้เจริญ พระราชาของเราพ้นจากเงื้อมมือของศัตรูแล้ว. พระราชาได้ทรงสดับคำแม้นั้น แล้วทรงกำหนดเรือนของปุโรหิตนั้น ไว้ เสด็จขึ้นสู่ปราสาท. เมื่อราตรีสว่างแล้ว พระราชารับสั่งให้เรียก พราหมณ์ทั้งหลายมา แล้วตรัสถามว่า ท่านอาจารย์ ในตอนกลางคืน ท่านทั้งหลายได้ตรวจดาวนักษัตรบ้างหรือเปล่า ? พราหมณ์ทั้งหลาย กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ได้ตรวจดูแล้ว พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสถามว่า นักขัตตฤกษ์งามไหม ? พราหมณ์. งามพระ-

เจ้าข้า. พระราชาตรัสถามว่า ไม่เคราะห์อะไร ๆ หรือ ? พราหมณ์. ไม่มี

พระเจ้าข้า. พระราชารับสั่งให้เรียกปุโรหิตคนเก่ามา โดยรับสั่งว่าท่าน

จงไปเรียกพราหมณ์จากบ้านโน้นมา แล้วตรัสถามว่า อาจารย์ตอน กลางคืน ท่านเห็นดาวนักษัตรบ้างไหม ? ปุโรหิตกราบทูลว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้สมมติเทพ เห็นพระเจ้าข้า. พระราชาตรัสถามว่า เคราะห์ อะไร ๆ มีไหม ? พราหมณ์. กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช พระเจ้าข้า วันนี้ เวลากลางคืน พระองค์ตกอยู่ในอำนาจของศัตรู แต่เพียงครู่ เดียว ก็หลุดพ้นได้. พระราชาตรัสว่า ธรรมดาผู้รู้ดวงดาวนักขัตตฤกษ์ ต้องเป็นคนเห็นปานนี้ ครั้นตรัสแล้วให้ถอดพวกพราหมณ์ที่เหลือ